เซฟโซนของผมไม่ใช่คนปากเสีย•ตอนที่ 1

โปรเจกต์ที่น่าปวดหัว

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณใช้สมองส่วนไหนตัดสินใจเลือกใช้โทนสีเทาอมม่วงกับสตูดิโอถ่ายภาพที่ต้องการแสงธรรมชาติครับ? หรือว่าตาบอดสีตั้งแต่เกิด?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งบาดลึกเข้ามาในโสตประสาทของรินรดา ทันทีที่เธอก้าวเท้าเหยียบเข้าไปในสตูดิโอที่กำลังจะเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ เธอชะงักฝีเท้า มือที่ถือไอแพดแน่นจนขึ้นข้อขาว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้น ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทที่ดูเรียบง่ายแต่กลับขับเน้นให้ใบหน้าคมสันนั้นดูดุดันและเย็นชาเป็นพิเศษ นัยน์ตาสีเข้มของเขาไม่ได้แสดงความยินดีกับการพบเจอครั้งแรกเลยสักนิด มันมีเพียงความเหยียดหยามที่ฉาบไว้จางๆ เหมือนเขาไม่ได้กำลังคุยกับอินทีเรียดีไซเนอร์ แต่กำลังคุยกับเศษฝุ่นที่เขากำลังจะกวาดทิ้ง รินรดาขยับยิ้มหวาน—ยิ้มที่เคลือบยาพิษเอาไว้ข้างใน "คุณคีย์ครับ ถ้าคุณอยากได้สตูดิโอที่สว่างจ้าจนแสบตาไปทั้งวัน ก็เชิญไปถ่ายรูปกลางแดดเที่ยงแทนเถอะครับ ไม่ต้องจ้างใครมารีโนเวทให้เสียเงินเล่นหรอก" เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา "โทนเทาอมม่วงที่ฉันเลือก มันช่วยหักเหแสงสะท้อนและสร้างมิติให้ตัวแบบโดดเด่นขึ้นมาได้มากกว่าการใช้สีขาวโพลนแบบบ้านๆ ที่คุณน่าจะเคยชินนะครับ" คีย์เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็เหมือนการเหยียดหยามมากกว่าเอ็นดู เขาเดินวนรอบตัวเธอหนึ่งรอบ ช้าๆ เหมือนเสือที่กำลังมองเหยื่อก่อนจะตะปบ "อวดฉลาดเหรอครับ?" เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะที่เกือบจะประชิด ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของรินรดาจนเธอต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "งั้นลองบอกผมสิ ว่าถ้าผมปฏิเสธทุกอย่างที่คุณเสนอมาตั้งแต่วันแรก คุณจะทำยังไง? ฉีกสัญญา? หรือจะร้องไห้เดินออกจากที่นี่ไปเหมือนคนอื่น?" "ฉันไม่ทำทั้งสองอย่างครับ" รินรดาเงยหน้าสบตาเขานิ่ง ดวงตาคู่สวยของเธอไม่หลบหลีกความกดดัน "ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า 'ปากเสียๆ' ของคุณน่ะ มันไม่มีผลอะไรกับการตัดสินใจระดับมืออาชีพของฉัน เพราะงานของฉันคือการสร้างงานศิลปะ ไม่ใช่การมาหาเพื่อนคุยเล่น" บรรยากาศภายในสตูดิโอที่กว้างขวางกลับดูแคบลงถนัดตา ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะมองเห็นเป็นกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านระหว่างคนทั้งคู่ คีย์ไม่ได้โกรธจนหน้าแดงเหมือนคนทั่วไป แต่เขากลับยิ่งนิ่ง... นิ่งเสียจนน่ากลัว นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นดูเหมือนจะมีร่องรอยของความเจ็บปวดบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ทว่ามันถูกกลบด้วยกำแพงความเย่อหยิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างหนาแน่น "ศิลปะเหรอครับ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน "งั้นก็แสดงให้ผมดูสิ ว่าคุณมีดีแค่ 'ปากเก่ง' หรือว่ามีกึ๋นพอจะเปลี่ยนนรกที่ผมสร้างขึ้นมาให้กลายเป็นที่ที่ผม... ยอมรับได้" รินรดาใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะความประหม่า แต่เพราะเคมีที่พุ่งชนกันอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้คือ 'ปัญหา' ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คือโจทย์ที่ท้าทายที่สุดจนสัญชาตญาณนักออกแบบในตัวเธอร่ำร้องอยากจะเอาชนะ เธอกำลังจะเปิดปากสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันกว่าเดิม แต่ทว่า... เสียงกริ่งประตูหน้าสตูดิโอดังขึ้นทำลายจังหวะการปะทะอารมณ์ลงอย่างสิ้นเชิง คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองยังประตูบานใหญ่ที่ค่อยๆ แง้มออก ผู้หญิงรูปร่างบอบบางในชุดเดรสสีครีมก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่รินรดารู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด คีย์เปลี่ยนท่าทีไปทันที แววตาที่เคยเย็นชาและดุดันเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่รวดร้าวอย่างเห็นได้ชัด เขาถอยห่างจากรินรดาหนึ่งก้าวในทันทีราวกับถูกของร้อน "คีย์... ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะกลับมา" หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยด้วยเสียงแผ่วหวาน แต่สำหรับรินรดาแล้ว ประโยคนั้นมันเหมือนกับเสียงระเบิดเวลาที่เพิ่งถูกจุดชนวนขึ้นกลางวงสนทนา คีย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดขึ้นมา รินรดามองสลับระหว่างชายหนุ่มที่ดูเหมือนกำลังจะแตกสลายกับหญิงสาวที่ยืนอยู่นอกเขตแดนของเขาอย่างงุนงง เธอรู้แล้วว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่มี 'อดีต' ที่เน่าเฟะซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเสียของเขาคนนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผลงานของสายลมแผ่วเบาด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คนปากเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%