เสียงปรบมือระลอกใหญ่ในแฟชั่นโชว์ระดับประเทศยังไม่ทันจางหายดี เสียงส้นสูงของรินรดาก็ซัดเข้ากับพื้นพรมกำมะหยี่สีเลือดหมูในหลังเวทีราวกับจะประกาศสงคราม ชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองที่ควรจะเฉิดฉายสง่างามบนร่างของนางแบบตัวท็อป กลับถูกร่นชายกระโปรงขึ้นด้วยรอยตัดเฉียงสุดขั้ว เผยให้เห็นเรียวขาเพรียวระหงและการเคลื่อนไหวที่ฉีกทุกกฎระเบียบของความเรียบร้อย
เมษา นางแบบสาวเจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เพิ่งเดินกลับเข้าหลังเวทีด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว แทบจะกรีดร้องออกมาเมื่อมองกระจกเงาบานใหญ่
"นี่เธอทำบ้าอะไรลงไปยัยรินรดา! ชุดนี้ฉันต้องใส่เดินฟินนาเล่ในแบบที่ท่านประธานอนุมัติ แต่เธอ... เธอกล้าดียังไงมาตัดมันจนกลายเป็นชุดกะโปโกแบบนี้!" เมษาพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนช็อกโกแลตและเศษด้ายของดีไซเนอร์สาว แต่รินรดาเพียงแค่ปัดมือออกอย่างไม่แยแส ใบหน้าเรียวรูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเย้ยหยันชัดเจน
"ถ้าใส่แบบเดิมแล้วเดินออกมาเหมือนนางอัปสรตกสระน้ำตื้นๆ แบบที่เธอชอบ เมษา... คอลเลกชันนี้ของฉันคงดับอนาถตั้งแต่ออกตัวแล้วค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเป็นไม้แขวนเสื้อให้นะคะ แต่ฝีมือการเดินของเธอมันน่าเบื่อเกินกว่าจะกลกลบความเรียบแบนของชุดเดิมได้ ฉันเลยต้องช่วยเติม 'ชีวิต' ให้มันนิดหน่อย"
"เธอ! นากมารร้าย แกกล้ามากนะ..."
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงอุณหภูมิติดลบทันที ฝูงทีมงานที่กำลังวิ่งวุ่นต่างหยุดชะงักราวกับถูกสาป เมษาเปลี่ยนสีหน้าจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความน่าสงสารในเสี้ยววินาที เธอรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนแกร่งของชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งก้าวเข้ามา
"คุณคิรากรคะ! ดูยัยรินรดาสิคะ เธอจงใจทำลายชุดฟินนาเล่หลักล้านที่ท่านประธาน... เอ๊ย ที่บริษัทเราลงทุนไปหมดเลยค่ะ เธอกล้าขัดคำสั่งคุณที่เป็นซีอีโอได้อย่างไรคะเนี่ย"
คิรากรกวาดสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนมองสภาพชุดบนหุ่นจำลองและนางแบบ ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่รินรดา ผู้หญิงคนเดียวในห้องที่กำลังกอดอกพิงโต๊ะทำงานอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตาสีดำสนิทของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและความโกรธที่ถูกกดทับไว้ภายใต้สูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพง
"รินรดา ห้องทำงานของผมไม่ได้มีไว้ให้คุณมาเล่นขายของ และรันเวย์นี้ก็ไม่ใช่เวทีแสดงความอวดดีส่วนตัวของคุณ" คิรากรก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว กลิ่นอายความเป็นผู้นำและความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนคนรอบข้างไม่กล้าหายใจแรง "คุณฉีกกฎทุกข้อที่คุณเซ็นสัญญาไว้... อธิบายเหตุผลที่ฟังขึ้นมาสิครับ หรือสมองระดับหัวกะทิของคุณคิดได้แค่วิธีเรียกร้องความสนใจแบบเด็กๆ"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ลดละ ถึงแม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่าเขาอยู่บ้าง แต่รัศมีดื้อรั้นในแววตาของเธอกลับไม่เคยยอมจำนนต่อใครเลยสักครั้ง มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบกรรไกรตัดผ้าขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น ท่าทีนั้นทำให้กรามของคิรากรขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด
"คุณคิรากรคะ ตาของคุณมีไว้ประดับหน้าเฉยๆ หรือมีไว้มองภาพรวมของธุรกิจกันแน่คะ?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยจังหวะจะโคนที่ไม่ยอมลงให้ใคร "ถ้าฉันไม่ตัดชายชุดนั้นทิ้ง ป่านนี้แบรนด์เราคงโดนสื่อวิจารณ์ยับเยินว่าเป็นแค่ก๊อปปี้โชว์เกรดต่ำจากปารีส เพราะไอ้ที่ดีไซน์เดิมมันเชยระเบิด ทึบตัน และไร้รสนิยม... อ้อ ขอโทษทีนะคะ พอดีฉันลืมไปว่าคุณเป็นคนอนุมัติแบบนั้นมาเองนี่นา"
เงียบกริบ... ทั้งหลังเวทีแทบไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจ เมษาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาถากถางซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้มาก่อน รินรดากล้าดียังไงถึงกล้าท้าทายพญายมแห่งวงการแฟชั่นเช่นนี้!
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือใหญ่เอื้อมไปบีบคางฉัตรเรียวของรินรดาไว้แน่นพอดีมือ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับแรงกดดันทั้งหมดจากเขา
"ปากดีนักนะรินรดา คิดว่าเก่งมากใช่ไหมถึงได้กล้าลองดีกับผม? รู้ไหมว่าความเสียหายครั้งนี้มันราคาเท่าไหร่ และคุณจะต้องชดใช้มันด้วยอะไร"
"ยินดีชดใช้นะคะ... แต่ถ้าผลประกอบการไตรมาสนี้พุ่งกระฉูดเพราะชุดที่ฉันแก้ คุณคิรากรต้องคุกเข่าขอโทษฉันกลางที่ประชุมใหญ่ด้วยเหมือนกัน ดีไหมล่ะคะ?" รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่มีอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่า
คิรากรจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความโกรธจัดกับความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เขาเกลียดชังเสียเหลือเกิน ผู้หญิงคนนี้มีแรงดึงดูดบางอย่างที่คอยแต่จะกระชากสติสัมปชัญญะของเขาให้พังทลายลงทุกครั้งที่เข้าใกล้
"คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับผม เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากตึกนี้ซะ! คุณถูกไล่ออก—"
"ยังไม่ออกห่างจากโต๊ะทำงานของฉันเหรอคะ คุณซีอีโอขา..."
เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือของคิรากรดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียด ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู ปลายสายคือผู้ช่วยมือขวาที่โทรรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
"ท่านประธานครับ! ยอดสั่งซื้อพรีออเดอร์ชุดฟินนาเล่ที่ดีไซเนอร์รินรดาแก้เมื่อกี้ทะลุหลักหมื่นตัวแล้วครับ! ระบบชำระเงินล่มเพราะทราฟฟิกพุ่งสูงเกินคาด หุ้นของบริษัทพุ่งทะยานขึ้นสามสิบจุดในเวลาแค่ห้านาที—!"
คิรากรชะงักค้าง ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังแย้มยิ้มกวนประสาทส่งให้เขาอย่างผู้ชนะ
รินรดาปัดมือเขาออกจากคางของเธอเบาๆ ก่อนจะสะบัดบ่าแล้วหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นมาพาดไหล่ เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำเอาซีอีโอหนุ่มเลือดเย็นถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ
"เก่งมากค่ะคุณคิรากร... แต่อย่าลืมซ้อมคำว่า 'ขอโทษ' ไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ เพราะคุณจะต้องพูดมันกับฉันเร็วๆ นี้แน่ค่ะ"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินนินทาออกจากห้องแต่งตัวไปอย่างไม่แยแส ทิ้งให้คิรากรยืนกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองตามร่างบางที่ลับตาไปด้วยความรู้สึกที่ระอุคุกรุ่นอยู่ในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น
*(ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ รับรองว่าความฟินและความสะใจจะทวีคูณขึ้นร้อยเท่าแน่นอนค่ะ!)*
ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน•ตอนที่ 1
ศึกเปิดตัวกลางรันเวย์
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดกับโจทย์รักฉบับปราบเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!