"ระบบไฟสำรองล่มเจ็ดสเปอร์เซนต์ในเวลาสามวินาที... นีน่า คุณกำลังทำอะไรกับเบรกเกอร์ตรงนั้นกันคะ"
เรย์ดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้สักทันทีที่เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าของคนทั้งคู่ แสงไฟนีออนในร้านกาแฟกึ่งสตรีทที่เคยนวลตา บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีเลือดตามจังหวะกระพริบของระบบฉุกเฉิน ตัวเลขโค้ดข้อผิดพลาดกระโดดโลดเต้นอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเขาด้วยความเร็วสูงจนแทบอ่านไม่ทัน ทว่า หญิงสาวตรงข้ามกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงถือแก้วโกโก้เย็นค้างไว้ครึ่งทาง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากราวกับว่าสถานการณ์โกลาหลตรงหน้าเป็นเพียงฉากหลังของละครเวทีที่เธอจงใจกำกับขึ้นเอง
"ชูส์... ใจเย็นก่อนสิคะคุณวิศวกร ระบบไม่ได้ล่มหรอกค่ะ มันแค่กำลังปรับเทียบความถี่ใหม่ต่างหาก"
นีน่าวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น นิ้วเรียวสวยเคาะลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเองสามครั้งติดต่อกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยที่แสบแก้วหูก็เงียบลงทันทีราวกับกดปุ่มปิดเสียง ความมืดมิดถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสีนวลตาจากระบบสำรองพลังงานโซลาเซลล์ที่เธอแอบติดตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ เรย์หรี่ตามองเธอนิ่ง สมองกำลังคำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยความเร็วสูง ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใช้แค่สัญชาตญาณอย่างที่เธอชอบพูดเสมอไป แต่ทุกการกระทำของเธอกลับมีรูปแบบและขั้นตอนที่ถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล
"คุณตั้งค่าระบบเตือนภัยของตึกนี้ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แล้วทำไมสิทธิ์การเข้าถึงระดับ Root ถึงตกมาอยู่ที่คุณได้" เรย์ถามเสียงเรียบ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นใสกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ปิดไม่มิด
"ความลับค่ะ..." นีน่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟสีส้มอ่อน "ถ้าบอกหมดตอนนี้ นิยายชีวิตของคุณก็คงหมดความตื่นเต้นแย่สิคะ เรย์... เรามาคุยกันเรื่องของเราต่อดีกว่าค่ะ เมื่อกี้เราค้างกันไว้ตรงไหนนะ อ๋อ... เรื่องเป้าหมายชีวิตสิบปีข้างหน้าสินะคะ"
บทสนทนากลับตาลปัตรเข้าสู่โหมดปกติอย่างรวดเร็วจนเรย์ต้องกะพริบตาปรับโฟกัส เขาทรุดตัวลงนั่งตามเดิม แต่แว่นสายตากลับถูกดันขึ้นด้วยนิ้วชี้ตามความเคยชับยามที่เขาต้องวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ
"เป้าหมายชีวิตของคุณ... มันมีตัวเลขที่ขัดแย้งกันในตัวเองค่ะ นีน่า" เรย์เปิดหน้าจอแท็บเล็ตเลื่อนตารางสถิติที่เขาแอบบันทึกพฤติกรรมของเธอตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาให้เธอดูลอยๆ กลางอากาศ "คุณบอกว่าคุณอยากใช้ชีวิตอิสระเหมือนสายลม ทำงานศิลปะ เดินทางไปทั่วโลกโดยไม่มีกรอบเวลา แต่งบประมาณที่คุณใช้ในโครงการอาสาสมัครเด็กยากไร้ทุกเดือนกลับสูงถึงเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ของรายได้รวม แถมคุณยังซื้อประกันชีวิตทุนประกันสูงลิ่วระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นมูลนิธิการศึกษาโดยไม่ระบุชื่อตัวเองอีก... คนที่อยากใช้ชีวิตไปวันๆ แบบไม่มีแผน เขากันเงินสำรองและวางโครงสร้างภาษีซับซ้อนขนาดนี้ทำไมกันคะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา รอยยิ้มบนใบหน้าของนีน่าค่อยๆ เลือนหายไปที1ละน้อย เหลือเพียงแววตานิ่งสงบที่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม เธอยกมือขึ้นทัดผมยาวที่เคลียแก้มอย่างช้าๆ ท่าทางนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความกลัว แต่เป็นการประเมินคู่สนทนาอย่างระมัดระวังเช่นกัน
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจชะมัดเลยนะคะ เรย์" เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีพีชอ่อน "มองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเอ็กซ์เรย์เสียอีก แบบนี้ฉันจะมีความลับอะไรเหลือไว้ให้ค้นหาอีกเล่า"
"ความจริงไม่ใช่เรื่องยากที่จะค้นหาหรอกค่ะ ถ้าข้อมูลมันถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เพียงแต่... ตัวเลขของคุณมันบอกว่า คุณกำลังวิ่งแข่งกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมาก" เรย์โน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาเบ the ลงแต่เต็มไปด้วยน้ำหนักที่จริงจัง "คุณไม่ได้กำลังสร้างอนาคตสิบปีข้างหน้าค่ะ นีน่า... คุณกำลังพยายามทำทุกอย่างให้สำเร็จ 'ภายในปีนี้' ต่างหาก"
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะมุมอับของร้านกาแฟชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติในเคาน์เตอร์ไกลๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยะ นีน่าหลบสายตาไปมองนอกกระจกหน้าร้านที่ตอนนี้เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง หยดน้ำที่เกาะบนกระจกไหลมารวมกันเป็นทางยาวราวกับเส้นกราฟชีวิตที่ไร้จุดสิ้นสุด
"ถ้าฉันบอกว่า... ฉันมีเวลาเหลือไม่ถึงหกเดือนล่ะคะ เรย์"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจหลุดออกมาจากปากของหญิงสาว เรย์ชะงักกึง สมองที่เคยประมวลผลด้วยโค้ดและตรรกะอันแม่นยำกลับสะดุดลงอย่างไร้สาเหตุ หัวใจกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่ควรจะเป็น
"คุณพูดเรื่องอะไรกันคะ... เรื่องตลกอะไรทำนองนั้นเหรอ มันไม่ตลกเลยนะ" เรย์พยายามเค้นเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วที่กำขอบโต๊ะไว้จะเริ่มเย็นเฉียบ
นีน่าหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง รอยยิ้มเศร้าๆ ที่เธอส่งให้ช่างเปราะบางเสียจนเรย์รู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างประหลาด เธอยื่นมือเรียวบางมาแตะหลังมือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ ความอุ่นจากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านมาถึงผิวเนื้อ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
"ฉันไม่ได้ล้อเล่นค่ะ เรย์... ผลตรวจชิ้นเนื้อเมื่อเดือนก่อนมันยืนยันชัดเจนแล้ว" นีน่าสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีประกายน้ำใสๆ คลอหน่วยแต่มันกลับถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความเข้มแข็ง "สมการชีวิตของฉันมันถูกกำหนดเวลาอวสานไว้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วล่ะค่ะ... และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ฉันถึงอยากรู้ว่าถ้าคนเรามีความรักในโค้งสุดท้ายจริงๆ หน้าตามันจะเป็นอย่างไรกันแน่"
เรย์อ้าปากค้าง คำพูดนับร้อยที่เตรียมไว้เพื่อโต้แย้งถูกกลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น เขามองใบหน้าของหญิงสาวที่เขามักจะคิดว่าเธอช่างสดใสและไร้กังวลเสมอมา บัดนี้เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า รอยยิ้มเหล่านั้นคือเกราะป้องกันอันเปราะบางที่เธอใช้ปกปิดความจริงอันโหดร้ายเอาไว้เบื้องหลัง
ก่อนที่เรย์จะได้เอמהคำพูดใดออกจากริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะที่ควรจะสงบไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยแสงสีแดงกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบตรวจจับความปลอดภัยภายนอกอาคารที่ดังลั่นขึ้นอย่างกะทันหัน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายจากภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต... เป้าหมายกำลังพยายามถอดรหัสข้อมูลส่วนบุคคลของ "โครงการลาซารัส"... และบุคคลต้องสงสัยกำลังยืนอยู่บริเวณหน้าร้านของคุณในขณะนี้]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะยังอยู่จับมือลุ้นไปกับเรย์และนีน่าต่อนะคะ
สมการรักที่เธอยังไม่ได้แก้•ตอนที่ 6
บทสนทนาที่ไม่มีในสคริปต์
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สมการรักที่เธอยังไม่ได้แก้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
