ท่านหญิงผู้หลุดพ้นจากวังวนแค้น สู่เส้นทางแม่ค้าข้ามภพ•ตอนที่ 2

มิติลับกับภารกิจตั้งตัว

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถอยไป!" เสียงตวาดห้วนจัดพร้อมกับมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฉัน แรงบีบนั้นหนักหน่วงราคากับคีมเหล็ก สะท้อนสัญชาตญาณดิบเถื่อนของคนที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน แม้ในยามที่เลือดสีดำคล้ำยังคงไหลซึมเปรอะมุมปากของเว่ยอิง ดวงตาคมกริบรากเหง้าของพยัคฆ์ร้ายคู่นั้นก็ยังคงจ้องมองฉันด้วยความระแวงระวังราวกับฉันเป็นมือสังหารที่จ่อมีดรอปลิดชีพเขาอยู่รอมร่อ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายดินชื้นยามค่ำคืนในกระท่อมหลังเล็กที่ผุพังจนแทบกันลมไม่ได้ ฉันไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่สตรีอ่อนแอทั่วไปพึงจะเป็น ในอดีตชาติ... ก่อนที่ฉันจะถูกทรยศหักหลังและปล่อยให้ตายอย่างอนาถในตำหนักเย็น ฉันเคยเห็นคนตายมามากกว่าผักปลาในตลาด ฉันก้มมองมือที่ถูกพันธนาการไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาของฉันนิ่งสนิทไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความเยือกเย็นที่ทำให้แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "ถ้าข้าอยากฆ่าท่าน ท่านคงไม่ต้องรอให้กระรอกในป่ามันแทะกระดูกหรอกค่ะท่านแม่ทัพ" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก บิดข้อมือหลุดจากการจับกุมอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "ปล่อยมือเถอะค่ะ พิษสวาทโลหิตนี่มันกำลังกัดกินเส้นเอ็นท่านอยู่ หากยังดื้อดึงใช้กำลัง เกรงว่าพรุ่งนี้เช้าคงเหลือแต่วิญญาณให้ยมบาลไต่สวนแล้วล่ะค่ะ" เว่ยอิงขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงจนน่ากลัว แต่เขาก็ยังกัดฟันกรอด ฝืนพยุงร่างสูงใหญ่ของตัวเองลุกขึ้นยืนโดยไม่ยอมพึ่งพาความช่วยเหลือจากฉัน สะท้อนความถือดีและระแวดระวังตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของบุรุษผู้นี้ "เจ้าเป็นใครกันแน่... หลินฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ็ดลอดไรฟัน "สตรีสกุลหลินผู้เอาแต่ใจ เหตุใดจึงรู้เรื่องพิษโบราณชนิดนี้ได้" "ข้าก็คือภรรยาที่ท่าน ‘ซื้อ’ มาด้วยเงินห้าตำลึงเงินอย่างไรล่ะคะ" ฉันแค่นမ်းยิ้มหยันที่มุมปาก ส่งสายตากวาดมองสำรวจเรือนร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ ทั้งเก่าและใหม่สลับซับซ้อนกันราวกับแผนที่สงคราม "ส่วนเรื่องที่ข้ารู้... ท่านไม่ต้องใส่ใจหรู้หรอกค่ะ รู้แค่ว่าตอนนี้ ถ้าท่านไม่อยากตายตกไปตามกัน ข้าคือคนเดียวที่จะช่วยต่อลมหายใจให้ท่านได้" พูดจบ ฉันก็ไม่รอให้เขาซักไซ้ไล่เลียงอีกต่อไป ร่างระหัดหมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าฉับๆ ไปยังมุมมืดของห้อง ในเสี้ยววินาทีที่หลุดพ้นจากสายตาคมกริบของบุรุษเบื้องหลัง ฉันก็ลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสมาธิเข้าสู่ห้วงจิตวิญญาณ ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง ภาพของ "มิติลับ" แดนสวรรค์ส่วนตัวที่ติดตัวมาจากการเดินทางข้ามภพก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด มันคือคลังแสงและห้องครัวขนาดยักษ์ที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมียม เครื่องมือแปรรูปอาหารล้ำสมัย และสมุนไพรหายากที่ต่อให้เอาทรัพย์สินทั้งแคว้นมาแลกก็หาซื้อไม่ได้ *เยี่ยม... โชคยังเข้าข้างข้า* ฉันคิดในใจอย่างลิงโลด มือเรียวบางเอื้อมคว้าในอากาศราวกับกำลังควานหาบางสิ่ง และเพียงพริบตาเดียว เม็ดยาชำระล้างไขกระดูกสีขาวนวลกลิ่นหอมละมุนก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ นี่คือผลผลิตจากแปลงสมุนไพรวิเศษในมิติที่เติบโตรวดเร็วกว่าโลกภายนอกถึงร้อยเท่า! เมื่อเดินกลับมายังเตียงนอนที่ทำจากไม้ไผ่สาน เว่ยอิงกำลังนั่งหอบหายใจรวยรินอยู่บนขอบเตียง เหงื่อกาฬไหลโทรมกายจนเสื้อผ้าแนบติดแผ่นอกกำยำ พิษในกายกำลังกำเริบอย่างรุนแรงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ "อ้าปากค่ะ" ฉันสั่งเสียงเฉียบขาด เว่ยอิงเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลังเลสงสัย แต่ทว่า อาการเจ็บปวดเสียดแท่นอกที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้เขาไม่มีทางเลือก บุรุษหนุ่มอ้าปากรับเม็ดยานั้นเข้าไปอย่างไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ทันทีที่เม็ดยาละลายหายไปในลำคอ ร่างกายของแม่ทัพหนุ่มก็กระตุกเกร็งวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสำรอกลิ่มเลือดสีดำสนิทออกมาอีกระลอกใหญ่ กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ทว่า ทันทีที่เลือดพิษนั้นถูกขับออกมา สีหน้าที่เคยซีดเซียวราวกับคนใกล้ตายก็เริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมา ลมหายใจที่ติดขัดค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เว่ยอิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เขาจ้องมองฝ่ามือของตัวเองที่หายสั่นเทา แล้วเงยขึ้นมองหน้าฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่ความหวาดระแวงอีกต่อไป แต่เป็นความพิศวงแกมทึ่งที่ยากจะปิด The hidden meaning behind that gaze... "เจ้า... ให้ข้ากินอะไรเข้าไป" เขาถามเสียงแหบแห้ง "ของดีที่ช่วยต่อชีวิตสามีข้าอย่างไรล่ะคะ" ฉันยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขาหนึ่งที ก่อนจะปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าอย่างไม่ใส่ใจ "จำเอาไว้ด้วยนะคะเว่ยอิง ชีวิตนี้ของท่านเป็นของข้าแล้ว ห้ามตายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้าเป็นอันขาด เข้าใจไหมคะ?" บุรุษร่างยักษ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ อย่างไม่คุ้นชินกับการถูกสตรีเพศออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจแต่เปี่ยมด้วยความห่วงใยเช่นนี้ "ข้า... เข้าใจแล้ว" เขาตอบรับเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันมามองสำรวจสภาพความยากจนข้นแค้นภายในกระท่อม มื้อนี้... หากจะรอให้สามีบาดเจ็บออกไปล่าสัตว์ คงได้อดตายกันพอดี โชคดีที่ในมิติลับของฉันยังมีแป้งสาลีชั้นดี เนื้อหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สูตรลับ และเครื่องเทศหอมกรุ่นที่เก็บรักษาไว้ในช่องแช่แข็งวิเศษ *ถึงเวลาแสดงฝีมือของแม่ค้ามือหนึ่งแห่งยุคแล้วสิคะ* ฉันจัดการหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติลับอย่างแนบเนียน แป้งสาลีขาวบริสุทธิ์ถูกนวดจนเนียนนุ่ม ยัดไส้ด้วยเนื้อหมูสับคลุกเคล้าต้นหอมและขิงสดที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจตั้งแต่ยังไม่ทันได้ตั้งเตา เสียงสับเนื้อบนเขียงไม้ดัง "ตับๆๆ" เป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบสงบยามราตรีของหมู่บ้านชายขอบ ไม่นานนัก กลิ่นหอมฟุ้งของ "ซาลาเปาทอดแป้งกรอบนอกนุ่มใน" และ "น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมพันปี" ก็เริ่มโชยขจรขจายผ่านรอยแตกของผนังไม้ไผ่ ลอยล่องไปตามสายลมยามดึก พัดพาความหอมหวานเย้ายวนใจจนกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น เว่ยอิงที่นั่งมองการกระทำของฉันอยู่เงียบๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท้องของเขาที่ไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างน่าขัน ฉันหันไปส่งยิ้มพินิจพิพากษาให้เขา พร้อมกับคีบซาลาเปาร้อนๆ สีทองอร่ามวางลงบนจานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต "ชิมดูสิคะ ท่านแม่ทัพ..." ฉันเอ่ยกระซิบเสียงหวานเย้ายวน "ฝีมือภรรยาคนนี้ รับรองว่าอร่อยจนท่านต้องลืมไม่ลงแน่นอนค่ะ" ทว่า ในขณะที่เรากำลังจะเอื้อมมือหยิบอาหารตรงหน้าเพื่อลิ้มลองรสชาติ ทันใดนั้นเอง... *ปัง!* เสียงถีบประตูไม้เก่าๆ พังกระเด็นหลุดออกจากวงกบดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งที่พากันบุกรุกเข้ามาในยามวิกาล แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาจนแสบตา และเสียงตะโกนกร้าวด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้นท่ามกลางความตกใจ "นังสารเลวหลินฟางเซียน! ไหนล่ะเงินที่พวกแกซ่อนไว้ ส่งออกมาให้หมดไม่งั้นพวกฉันเผาบ้านแกแน่!" ฉันหรี่ตาลงทันที มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย็นชา *หึ... พวกสวะรำคาญใจตามมาถึงที่นี่จนได้สินะคะ* แต่ก่อนที่ฉันจะได้ขยับตัวทำอะไร เว่ยอิงที่นั่งเงียบมาตลอดก็ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของพยัคฆ์หนุ่มที่เพิ่งฟื้นคืนพลังฉายแสงอำมหิตวาววับ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเสียดกระดูก "กล้าดีอย่างไร... ถึงมารบกวนเวลาภรรยาข้าทำอาหาร?" *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาลิ้มรสความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ หวังว่าจะถูกใจฝีมือการปรุงและลีลาการเอาคืนของฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านหญิงผู้หลุดพ้นจากวังวนแค้น สู่เส้นทางแม่ค้าข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%