เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก•ตอนที่ 18

อาเรียผู้โกรธเกรี้ยว

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"หลบไปข้างหลังฉัน!" เสียงตะโกนของอาเรียไม่ได้แฝงไปด้วยความตื่นตระหนก แต่มันเปี่ยมไปด้วยอำนาจและจิตสังหารที่กดดันจนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน ผมแทบไม่ต้องใช้เวลาประมวลผล เพียงแค่สัญชาตญาณของการเป็นนักบัญชีที่เก่งเรื่องการประเมินความเสี่ยงสั่งให้ผมพุ่งตัวไปด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเธอทันที วินาทีต่อมา โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ศรเวทมนตร์สีม่วงเข้มสามดอกแหวกอากาศมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง มันไม่ใช่ธนูธรรมดา แต่เป็น 'เวทสังหารวงกว้าง' ที่ถูกบีบอัดจนเหลือเพียงจุดโฟกัสเล็กๆ หากมันโดนร่างผมที่สวมเพียงเสื้อกั๊กผ้าฝ้ายธรรมดาๆ ของเนโครแมนเซอร์ฝึกหัด รับรองได้เลยว่า 'เกมโอเวอร์' คือปลายทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ *เคร้ง!* เสียงโลหะปะทะกับพลังงานเวทดังสนั่นจนหูผมอื้ออึง อาเรียกระแทกโล่ใหญ่ยักษ์ประจำตัวลงกับพื้นดินจนหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เธอไม่ได้แค่ยืนรับการโจมตี แต่เธอกำลัง 'สะท้อน' แรงปะทะนั้นกลับไปด้วยทักษะเฉพาะตัวที่เรียกว่า 'บัลวาร์ค ออฟ รียูเนียน' (Bulwark of Reunion) ละอองแสงสีทองกระจายตัวออกรอบกายเธอเหมือนโดมคุ้มกัน ผมมองเห็นแผ่นหลังที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อของเธอผ่านชุดเกราะหนังที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก อาเรียไม่ใช่แค่แทงค์ที่คอยรับดาเมจ แต่เธอคือกำแพงที่มีชีวิต... กำแพงที่กำลังปกป้องความหวังสุดท้ายของกิลด์ที่ล่มสลายไปแล้วอย่างเราสองคน "เรย์! นายยังจะมัวแต่ยืนนับตัวเลขในใจอีกนานไหม!" อาเรียตวาดกลับมาโดยไม่หันมามอง ดวงตาสีฟ้าครามของเธอวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ "ถ้าศัตรูระดับนี้ยังจัดการไม่ได้ กิลด์ของเราก็เป็นได้แค่สุสานเคลื่อนที่นะ!" "ผมไม่ได้นับเลขครับ... ผมกำลังคำนวณ 'ดีเลย์' ของมันอยู่" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด นิ้วมือผมขยับร่ายเวทสั้นๆ สร้างวงแหวนแห่งความมืดเล็กๆ บนพื้นดินเพื่ออัญเชิญ 'โครงกระดูกพลธนู' ออกมาเป็นเบี้ยล่อเป้า ผมรู้ดีว่าอาเรียโกรธ ไม่ใช่เพราะผมอ่อนแอ แต่เพราะเธอโกรธตัวเองที่ปล่อยให้สถานการณ์บีบคั้นมาถึงจุดที่ความปลอดภัยของพวกเราแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอเป็นอดีตหัวหน้ากิลด์ที่รับผิดชอบชีวิตคนมานับร้อย ความผิดพลาดครั้งก่อนที่ทำให้กิลด์ล่มสลายยังคงกัดกินใจเธออยู่เสมอ "ซ้ายมือ! อีกสองตัว!" ผมตะโกนบอกขณะที่ส่งคำสั่งผ่านจิตไปยังกองทัพผีของผม อาเรียไม่รอให้ผมพูดจบ เธอถีบตัวออกไปข้างหน้า ร่างของเธอเปรียบเสมือนพายุที่ถาโถม โล่ในมือซ้ายกระแทกเข้ากับหน้าอกของศัตรูที่พุ่งตัวออกมาจากเงามืดอย่างจัง แรงปะทะนั้นมหาศาลจนศัตรูผู้นั้นปลิวไปกระแทกกับกำแพงถ้ำจนกระดูกซี่โครงหักละเอียด ท่วงท่าของเธองดงามและดุดัน มันคือศิลปะแห่งการเอาตัวรอดที่ผ่านการขัดเกลาด้วยประสบการณ์จริง นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกเธอมาเป็นคู่หู แม้ว่าปากของเธอจะร้ายและใจร้อนไปบ้าง แต่ในสถานการณ์เป็นตาย เธอก็คือคนที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ผมได้ทำภารกิจสำเร็จ "เรย์... อย่าให้ฉันต้องเหนื่อยฟรี" อาเรียหอบหายใจเล็กน้อย เธอยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของศัตรู สายตาจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดที่ปลายอุโมงค์ "สิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้า... มันไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาดกระจอกๆ แล้ว" ผมเดินเข้าไปใกล้เธอ สัมผัสได้ถึงไอเวทมนตร์ที่หนาแน่นจนน่าอึดอัดที่แผ่ออกมาจากเบื้องลึกของดันเจี้ยนแห่งนี้ ผมหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมา หน้ากระดาษสั่นไหวด้วยออร่าสีดำทมิฬ นี่คือสัญญาณเตือนที่ระบบไม่ได้แจ้ง แต่สัญชาตญาณเนโครแมนเซอร์ของผมกำลังกรีดร้อง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของผมอย่างรุนแรงจนน่าปวดหัว [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบตัวตนระดับตำนาน 'ผู้พิทักษ์แห่งสุสานลืมเลือน' กำลังลืมตาตื่น!] [ภารกิจระดับ SSS: กู้คืนสิทธิครอบครองกิลด์สถานีที่ 13 - จงเอาชีวิตรอดจากบอสลับภายในระยะเวลาที่กำหนด] [คำเตือน: หากท่านล้มเหลว ค่าสถานะ 'ความทรงจำของกิลด์' จะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์] ผมเบิกตากว้าง ความหนาวเย็นเยือกไหลผ่านไขสันหลังเมื่อได้ยินชื่อนั้น บอสตัวนี้ไม่เคยถูกบันทึกในฐานข้อมูลของเกมออนไลน์ที่เราเคยเล่นกันมา มันคือตัวตนที่ถูกเพิ่มเข้ามาโดย 'ใครบางคน' ที่ต้องการขัดขวางไม่ให้เรากู้กิลด์สำเร็จ อาเรียหันมามองผม สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความเคร่งขรึม เธอหยิบดาบสั้นที่ซ่อนไว้ในเกราะออกมาประสานกับโล่ "เรย์... นายบอกฉันทีว่านี่คือแผนการที่นายคำนวณไว้แล้ว" อาเรียถามพลางยิ้มมุมปาก ทั้งที่ในมือของเธอกำลังสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ผมปิดสมุดบันทึก สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มตอบกลับไป "ครับ แผนการน่ะมี... แต่มันต้องใช้ 'แทงค์' ที่บ้าบิ่นที่สุดในเซิร์ฟเวอร์อย่างคุณยอมทำอะไรแผลงๆ ให้ผมหน่อย" ยังไม่ทันสิ้นคำ พื้นดินใต้เท้าของพวกเราก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว เสียงคำรามที่ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพันดังขึ้นจากใต้ดิน แรงกดดันมหาศาลผลักให้พวกเราถอยหลังไปหลายก้าว และก่อนที่ฝุ่นควันจะจางหายไป ผมก็มองเห็นนัยน์ตาสีแดงฉานคู่มหึมาที่กำลังจ้องมองลงมาจากเพดานถ้ำที่พังทลายลงมา นั่นไม่ใช่บอสทั่วไป แต่มันคือสิ่งที่เราไม่มีทางชนะได้... เว้นแต่ว่าผมจะยอมแลกเงื่อนไขบางอย่างกับระบบในวินาทีนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้ซาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%