แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากจอคอมพิวเตอร์สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของรินรดา เผยให้เห็นเส้นเลือดฝอยสีแดงจางๆ ที่มุมตาขวา—หลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเธอยังไม่ได้นอนติดต่อกันเป็นเวลาสามสิบห ชั่วโมงเต็ม หน้าจอขนาดใหญ่แสดงผลโค้ดภาษา Python ที่ไหลเลื่อนลงมาดั่งสายฝนดิจิทัล ทว่าในสมองของเธอกลับไม่ได้ประมวลผลอัลกอริทึมใดๆ เลย นอกจากการวนซ้ำประโยคคำพูดของธันวาเมื่อคืนก่อน
*“คุณคิดว่าการคำนวณความเสี่ยงทุกอย่างในชีวิต จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการสูญเสียจริงๆ หรือรินรดา?”*
เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับไวรัสที่ฝังตัวอยู่ในซีพียูแล้วไม่สามารถสั่งลบออกได้ หญิงสาวขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปรากฏเป็นเส้นนูน เธอนเกลียดความรู้สึกไร้เหตุผลนี้ เกลียดที่ตรรกะอันแม่นยำของตนเองเริ่มมีรอยร้าวเพียงเพราะสายตาคู่คมที่มักจะมองทะลุผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นของเธอ
“ฉันไม่ได้สูญเสียการควบคุม... ฉันแค่กำลังจัดลำดับความสำคัญใหม่” รินรดากล่าวพึมพำกับความว่างเปล่าในห้องทำงานส่วนตัว ก่อนจะยกกาแฟดำที่เย็นชืดขึ้นจิบเพื่อเรียกสติ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานกระจกฝ้าจะเลื่อนเปิดออก ธันวาก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอด้วยท่าทีที่สบายเกินกว่าจะเรียกว่าแขกผู้มาเยือน เขาสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรูและผิวเนื้อสีแทนที่บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ผิดกับเธอที่หมกมุ่นอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยทักทาย เขาวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของเธอ เสียงกระดาษกระทบกับพื้นผิวโต๊ะดังทึบ ทว่าสายตาของเขากลับกวาดมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยโค้ด แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาคู่สวยที่พยายามซ่อนความเหนื่อยล้าเอาไว้
“คุณนอนไปกี่ชั่วโมงแล้ว รินรดา” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบ 100% แต่มันเจือความห่วงใยที่เธอไม่อยากรับรู้
“มันไม่ใช่ฟังก์ชันที่คุณต้องใส่ใจค่ะ, คุณธันวา” รินรดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทจนเกือบจะเย็นชา “และฉันคิดว่าเราตกลงกันแล้วว่าโปรเจกต์รีแบรนด์ของคีย์กำลังจะเข้าสู่ช่วงวิกฤต การที่เรามานั่งเสียเวลากับเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของมืออาชีพ”
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันในตรรกะของเธอ เขาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วทิ้งตัวลงนั่งโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
“คุณชอบใช้คำว่า ‘มืออาชีพ’ มาเป็นเกราะกำบังความกลัวสินะครับ” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบ “ทุกครั้งที่คุณรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มหลุดมือ คุณจะสร้างกำแพงตรรกะขึ้นมาล้อมตัวเองไว้ เหมือนกับ... เมื่อห้าปีก่อน ที่คุณเลือกจะเดินหนีจากโปรเจกต์เปิดตัวระบบความปลอดภัยของบริษัทเก่า เพียงเพราะคุณกลัวว่าความรู้สึกที่มีต่อใครบางคนจะทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาด”
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวที่กำลังถือปากกาเผลอบีบแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าชายหนุ่มทันที ความโกรธผสมผสานกับความตื่นตระหนกแล่นพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ
“คุณ... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง?” เสียงของเธอกลั้นสั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
“ไม่มีอะไรที่เป็นความลับสำหรับคนที่เป็นนักกลยุทธ์หรอกครับ” ธันวายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาคำตอบที่เธอพยายามฝังกลบมันมานานแสนนาน “ผมรู้ว่าคุณสูญเสียอะไรไปบ้างในตอนนั้น และผมก็รู้ว่าทำไมคุณถึงกลายเป็นคนที่เชื่อมั่นแต่ในโค้ดและตัวเลข เพราะโค้ดมันไม่เคยทรยศคุณ มันทำตามคำสั่งเสมอ... ไม่เหมือนมนุษย์”
หัวใจของรินรดาเต้นระรัวราวกับจังหวะของดรัมบีทที่ผิดพลาด ความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนด้วยการเขียนโปรแกรมหารหัสผ่านนับล้านบรรทัด ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของเขา มันไม่ใช่แค่การรุกล้ำความเป็นส่วนตัว แต่มันคือการผ่าตัดทางจิตวิทยาที่ไร้ซึ่งยาสลบ
“คุณไม่มีสิทธิ์มาขุดคุ้ยเรื่องอดีตของฉัน ธันวา!” รินรดาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความอัดอั้น “อดีตของฉันมันจบไปแล้ว และมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกลยุทธ์การตลาดที่คุณกำลังวางแผนอยู่เลยสักนิด!”
“มันเกี่ยวข้องสิครับ... เกี่ยวข้องโดยตรงเลยด้วยซ้ำ” ธันวาลุกขึ้นยืนตาม เขาสูงกว่าเธอจนทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง “เพราะตราบใดที่คุณยังใช้ความกลัวในอดีตมาเขียนอัลกอริทึมในการใช้ชีวิตปัจจุบัน คุณก็จะไม่มีวันเอาชนะคีย์ได้... และคุณก็จะไม่มีวันเปิดใจรับใครเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวได้เลย รวมถึงผมด้วย”
คำพูดประโยคสุดท้ายทิ้งน้ำหนักลงบนความเงียบงันในห้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปเป็นร่างได้ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนขอบหน้าผา เบื้องล่างคือความเวิ้งว้างของความรู้สึกที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอดชีวิต ขณะที่เบื้องบนคือสายตาของชายหนุ่มที่ท้าทายให้เธอก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามจะหาเหตุผลสักข้อมาโต้แย้ง แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้ง ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแล็ปท็อปบนโต๊ะก็ดังขึ้น—*Ping!*
รินรดาหันขวับกลับไปมองหน้าจอด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรซอฟต์แวร์ หน้าต่างโปรแกรมตรวจสอบความปลอดภัย (Firewall Monitor) แสดงผลการเข้าถึงระบบจากภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต แถบสีแดงกระพริบรัวระรัวฟ้องถึงการโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS)
“เกิดอะไรขึ้น?” ธันวาขยับเข้ามาใกล้ พร้อมก้มลงมองหน้าจอ
“ระบบฐานข้อมูลหลักของเรา... กำลังถูกเจาะ” รินรดานิ่วหน้าด้วยความตกใจ มือเรียวพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อสกัดกั้นการโจมตี “IP Address ที่ใช้อยู่... มันมาจากเครือข่ายภายในของบริษัทเราเอง!”
ธันวาหรี่ตาลงทันที ความตึงเครียดเปลี่ยนทิศทางจากการปะทะกันทางอารมณ์ไปสู่สงครามข้อมูลในพริบตา เขายื่นมือไปเลื่อนเมาส์เพื่อดูเส้นทางการส่งข้อมูลย้อนกลับ ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อไฟล์ที่กำลังถูกดาวน์โหลดออกไป
“ไม่ใช่แค่ถูกเจาะระบบธรรมดาครับ รินรดา...” ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “ไฟล์แผนกลยุทธ์ลับที่เราเพิ่งประชุมกันเมื่อวาน... กำลังถูกส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์ของคีย์ ในขณะที่เรากำลังยืนเถียงกันอยู่ตรงนี้เอง”
รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจแบบแฟร์ๆ แต่มันคือการหักหลังที่วางแผนมาอย่างแยบยลจากคนใกล้ตัว
________________________________________
แสงดาวพร่างพราวหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นระทึกไปพร้อมกับปมที่เริ่มขมวดปมแน่นขึ้นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณเป็นแค่คนรู้จัก•ตอนที่ 8
กับดักความคาดหวัง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้คุณเป็นแค่คนรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!