ลิขิตหมากกระดานหยก: จอมนางผู้พลิกชะตาเหนือบัลลังก์เมฆา•ตอนที่ 1

หมากตาแรกแห่งโชคชะตา

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
“หากเจ้าทำงานนี้พลาด ชีวิตที่เหลือของเจ้าในเรือนจำหลวงจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่ไม่มีใครจดจำ แม้แต่ชื่อของเจ้าก็จะไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีผู้ล่วงลับ” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของขันทีอาวุโสผู้กุมชะตาชีวิตของเหล่านักโทษการเมืองดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงมืดสลัว กลิ่นอับชื้นของกำแพงหินและกลิ่นสนิมเหล็กจากโซ่ตรวนคละคลุ้งไปทั่ว ไป๋หลานนิ่งสงบ แววตาของนางดุจผิวน้ำในบ่อหยกที่ไม่เคยสั่นไหวแม้จะถูกพายุพัดผ่าน นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก แววตาที่เต็มไปด้วยความฉลาดหลักแหลมนั้นทำให้ขันทีเฒ่าชะงักไปชั่วครู่ “ใต้เท้าโปรดวางใจ ไป๋หลานผู้นี้ยังไม่ปรารถนาจะปรโลกเพียงเพราะงานง่ายๆ เช่นการเดินหมากในตำหนักเซียวจวินอ๋อง” น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าก้องกังวานด้วยความมั่นใจ “ดี! ถ้าเช่นนั้น จงจำไว้ เซียวจวินอ๋องมิใช่มนุษย์ แต่เป็นพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนเหนือ ทุกลมหายใจของเขามีไว้เพื่อกลยุทธ์ หากเจ้าพลาดเพียงก้าวเดียว เจ้าจะไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะร่ำลาลมหายใจสุดท้ายของตนเอง” ... ค่ำคืนนั้น ตำหนักเซียวจวินอ๋องถูกห้อมล้อมด้วยไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากภูเขาหิมะทิศเหนือ บรรยากาศภายในตำหนักดูเคร่งขรึมและกดดันด้วยความเงียบเชียบ ไป๋หลานในชุดนางกำนัลชั้นผู้น้อย ก้มหน้าก้มตาก้าวเดินไปตามทางเดินหินอ่อนที่ขัดจนขึ้นเงา นางสัมผัสได้ถึงสายตาขององครักษ์นับสิบที่จับจ้องมาจากเงามืด ทุกย่างก้าวคือน้ำหนักของชีวิต นางถูกนำตัวมายังห้องอักษรส่วนพระองค์ หน้าที่ของนางคือการเปลี่ยนน้ำชาและจัดเรียงตำราพิชัยสงคราม ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายดินปืนจางๆ ประทะเข้ากับนาสิก ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเขียนหนังสือไม้แดงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง ผู้ครองแดนเหนือ เซียวจวินอ๋อง ผู้นี้ประหนึ่งรูปปั้นน้ำแข็งที่ไร้ความรู้สึก เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นอย่างเป็นระเบียบ แววตาของเขาก้มต่ำอ่านบันทึกทางการทหารด้วยสมาธิอันแน่วแน่ ไป๋หลานวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา สัมผัสความสั่นไหวของอากาศรอบตัว นางไม่ได้เพียงแค่มาวางถ้วยชา แต่สมองของนางกำลังคำนวณตำแหน่งหมากบนกระดานที่วางอยู่ข้างมือของเขา—หมากตาที่สามจากจุดอับ หากเขาวางหมากตัวนั้นผิด กลยุทธ์การล้อมปราการที่เขาวางไว้จะพังทลายทันที นิ้วเรียวยาวของท่านอ๋องชะงักลงที่หมากสีขาว เขาไม่ได้มองนาง ทว่าน้ำเสียงเย็นเยียบกลับดังขึ้น “เจ้าคิดว่าหมากตัวนี้ควรจะเดินไปที่ใด?” ไป๋หลานหัวใจเต้นผิดจังหวะ นางสูดลมหายใจเข้าลึก รักษาท่าทีสงบนิ่ง “หากบ่าวเป็นท่านอ๋อง บ่าวจะไม่เลือกตาเดินที่ท่านกำลังจะเลือกเจ้าค่ะ เพราะการเดินหมากตาที่ท่านหมายตาไว้ คือการเปิดจุดอ่อนที่แนวหน้าทิศตะวันออก... ท่านอ๋องกำลังล่อเสือออกจากถ้ำ แต่ท่านลืมไปว่าเสือตัวนั้นมีเขี้ยวเล็บที่ท่านยังประเมินต่ำไป” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง เซียวจวินอ๋องค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบดุจน้ำแข็งมองทะลุผ่านความมืดมิดมายังดวงตาของนาง มันเป็นสายตาที่สามารถบดขยี้วิญญาณคนให้แตกสลายได้ง่ายดาย แต่ไป๋หลานไม่หลบตา “เจ้าเป็นเพียงนางกำนัลที่เพิ่งถูกส่งตัวมา แต่กลับกล้าวิจารณ์กลยุทธ์การทหารของข้า?” เขาแค่นหัวเราะ เสียงนั้นไร้ความขบขัน “เจ้าเป็นใครกันแน่ ไป๋หลาน?” นางยังคงยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบุรุษผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งสั่นคลอน “บ่าวเป็นเพียงคนผู้หนึ่งที่เคยเห็นกระดานหมากกระดานนี้มาก่อน... ในฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนครอบครัวของบ่าวมานับสิบปีเจ้าค่ะ” เซียวจวินอ๋องวางหมากในมือลง เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหานางช้าๆ กลิ่นอายของอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงจนนางแทบหยุดหายใจ เขาเชยคางนางขึ้นด้วยนิ้วที่เย็นเฉียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้ามา ราวกับกำลังค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง “ในกระดานนี้... ไม่ใช่แค่กลยุทธ์หรอกที่ข้ากำลังวาง แต่มันคือความเป็นความตายของราชวงศ์ หากเจ้าพูดผิดแม้แต่คำเดียว หัวของเจ้าจะตกอยู่ที่พื้นภายในสามลมหายใจ” ในจังหวะที่หัวใจของนางเต้นรัวจนแทบหลุดจากอก เซียวจวินอ๋องกลับหยิบถ้วยชาที่นางเพิ่งรินให้ขึ้นมาจิบช้าๆ แววตาของเขาวูบไหวด้วยความเยือกเย็นเกินหยั่งถึง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงและหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาโดยองครักษ์ลับขึ้นมาอ่าน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่ได้เห็นตราประทับบนกระดาษแผ่นนั้น มือแกร่งขยำกระดาษจนยับยู่ยี่ ก่อนจะหันมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ปิดไม่มิด “พระราชโองการลับจากเมืองหลวง... สั่งให้ข้าส่งตัวนักโทษที่เพิ่งถูกส่งมายังตำหนักในคืนนี้ไปประหารชีวิตที่ลานกว้าง... และคนผู้นั้น ก็คือเจ้าเอง ไป๋หลาน” ท่ามกลางเสียงสายลมหวีดหวิวที่ปะทะหน้าต่างห้องอักษร เซียวจวินอ๋องชักกระบี่ประจำกายออกมาจ่อที่คอหอยของนางช้าๆ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ “บอกข้ามาเสีย ว่าข้าควรจะฆ่าเจ้าทิ้งตามพระราชโองการ หรือควรจะใช้เจ้าเป็นเหยื่อล่อให้คนส่งสารตัวจริงปรากฏกายออกมา?” ดอกโบตั๋นพันปีขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหมากตาแรกของชะตากรรมในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลิขิตหมากกระดานหยก: จอมนางผู้พลิกชะตาเหนือบัลลังก์เมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%