กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคาวเลือด... ช่างชัดเจนเสียจนปลายลิ้นของหลี่จินอวี้ยังคงรับรู้รสชาติแห่งความตายได้ไม่เสื่อมคลาย
ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบเล่มมหึมาเสียบทะลุแผ่นหลังในลานประหารเมื่อสามปีก่อน ยังคงฝังแน่นอยู่ตามเส้นประสาททุกอณู ความหนาบดบังของความมืดมิดที่ถูกลากยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์สิ้นสุดลงแล้ว แทนที่ด้วยสัมผัสเย็นเฉียบของเนื้อผ้าแพรต่วนเนื้อดีที่แนบอยู่กับแผ่นอก และกลิ่นหอมบางเบาของกำยานไม้กฤษณาที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว
"คุณชาย... ท่านเหม่อลอยอีกแล้วนะคะ พรุ่งนี้ก็คือวันสอบคัดเลือกขุนนางในราชสำนักแล้ว ตำราพิชัยสงครามสามเล่มนี้ ท่านยังท่องจำไม่จบเลยสักหน้า..."
เสียงหวานใสที่แฝงความกังวลของ 'อาอิน' สาวรับใช้คนสนิท ดังขึ้นแว่วๆ อยู่ข้างหู ทว่าสำหรับหลี่จินอวี้แล้ว เสียงนั้นราวกับมาจากโลกอีกใบหนึ่งที่ไกลโพ้น ดวงตาดอกท้อที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังในวาระสุดท้ายของชีวิต ค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ
ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ลานประหารที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดโลหิตสีชาดของคนสกุลหลี่อัน, ไม่ใช่สายตาเย้ยหยันของชินอ๋องหลี่จื้อหยางผู้เหี้ยมโหด, และไม่ใช่ท้องฟ้าสีเทาน่าหดหู่ของฤดูหนาวปีที่สิบห้าแห่งรัชสมัย... หากแต่เป็นห้องหนังสือส่วนตัวเรือนพฤกษาของจวนสกุลหลี่ ที่ซึ่งแสงเทียนสีส้มสาดส่องกระทบกับชั้นตำราไม้จันทน์หอม ภาพวาดพู่กันจีน และพู่กันขนหมาป่าที่แขวนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
นี่คือ... เรือนของเขาเมื่อสามปีก่อน
หลี่จินอวี้ก้มลงมองเรียวนิ้วของตนเอง นิ้วมือที่เคยหยาบกร้านจากการถือกระบี่และคราบเลือด บัดนี้กลับเรียองาม ขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดี ไร้ซึ่งรอยแผลเป็นใดๆ เขายกมือขึ้นสัมผัสลำคอของตนเองสัมผัสได้ถึงชีพจรที่กำลังเต้นตุบๆ อย่างหนักแน่นและทรงพลัง หัวใจดวงนี้... ยังคงเต้นอยู่ มันไม่ได้ถูกควักออกมาทำลายตามบัญชาของทรราช
*สวรรค์... เมตตาเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?*
มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สะท้อนความปิติยินดี หากแต่เต็มไปด้วยไอสังหารอันเย็นเยียบและรอยยิ้มเยาะเย้ยชะตากรรม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องอย่างพิจารณา ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจพยัคฆ์ตื่นจากจำศีล ความทรงจำอันเจ็บปวด ขมขื่น และการทรยศหักหลังนับพันเรื่องไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับกระแสน้ำเชี่ยว ทุกคนที่เคยเหยียบย่ำสกุลหลี่ ทุกคนที่ร่วมมือกันวางหมากทำลายล้างตระกูลของเขาให้พินาศสิ้น... พวกมันทุกตัวยังคงมีลมหายใจ
ในชาติภพก่อน เขาคืออดีตกุนซือผู้โง่เขลา ไร้เดียงสา เชื่อมั่นในคำสัตย์สาบานและมิตรภาพปลอมๆ จนนำพาตระกูลหลี่ไปสู่ความหายนะ ปล่อยให้ชินอ๋องหลี่จื้อหยางใช้หยาดเหงื่อและมันสมองของตนเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกร ก่อนจะตอบแทนด้วยการตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรและบังคับให้เขาดื่มยาพิษสลายกระดูกด้วยมือของตนเอง
ทว่า... ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้น
"คุณชายเจ้าคะ?" อาอินเอ่ยเรียกอีกครั้งด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นนายหนุ่มของนางนิ่งเงียบไปนานผิดปกติ แถมแววตาที่มองมายังดูคมกริบและลึกล้ำจนนางรู้สึกหนีบสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าคุณชายผู้ใจดี อ่อนโยน และรักสงบคนเดิม ได้หายลับไปจากโลกใบนี้แล้ว
หลี่จินอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์อันพลุ่งพล่านในอก เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ อาภรณ์สีขาวปักลายเมฆาโบกสะบัดตามการเคลื่อนไหว ร่างกายโปร่งบางแต่ทว่าสง่างามดั่งหยกสลัก กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างกะทันหัน
"อาอิน..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่มั่นคง "ข้าไม่เป็นไร... เพียงแต่คิดอะไรบางอย่างได้กระจ่างแจ้งแล้วเท่านั้น"
"กระจ่างแจ้งเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?"
"เรื่องการเดินหมากกระดานนี้อย่างไรเล่า..." หลี่จินอวี้ก้าวเท้าเดินไปยังหน้าต่างที่เปิดรับสายลมยามค่ำคืน ดวงตาดอกท้อทอประกายลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำ "ในเมื่อสวรรค์เมตตาประทานโอกาสให้ข้าได้ถือหมากตานี้อีกครั้ง หมากตัวไหนที่เคยเดินผิดพลาด หมากตัวไหนที่บังอาจคิดทรกระดาน... ข้าจะสับเปลี่ยนมันเสียใหม่ทีละตัว ทีละตา จนกว่าพวกมันจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านหลี่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูถี่ระรัวด้วยความร้อนรน
"คุณชาย! คุณชายขอรับ!แย่แล้วขอรับ!"
หลี่จินอวี้หันกลับไปมองช้าๆ สีหน้าไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นห้ามอาอินที่กำลังจะเดินไปเปิดประตู แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีเรื่องอันใดให้ต้องตกใจถึงเพียงนั้น เข้ามาพูดด้านใน"
ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พ่อบ้านหลี่วัยกลางคนก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลท่วมหน้าผาก คุกเข่าลงแทบเท้าด้วยความตื่นตระหนก
"มีพระราชโองการด่วนจากในวังหลวงขอรับ! ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ท่านรีบเดินทางเข้าวังหลวงเป็นการด่วนในคืนนี้... และ... และผู้ที่นำพระราชโองการมาด้วยตนเองในยามวิกาลเช่นนี้ คือ ชินอ๋องหลี่จื้อหยางขอรับ!"
สิ้นคำพูดนั้น อาอินถึงกับหน้าถอดสี อุทานออกมาด้วยความตกใจ "ชินอ๋อง? ดึกดื่นป่านนี้ พระองค์เสด็จมาที่จวนเราด้วยตนเองทำไมกันเจ้าคะ?"
ในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดผวาและตื่นตระหนก หลี่จินอวี้กลับนิ่งงันไปชั่วพริบตา ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้ม... แต่ทว่ากลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าภูตผีปีศาจ
ชินอ๋องหลี่จื้อหยาง... ศัตรูคู่อาฆาตผู้ฝังรอยแค้นไว้ในกระดูกดำของเขา บัดนี้กลับก้าวเข้ามาหาเขาถึงถิ่นด้วยตนเองเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก
ดูท่าแล้ว... เกมกระดานนี้ ได้เวลาเริ่มเดินหมากตาแรกเสียที
หลี่จินอวี้สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ ก้าวเดินผ่านพ่อบ้านที่ตัวสั่นงันท่ามกลางความตกใจของอาอิน มุ่งหน้าตรงไปยังประตูใหญ่ด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและสง่างามดั่งพญาหงส์ที่กำลังกางปีกโผบินเข้าสู่กองเพลิง
ประตูเรือนใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีม่วงเข้มปักลายมังกรห้ากรงเล็บยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงจันทร์ ใบหน้ารูปสลักหล่อเหลาแต่เยียบเย็นและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงกำลังจ้องมองมาที่เขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากของชินอ๋องหลี่จื้อหยาง
"คุณชายหลี่... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คงยังไม่นอนกระมัง? เปิ่นหวางมีเรื่องสำคัญยิ่ง... ที่อยากจะหารือกับท่านตามลำพัง" หลี่จื้อหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไว้ด้วยความกดดันอันมหาศาล
หลี่จินอวี้ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อมตามธรรมเนียม ทว่าดวงตาคู่คมที่เงยขึ้นสบตากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความอาฆาตแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก
"ด้วยความยินดีพ่ะย่ะค่ะ... ท่านอ๋อง"
- หงส์เพลิงหวนคืน -
กุนซือเลือดมังกรกับหมากรุกแค้นบนกระดานโลหิต•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากกองเพลิงสังหาร
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือเลือดมังกรกับหมากรุกแค้นบนกระดานโลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
