หน้าจอสมาร์ทโฟนราคาสูงในมือของคินน์สว่างวาบ ท่ามกลางความมืดสลัวในห้องแต่งตัวส่วนตัวของกองถ่าย แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ฉายแววคุกกรุ่นจนน่ากลัว สันจมูกโด่งคมรับกับกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ปลายนิ้วเรียวยาวที่มักใช้จับไมโครโฟนบนเวทีคอนเสิร์ตหรือเซ็นสัญญาพรีเซ็นเตอร์มูลค่าหลักล้าน กลับกำลังกำตัวเครื่องแน่นจนข้อตนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
รูปถ่ายใบน้อยบนหน้าจอ... รูปของพริมาในอดีตสมัยที่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ทรงผม หน้าตา และแม้กระทั่งรอยยิ้มที่เธอพยายามซ่อนมันไว้จากโลกใบนี้มาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาสู่วงการบันเทิง มันถูกส่งตรงมายังมือของเขา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
*[ความลับใต้พรมของยัยตัวแสบพริมา น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะคุณคินน์ ถ้าไม่อยากให้รูปพวกนี้ว่อนเน็ต พรุ่งนี้เที่ยง... เรามีเรื่องต้องคุยกันตามลำพัง]* — รินรดา
"กล้ามากนะ..."
เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เหยียดรอยยิ้มเยียบเย็น คินน์แค่นหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน รินรดาคิดตื้นเขินเกินไปจริงๆ ถ้านางเอกสาวเบอร์ต้นคนนั้นคิดว่าการขุดคุ้ยอดีตของพริมาจะทำให้เขาสั่นคลอนได้ เธอก็คงประเมินความรู้สึกที่เขามีต่อ 'ยัยปากจัด' คนนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าสมเพช
แต่สิ่งที่ทำให้คินน์เดือดดาลจนแทบจะบดขยี้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้คือนัยน์ตาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพนั้น... ใครเป็นคนขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา? ข้อมูลระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนนอกวงการจะหามาได้ง่ายๆ มันต้องมีความร่วมมือจากคนวงใน หรือไม่ก็... ตัวรินรดาเองที่แอบซุ่มสืบเรื่องของพริมามานานแล้วเพื่อรอจังหวะเชือด
แอด...
เสียงประตูห้องแต่งตัวถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างบางของคนที่กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนา พริมาก้าวเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟเย็นในมือ ใบหน้าเนียนใสไร้ที่ติแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเหนื่อยอ่อนจากการถ่ายทำฉากดราม่ามาราธอนตั้งแต่เช้า เธอปรายตามองซุปตาร์หนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาด้วยท่าทีที่เดาอารมณ์ไม่ได้ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเมื่อสังเกตเห็นบรรยากาศรอบตัวเขาที่เย็นยะเยือกแปลกๆ
"เป็นอะไรของคุณคะ หน้าบูดเป็นตูดแมวเชียว ใครไปเหยียบหางซุปตาร์เบอร์หนึ่งเข้าให้อีกละเนี่ย" พริมาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงติดตลกตามเคย เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เบาะนิ่มแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "บอกไว้ก่อนนะ วันนี้ฉันหมดพลังจะมาต่อปากต่อคำกับคุณแล้วนะคินน์"
คินน์ยังคงไม่ขยับเขยื้อน เขายังยืนจ้องมองเงาสะท้อนของเธอผ่านกระจกเงา ดวงตาคู่คมสำรวจทุกตารางinchบนใบหน้าของหญิงสาว ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธแค้นแทนเธอที่ถูกคนอื่นเอาอดีตมาข่มขู่ และหงุดหงิดที่เธอไม่เคยระมัดระวังตัวเลยสักนิด
"พริมา" เสียงเรียกที่ราบเรียบแต่จริงจังจนน่ากลัว ทำให้พริมาที่กำลังจะหยิบลิปมาเติมถึงกับชะงัก เธอกระพริบตาปริบๆ หันกลับมามองเขาผ่านกระจก
"อะไรของคุณ อยู่ๆ ก็เรียกชื่อเต็มแบบนี้ ขนลุกนะบอกไว้ก่อน"
คินน์หันขวับกลับมา ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอในสามก้าว พริมาสะดุ้งเฮือก รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า แต่ทว่าความต่างของส่วนสูงทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายต้องแหงนเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยปริยาย ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวโตที่ปัดป่าวอยู่ข้างแก้มทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ
"นี่! ถอยไปเลยนะ ใกล้เกินไปแล้วคนเห็นจะเข้าใจผิด" พริมายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะต้านทานแรงของเสือร้ายที่กำลังโมโหได้
"เธอมีความลับอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า พริมา" คินน์ก้มลงกระซิบชิดริมหูกลิ่นหอมอ่อนๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำลงจนน่าใจหาย
พริมานิ่งง้ำไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นที่รอดพ้นสายตาคนอื่นไม่ได้—ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วเชิดใส่ทันที
"ความลับอะไรของคุณเล่า คนเรามันก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวกันทั้งนั้นแหละน่า ฉันไม่ใช่พับlic property แบบคุณนะที่จะต้องมารายงานทุกฝีก้าวว่าตอนเด็กๆ เคยใส่เสื้อผ้าสีอะไร" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
แต่ท่าทีแบบนั้น... สำหรับคินน์แล้วมันคือการ 'ยอมรับ' ทางอ้อม
คินน์แค่นหัวเราะในลำคออีกครั้ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งความรู้สึก "เรื่องส่วนตัวกับเรื่องที่คนอื่นเอามาใช้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์... มันคนละเรื่องกันนะพริมา"
ประโยคเดียวทำเอาพริมาถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปจากใบหน้าทันที เธอนิ่งอึ้ง เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "คุณ... หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่าแบบนี้ไง..." คินน์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดหน้าจอแชทที่มีรูปถ่ายในอดินของเธอโชว์หราอยู่ แล้วยื่นไปตรงหน้าพริมา "เด็กสาวในรูปนี้... หน้าตาคุ้นๆ นะว่าไหม? แถมคนที่ส่งมา... ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอดอลสาวสวยลูกรักช่องเราเองนี่แหละ"
พริมาแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นรูปถ่ายใบนั้น เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ มือเรียวบางสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ ความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันเอาไว้ด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าคนที่เธอไม่อยากให้เห็นมากที่สุด
"รินรดา..." พริมาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่ในขณะเดียวกัน ความกลัวก็เริ่มกัดกินหัวใจ เธอกลัว... กลัวว่าอดีตที่แสนอัปยศและครอบครัวที่เธอพยายามหนีห่างจะถูกลากออกมาร,กกลางแสงไฟแฟลช กลัวว่าภาพลักษณ์ที่เธอสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อจะพังทลายลงในพริบตา
"กลัวเหรอ?" คินน์เสียงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการสั่นเทาของคนตรงหน้า มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่พริมากลับสะบัดตัวถอยหลังกรูดทันทีด้วยความถือดี
"ฉันไม่ได้กลัว!" เธอเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าวและเสียงเริ่มสั่น "ฉันจะกลัวทำไมในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด! อดีตมันก็คืออดีต ทำไมฉันต้องแคร์ว่าใครจะมองยังไง!"
"ปากดี..." คินน์สบถเบาๆ อย่างหมั่นไส้ในความอวดเก่งของเธอ "ปากเก่งแบบนี้ตลอดแหละน่า! เธอคิดเหรอว่าฉันจะปล่อยให้ยัยงูพิษนั่นเอาเรื่องนี้มาทำลายเธอได้? ฝันไปเถอะ!"
พริมาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ แววตาของคินน์ในตอนนี้ไม่มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวงแหน ความดุดัน และประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนเธอบาดตา
"คุณ... จะทำอะไร?" พริมาถามเสียงแผ่ว
"ฉันจะไปจัดการเอง... ยัยรินรดานั่นกล้าดีอย่างไรมาเล่นกับคนของฉัน" คินน์พูดเสียงลอดไรฟันด้วยความคาดโทษ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความดุดันแบบที่พร้อมจะฉีกศัตรูให้เป็นชิ้นๆ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาเคร่งเครียด ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องแต่งตัวก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยฝีมือของบุคคลที่สาม ร่างระหงของรินรดาในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ฉาบอยู่บนใบหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดวงตาคู่คมกวาดมองคินน์และพริมาที่ยืนประชิดติดกันด้วยแววตาสมเพชระคนท้าทาย
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานหรือเปล่าคะเนี่ย?" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงจิกกัด เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะเครื่องแป้งทีละน้อย ก่อนจะปรายตามองพริมาด้วยหางตาราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อในกรง "แต่คิดว่า... พริมาคงอยากจะฟัง 'ข้อเสนอ' ของฉันมากกว่าจะยืนสวีทกับคุณคินน์ตอนนี้หรอกมั้งคะ?"
คินน์ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขากำหมัดแน่นเตรียมจะพุ่งเข้าไปจัดการแม่ตัวดีที่กล้าบุกรุกเข้ามาถึงถิ่น
ทว่า... ก่อนที่คินน์จะได้ขยับตัว รินรดาชิงยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วกดปุ่มบางอย่าง พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก
"ใจร้อนจังนะคะคุณคินน์... แต่ก่อนจะทำอะไรฉัน อยากให้ดูนี่ซะก่อน..." รินรดาหัวเราะคิกคักในลำคอ ก่อนจะหันหน้าจอโทรศัพท์ของเธอให้ทั้งคู่เห็นเต็มสองตา "เพราะตอนนี้... ฉันไม่ได้แค่ส่งรูปให้คุณดูเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว..."
หน้าจอบนโทรศัพท์ของรินรดาแสดงสถานะการอัปโหลดไฟล์ภาพชุดใหญ่... พร้อมกับข้อความเตรียมกดส่งโพสต์ลงสู่สาธารณะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามนับล้านคน!
"...แต่ฉันกำลังจะกด 'เผยแพร่' ให้คนทั้งประเทศได้รู้ความจริงเน่าเฟะของแม่ซุปตาร์สาวคนนี้... ณ วินาทีนี้เลยค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยจิกหมอนไปกับความซึนของพี่คินน์นะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 15
รอยร้าวของความลับ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!