"ถ้าค่าความน่าจะเป็นของชัยชนะในทางสถิติมันต่ำกว่าร้อยละสิบ การวิ่งพล่านไปทั่วสนามแล้วตะโกนเรียกชื่อเทพเจ้าองค์ไหนก็ช่วยให้บอลลงห่วงไม่ได้หรอกครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและรำคาญใจดังขึ้นตัดผ่านเสียงฝีเท้าและเสียงลูกบาสกระทบพื้นปูนของโรงยิมในร่มมหาวิทยาลัยแห่งนี้ กันต์กวี กัปตันทีมบาสเกตบอลชายผู้ได้ฉายา 'หุ่นยนต์สนามบาส' ยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างเพรียวบางของน้องใหม่ตัวจี๊ดที่กำลังยืนหลับตาพนมมือท่องคาถาอะไรบางอย่างอยู่ข้างสนาม
รินรดาลืมตาขึ้นทันที ดวงตากลมโตฉายแววพยศและดื้อรั้น เธอก้มลงมองข้อมือซ้ายของตัวเองที่มีสายสิญจน์ผูกไว้ถึงสามเส้น พร้อมกับกระเป๋าผ้าแคนวาสที่ปักรูปยันต์โชคลาภโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย
"วิทยาศาสตร์มันก็แค่เรื่องของสถิติที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อปลอบใจตัวเองตอนแพ้นั่นแหละค่ะ—เอ๊ย... นั่นแหละครับ" รินรดาเกือบหลุดสรรพนามคุ้นชิน แต่เมื่อเจอสายตาดุๆ ของกัปตันหนุ่มจอมเฮี้ยบ เธอก็รีบปรับน้ำเสียงให้มีความกวนประสาทมากขึ้น "แต่สายมูฯ เนี่ย มันคือการสร้างพลังใจขั้นสูงสุดที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยังอธิบายไม่ได้นะคะ เอ๊ย... ไม่ได้ครับ!"
กันต์กวีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มันเป็นลมหายใจที่กลั่นกรองมาจากความเหนื่อยหน่ายตลอดสัปดาห์ที่เขาต้องมารับมือกับผู้จัดการทีมหรือตัวสำรองคนใหม่ที่โค้ชส่งเข้ามาทดลองงาน ผู้ชายคนนี้—หรือพูดให้ถูกคือผู้หญิงคนนี้—แหกทุกกฎระเบียบที่เขาใช้เวลาสร้างมานานนับปี
"ห้องซ้อมบาสไม่ใช่สำนักสำนักทรง และสนามแข่งก็ไม่ใช่ลานแก้บน" กันต์กวีขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาช้าๆ แรงกดดันจากส่วนสูงร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรและออร่าความเย็นชาแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลง "ถ้าคุณยังไม่ถอดไอ้เครื่องรางบ้านี่ออกแล้วตั้งใจฟังแท็กติกการป้องกันแบบโซนเพรสซิ่งภายในสามนาทีนี้ ผมจะใช้สิทธิ์กัปตันทีมรีפורต์ชื่อคุณออกจากการทดลองงานทันที"
รินรดาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอยืดอกสู้ความสูง แม้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจะลอยมาเตะจมูกกัปตันหนุ่มจนทำให้จังหวะการหายใจของเขาติดขัดไปชั่วเสี้ยววินาทีก็ตาม
"ลองดูสิคะ... เอ้ย ลองดูสิครับ!" รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้น "ถ้าฉันออก ทีมพี่ก็ไม่มีตัวทำแต้มสำรองที่จะทะลวงแนวรับมหาวิทยาลัยอื่นได้หรอก บาสเกตบอลมันใช้สัญชาตญาณและความเร่าร้อน ไม่ใช่สมุดพกจดสูตรฟิสิกส์แบบที่พี่ทำอยู่ทุกวันหรอกนะกัปตัน"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่าน ลูกบาสที่กลิ้งมาหยุดอยู่ที่เท้าของกันต์กวีถูกเขาใช้ปลายรองเท้าแตะเบาๆ ก่อนจะเตะส่งคืนกลับไปอย่างแม่นยำ
"สัญชาตญาณเหรอครับ?" กันต์กวีโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นกายสะอาดๆ ของผู้ชายที่อยู่กับสนามบาสมาทั้งชีวิตปะปนกับความดุดัน "งั้นเรามาพิสูจน์กันสนามจริงตอนนี้เลยดีกว่า ถ้าคุณเลี้ยงลูกผ่านผมไปได้โดยไม่เสียบอลภายในสิบวินาที ผมจะยอมกราบขอขมาไอ้เครื่องรางในกระเป๋าคุณถึงสนามหลวงเลย... แต่ถ้าคุณแพ้ คุณต้องเลิกพกของพวกนี้เข้าโรงยิมตลอดกาล ตกลงไหมครับ?"
รินรดาใจกระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอในตอนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนเห็นแพขนตาดกหนาและเงาสะท้อนของตัวเธอเองในแว่นสายตานั้น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะจนเธอต้องรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งสติ
"รับคำท้าค่ะ—เอ๊ย! ครับ!" รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความโมโหตัวเองที่เกือบหลุดปากอีกแล้ว เธอคว้าลูกบาสขึ้นมาถือไว้มั่น หมุนมันสองรอบแล้วตบลงกับพื้นเสียงดังปึ้ง "เตรียมตัวกราบเครื่องรางท่านท้าวเวสสุวรรณได้เลยค่ะกัปตัน!"
เสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นยางดังเอี๊ยดอ๊าด กัปตันหนุ่มถอยหลังไปตั้งรับในท่าโพสเซฟตี้ที่สมบูรณ์แบบตามตำราโค้ชทุกกระเบียดนิ้ว สายตาของเขาคมกราบและจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ ไม่มีช่องว่าง ไม่มีจุดบอด เป็นดั่งกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่มีทางทะลวงผ่านได้ง่ายๆ
รินรดาพ่นลมหายใจออกทางปาก มือข้างหนึ่งแอบกำสายสิญจน์ในกระเป๋าเสื้อแน่น ท่องคาถาในใจสั้นๆ ก่อนจะพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง ท่าทางของเธอไร้ซึ่งแบบแผนและคาดเดาไม่ได้ สมกับฉายาที่เพื่อนร่วมทีมตั้งให้ลับๆ ว่า 'พายุลูกเห็บ'
เธอโยกหลอกซ้ายทีขวาที กันต์กวียังคงยืนปักหลักนิ่งราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาอย่างดี เขาสกัดทุกทางเดินได้อย่างไร้ที่ติ รินรดากัดริมฝีปากด้วยความขัดใจ เมื่อเห็นว่าใช้เทคนิคปกติไม่ได้ผล เธอจึงตัดสินใจหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาหลบแบบฉิวเฉียด ลูกบาสในมือกระเด้งพื้นด้วยมุมที่แปลกประหลาด
กันต์กวีขมวดคิ้วฉับ ความผิดพลาดในทางฟิสิกส์! ลูกบอลมันควรจะกระดอนออกมุมกว้าง แต่ด้วยสปินประหลาดที่รินรดาใส่เข้าไป มันกลับหมุนกลับมาหาตัวเธอเองอย่างเหลือเชื่อ
จังหวะนั้นเองที่รินรดาอาศัยความชุลมุนพุ่งทะยานผ่านไหล่ขวาของเขาไปได้ แต่วินาทีที่เธอกำลังจะพุ่งไปถึงแป้นบาส กันต์กวีที่ไวกว่าก็พลิกตัวกลับมาตามประกบได้อย่างทันควัน แรงปะทะจากมวลกล้ามเนื้อทำให้รินรดาเสียหลัก ร่างเพรียวถลาล้มลงไปข้างหน้า
กันต์กวีด้วยสัญชาตญาณของการเป็นสุภาพบุรุษ รีบพุ่งตัวตามมารวบเอวเธอไว้เพื่อไม่ให้ศีรษะกระแทกพื้นสนาม แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่กลิ้งไปกับพื้นยาง เสียงหอบหายใจดังประสานกัน ท่ามกลางความเงียบงันของโรงยิมยามเย็น
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้เธอกำลังนอนทับอยู่บนอกแกร่งของกัปตันหนุ่ม ใบหน้าของเขากับเธออยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกัน and กวีจนเขาต้องเป็นฝ่ายกักเก็บอาการประหม่าไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
มือหนายังคงโอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ขยับ รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่ายที่ดังตึกลักๆ อยู่ใต้ฝ่ามือของเธอเอง มันดังเสียจนเธอไม่แน่ใจว่าเป็นของใครกันแน่
"ไหนบอกว่าสถิติแม่นยำที่สุดไงคะกัปตัน..." รินรดาพยายามหาเสียงของตัวเองเจอ เธอกระซิบเสียงพร่า ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคู่คมที่มองเธอไม่วางตา
กันต์กวียังคงนิ่งงัน ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร สันจوโด่งคมเข้มขยับเข้าใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกันอยู่แล้ว ถ้าเขาขยับอีกนิดเดียว—
กึก!
เสียงประตูโรงยิมฝั่งทิศตะวันออกถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของโค้ชทีมที่เดินมาพร้อมกับผู้ชายแปลกหน้าในชุดสูทสากล
"กันต์! อยู่ในนี้ไหม ลูกชายประธานสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยมาเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของทีมเราวันนี้..."
กันต์กวีชะงัก รินรดารีบดีดตัวลุกขึ้นจากอกเขาหน้าตาตื่น ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้มทั้งสองข้าง เธอจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่อย่างลนลาน ขณะที่กันต์กวียันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เขายังคงจัดระเบียบเนกไทและเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองให้เรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าสายตาที่มองรินรดาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย—มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย
กันต์กวีหันไปมองผู้มาใหม่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋าผ้าแคนวาสของเธอ พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"เกมนี้ยังไม่จบหครับ... ไว้เราค่อยไปเคลียร์กันต่อเรื่อง 'เครื่องราง' บนเตียง... เอ๊ย หมายถึงในห้องพักนักกีฬา หลังซ้อมเลิก"
รินรดาชะงักค้าง หันขวับมามองหน้ากัปตันหนุ่มทันทีด้วยความตกใจระคนหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากด่าอะไรออกไป เสียงตะโกนเรียกชื่อของกัญกวีก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและเคมีที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
เซ็นเตอร์สายปั่นกับพอยต์การ์ดสายมู•ตอนที่ 1
เมื่อวิทยาศาสตร์ปะทะสายมู
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเตอร์สายปั่นกับพอยต์การ์ดสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
