"กรี๊ด! นี่พวกคุณกำลังทำบ้าอะไรกันคะ!"
เสียงแหลมสูงของรินรดาแผดลั่นห้องแต่งตัวจนแก้วหูแทบแตก ร่างระหงในชุดราตรีหรูพุ่งเข้ามาผลักบานประตูจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตที่ผ่านการกรีดอายไลเนอร์มาอย่างคมกริบเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยาที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด หล่อนจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน—คินน์ ซุปตาร์หนุ่มผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยชายตางอนง้อใคร ยืนชิดติดขอบประตูกับพริมาในระยะประชิด มือหนายังคงทาบอยู่บนบานประตูราวกับกรงขังกลายๆ
พริมาไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจกับเสียงกรีดร้องนั้น หญิงสาวเพียงแค่ปรายตาไปยังผู้มาใหม่ด้วยความเบื่อหน่าย เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่รินรดาเกลียดแสนเกลียด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่งสนิท
"ถ้าตาไม่บอดจนเกินไป ก็น่าจะมองเห็นนะคะว่าเรากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่... หรือว่าสมองส่วนการประมวลผลของคุณรินรดาจะถูกซิลิโคนในร่างกายเบียดจนใช้งานไม่ได้ซะแล้ว ถึงได้คิดไปไกลถึงดาวอังคาร"
"อีพริมา! ปากดีนักนะแก!" รินรดาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ หล่อนก้าวฉับๆ เข้ามาหมายจะงื้อมือตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสอากาศ คินน์ก็ขยับตัวเข้ามาขวางกั้นระหว่างพวกเธอไว้ด้วยความเร็วสูง ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
ดวงตาคมกริบของซุปตาร์หนุ่มไม่ได้ทอดมองด้วยความโกรธธรรมดา แต่มันเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง
"ออกไปจากห้องของฉันซะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างน่ากลัว "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาพลการแบบนี้"
"พี่คินน์คะ! คือริน... รินแค่อิฉัน... เอ๊ย รินแค่เป็นห่วง กลัวว่าผู้หญิงมารยาคนนี้จะมาหลอกลวงอะไรพี่อีก!" รินรดาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นออดอعอเซทันที มือเรียวพยายามเอื้อมไปแตะแขนแกร่ง แต่คินน์กลับสะบัดหนีอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจที่จะให้หล่อนแตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน และจำใส่สมองเอาไว้ว่าถ้าไม่มีธุระด่วนหรือผู้จัดการของฉันอนุญาต ครั้งหน้าฉันจะให้ รปภ. หิ้วปีกเธอโยนออกไปนอกตึกจริงๆ แน่... ไสหัวไป!"
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความคับแค้นใจ หล่อนปะทะสายตากับพริมาที่ยืนกอดอกมองอยู่อย่างเหนือกว่า ก่อนจะกระทืบเท้าเดินกระแทกส้นออกไปจากห้องพร้อมกับกระแทកประตูเสียงดังสนั่นลั่นตึก
ปัง!
ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องแต่งตัวอีกครั้ง พริมาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเบนสายตามาสบกับร่างสูงที่ยังคงยืนขวางทางเธออยู่ รัศมีคุกคามเมื่อครู่เลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงความนิ่งงันบางอย่างในแววตาของคินน์ที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกประหลาด
"มองหน้าฉันทำไมคะ? หรือติดใจท่าเมื่อกี้ อยากให้ฉันซ้อมบทใหม่อีกรอบ" พริมาแกล้งแซ่วยิ้มๆ เพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มอึมครึม ทว่าครั้งนี้คินน์กลับไม่เล่นด้วย สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคมคายคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะหลุบต่ำลงมองพื้น
"เธอไม่รู้อะไรเลย..." คินน์พึมพำออกมาเบาหวิว น้ำเสียงที่เคยเย่อหยิ่งและทรงพลังกลับเจือความอ่อนล้าอย่างที่พริมาไม่เคยเห็นมาก่อน
"รู้อะไรคะ?" พริมาขมวดคิ้ว ความตลกคะเรเมื่อครู่อันตรธานหายไปทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะกำบังอันแข็งกระด้างของซุปตาร์หนุ่ม
คินน์หันหลังให้ เค้าเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำตัวยาว ยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะทิ้งศอกลงบนหัวเข่าแล้วก้มหน้ามองพื้นห้องราวกับกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงความคิดอันดำมืด พริมายืนนิ่งชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ แล้วหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามโดยเว้นระยะห่างพอสมควร
"ถ้ามันอึดอัดมาก... จะไม่พูดก็ได้นะคะ ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณสักเท่าไหร่หรอก" เธอบอกตามตรง แม้ปากจะบอกแบบนั้น แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน
"เธอก็เหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ..." คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง "คิดว่าฉันเป็นพวกเจ้าชู้ เพลย์บอย คบผู้หญิงไปทั่วเพื่อความสนุกสนาน... คิดว่าฉันเหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นเป็นว่าเล่นใช่ไหมล่ะ?"
พริมาเงียบไป เธอยอมรับตามตรงว่าเคยคิดแบบนั้นจริงๆ ในช่วงแรกที่ได้มาร่วมงานกับเขา ซุปตาร์หนุ่มผู้เอาแต่ใจคนนี้ดูเหมือนคนที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใครหน้าไหนทั้งสิ้น
"ฉันไม่ได้คิด..." พริมาเว้นจังหวะ "แต่อากัปกิริยาของคุณมันฟ้องต่างหากล่ะคะ คินน์... ใครๆ ก็มองว่าคุณเป็นซุปตาร์ตัวร้ายผู้ไร้หัวใจทั้งนั้นแหละ"
คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยจนพริมาต้องหายใจสะดุด มันไม่ใช่แววตาของความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังแบกรับรอยแผลเป็นอันเนิ่นนานไว้คนเดียว
"ฉันเคยใจดีนะ..." คินน์เริ่มต้นเล่าด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวน้ำแข็งไส แต่ทุกคำกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "ตอนที่ฉันเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ ตอนที่ฉันยังเป็นแค่เด็กหนุ่มโง่ๆ คนหนึ่งที่เชื่อมั่นในความรัก... ฉันเคยมีแฟนอยู่คนหนึ่ง"
พริมานั่งฟังเงียบๆ หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว
"เราคบกันมาตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะดัง เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ฉันสัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิต ฉันทำงานหนักแทบตายก็เพื่อสร้างอนาคตของเราสองคน แต่รู้ไหม... ว่าผลลัพธ์ที่ฉันได้กลับมาคืออะไร?" คินน์ยิ้มหยันให้กับตัวเอง "ในวันที่ฉันเริ่มมีชื่อเสียง ในวันที่ฉันเหนื่อยแทบขาดใจจากการถ่ายละครข้ามวันข้ามคืน ฉันกลับจับได้คาหนังคาเขาว่าเธอแอบไปนอนกับผู้บริหารช่องแลกกับบทละครและสิทธิพิเศษ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องแต่งตัวอีกครั้ง พริมารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอโดยไม่มีสาเหตุ ภาพซุปตาร์หนุ่มผู้หยิ่งผยองในตอนนี้ ช่างดูโดดเดี่ยวและเปราะบางเสียจนเธอนึกอยากจะเอื้อมมือไปกุมมือหนานั้นไว้เหลือเกิน
"เธอบอกว่าฉันไม่มีเวลาให้... เธอบอกว่าความรักกินไม่ได้... เธอบอกว่าฉันมันก็แค่ดาราไก่กาที่วันหนึ่งก็ต้องดับแสง" คินน์แค่นยิ้มหยาดเยิ้ม น้ำตาหยดหนึ่งคลอหน่วงอยู่ที่หน่วยตาคมแต่ไม่ยอมไหลร่วงลงมา "ตั้งแต่วันนั้น... ฉันก็ฆ่าตัวตนอีกคนทิ้งไป ผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตฉันหลังจากนั้น ก็แค่คนคั่นเวลา หรือไม่ก็พวกหวังผลประโยชน์... ไม่มีใครมองเห็นตัวตนจริงๆ ของฉันสักคน จนกระทั่ง..."
ซุปตาร์หนุ่มชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เขาเงยหน้าขึ้นสบตาพริมาตรงๆ ดวงตาคมกريบฉายประกายบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก
"...จนกระทั่งวันที่เธอเข้ามาปั่นป่วนชีวิตฉันนี่แหละ ยัยตัวแสบ"
พริมากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกหน่วงหนับในอกแล่นพล่านไปทั่วร่าง บาดแผลในอดีตของคินน์ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าผ่านๆ แต่มมันคือรอยแผลเป็นฉกรรจ์ที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบในปัจจุบัน
"ฉัน..." พริมาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อปลอบประโลม แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ริมฝีปาก เมื่อคินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้เธออย่างรวดเร็ว ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอในระยะประชิด
ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจ
"แล้วเธอล่ะ พริมา..." เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบแผ่วเบaข้างริมฝีปากของเธอ "สำหรับเธอแล้ว... ฉันเป็นแค่ตัวซวย เป็นแค่ซุปตาร์น่ารำคาญ หรือว่า..."
คินน์ยังพูดไม่ทันจบประโยค ประโยคคำถามที่แขวนอยู่บนความคาดหวังอันเปราะบางก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อจู่ๆ ประตูห้องแต่งตัวที่เพิ่งถูกรินรดาปิดกระแทกไปเมื่อครู่ กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรงโดยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย•ตอนที่ 13
ความทรงจำที่ไม่อยากจำ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับซุปตาร์ตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!