เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา•ตอนที่ 24

การปลดล็อกพลังมหาเทพที่แท้จริง

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
ห้วงมิติเบื้องบนแตกร้าวเป็นริ้วรอยสีดำสนิท ดุจกระจกบานใหญ่ที่ถูกค้อนมหาศาลทุบจนแหลกสลาย แรงกดดันระดับบรรพกาลแผ่พุ่งลงมากดทับยอดเขาเทียนซานจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายความตายและทัณฑ์สวรรค์คละคลุ้งไปทั่วทุกอณูอากาศ จนเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน สติสัมปชัญญะหลุดลอยราวกับใบไม้ที่ถูกไฟแผดเผา "ศิษย์พี่... พลังนี้มัน..." หลี่จื่อเหว่ยกระอักโลหิตสีชาดออกมาคำโต อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยหยดเลือด นางค้ำกระบี่ประจำกายไว้กับพื้นดินเพื่อพยุงร่างอันบอบบางไม่ให้ทรุดฮวบลงไป ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้สั่นไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก เบื้องหน้าของนางคือหุบเหวแห่งความหายนะ ค่ายกลผนึกมารเก้าสวรรค์กำลังจะแตกสลาย และหากสิ่งนั้นหลุดออกมาได้ โลกหล้าคงไม่พ้นต้องกลายเป็นทะเลเพลิง ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ร่างของฉินมู่ไป๋ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของนางกลับเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้าเสียดแทงฟ้าดิน ฉินมู่ไป๋หันกลับมามองสตรีในดวงใจ แววตาที่เคยมีความขี้เล่นและดื้อรั้น บัดนี้กลับราบเรียบ ลึกล้ำ และทรงอำนาจดุจจักรพรรดิสวรรค์ผู้ปกครองหมื่นดารา ร่างกายของเขาเริ่มโปร่งแสง เผยให้เห็นดวงแก้ววิญญาณเก้าสีที่หมุนวนอยู่ภายใน단田 (ตันเถียน) พลังปราณระดับที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจจินตนาการได้ทะลักทะลายออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด "จื่อเหว่ย..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันทุ้มต่ำ กังวาน และสะท้อนก้องไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง "เส้นทางบำเพ็ญเพียรของเจ้ายังอีกยาวไกลนัก เหตุใดจึงต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ ณ ที่แห่งนี้ด้วยเล่า" "ท่าน... ท่านไม่ใช่..." หลี่จื่อเหว่ยเบิกตากว้าง นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยแต่ยิ่งใหญ่เสียจนนางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ตัวตนที่แท้จริงของท่าน... คือมหาเทพผู้ร่วงหล่นผู้นั้นจริง ๆ สินะ?" "ข้าก็คือข้า ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต" ฉินมู่ไป๋ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยน ท่ามกลางมหันตภัยล้างโลก "ข้าเคยปกป้องสวรรค์มาแล้วครั้งหนึ่ง และในชาตินี้... ข้าก็ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อปกป้องคนที่ข้าปรารถนาจะปกป้องเช่นกัน" สิ้นคำพูด ร่างกายของฉินมู่ไป๋ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับมังกรทองคำทะยานสู่ห้วงดารา เขาอ้าแขนออกกว้าง ปลดปล่อยผนึกพันธนาการแห่งกาลเวลาที่สะสมมานานนับพันปี ความทรงจำและพลังที่แท้จริงในฐานะมหาเทพไหลทะลักกลับคืนสู่ร่างเนื้ออย่างสมบูรณ์แบบ แผ่นดินใต้ร่างแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม สายฟ้าเก้าสีฟาดผ่าลงมาตรงร่างของเขา ราวกับสวรรค์กำลังโกรธเกรี้ยวที่ตัวตนอันยิ่งใหญ่หวนคืนสู่อำนาจ "บังA! มนุษย์สามัญกล้าดียังไง..." เสียงคำรามจากห้วงมิติเบื้องล่างดังสะท้อน มันคือเสียงของราชาอสูรบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ มันพยายามดลบันดาลพายุเพลิงทมิฬเพื่อกลืนกินทุกสิ่ง "เจ้าสุนัขรับใช้แห่งความมืด" ฉินมู่ไป๋กวาดสายตามองลงไปด้วยความเหยียดหยัน มือขวาแบออกแล้วคว้าจับไปยังความว่างเปล่า กระบี่วิญญาณเก้าสวรรค์ที่หลับใหลมาเนิ่นนานพลันปรากฏขึ้นในมือ มันสั่นระริกด้วยความยินดีที่ได้กลับมาอยู่ในมือของผู้เป็นนายที่แท้จริง "ในเมื่อพวกมันปล่อยให้เจ้าตื่นขึ้นมา งั้นวันนี้ ข้าผู้นี้จะเป็นผู้ส่งเจ้ากลับลงไปสู่ขุมนรกโลกันต์อีกครั้งเอง!" วูบ! ประกายกระบี่สีทองอร่ามตัดผ่านความมืดมิดราวกับเส้นด้ายแห่งการพิพากษา ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง ไม่มีแรงปะทะที่ยืดเยื้อ มีเพียงความเงียบงันชั่วพริบตา ก่อนที่รอยแยกมิติขนาดมหึมาจะถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างสะอาดหมดจด เลือดสีดำทะมึนของราชาอสูรพวยพุ่งราวน้ำพุกลางเวหา เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมก่อนจะค่อย ๆ เงียบหายไปในความว่างเปล่าที่ถูกผนึกซ้ำด้วยอักขระทองคำโบราณ พลังมหาเทพที่แท้จริง! นี่คือความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริงของผู้ที่อยู่เหนือวัฏสงสาร! ทว่า การคืนร่างมหาเทพชั่วคราวนี้ต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง สีหน้าของฉินมู่ไป๋เริ่มซีดเซียวลง ดวงตาที่เคยเปล่งประกายแสงสีทองเริ่มหม่นหมองลงทีละน้อย กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินกำลังปฏิเสธการมีอยู่ของพลังระดับนี้ในร่างมนุษย์ ร่างกายของเขาเริ่มแตกร้าวเป็นรอยแยกสีทองคำเปลว "มู่ไป๋!" หลี่จื่อเหว่ยฝืนพยุงร่างที่สะบักสะบอมของตนเองวิ่งเข้าไปหา นางไม่สนใจความเจ็บปวดใด ๆ อีกต่อไป หญิงสาวผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง บัดนี้หยาดน้ำตากลับรินไหลอาบสองแก้ม นางคว้าแขนของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที เขาจะสลายหายไปกับสายลม "เจ้าคนโง่... เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้..." น้ำเสียงของนางสั่นเครือเต็มไปด้วยความตัดพ้อและความอาลัยอาวรณ์ที่เก็บกดไว้มาเนิ่นนาน ฉินมู่ไป๋แย้มสร้อยยิ้มจาง ๆ มือที่สั่นเทาลูบไล้ลงบนเรือนผมสีดำขลับของนางอย่างทะนุถนอม "ข้าบอกแล้วอย่างไร... ว่าต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย ข้าก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว... จื่อเหว่ยของข้า ร้องไห้เช่นนี้ไม่เหมาะกับเจ้าเลยนะ" "ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนั้น!" หลี่จื่อเหว่ยซบหน้าลงกับอกเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเขา ความเย็นชาทั้งหมดถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักและความกลัวที่จะต้องสูญเสียเขาไปชั่วนิรันดร์ "ท่านต้องอยู่กับข้า... ท่านสัญญาแล้วว่าจะพาข้าไปชมทะเลดาวที่แดนเซียนมิใช่หรือ?" "ข้า... ผิดสัญญาไม่ได้อยู่แล้ว..." ฉินมู่ไป๋กระซิบแผ่วเบา ร่างกายของเขาใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มที ดวงแก้ววิญญาณในตันเถียนแตกสลายกลายเป็นละอองแสงโปรยปราย ทว่า ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่สงบลงแล้วกลับเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นอีกครั้ง ห้วงมิติเบื้องบนสุดหลุดลอย เปิดออกเป็นประตูบานยักษ์ที่สลักด้วยลวดลายโบราณอันน่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายที่เก่าแก่ยิ่งกว่าราชาอสูรตนก่อนแผ่ซ่านออกมาจนทุกสรรพสิ่งต้องสั่นสะเทือน เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏขึ้นท่ามกลางประตูมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการเสียสละที่น่าประทับใจยิ่งนัก มหาเทพผู้ร่วงหล่น... เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าการใช้พลังทั้งหมดในร่างนี้ จะสามารถปิดผนึกมหันตภัยแห่งยุคได้จริง ๆ?" ฉินมู่ไป๋หรี่ตาลง ร่างกายที่กำลังจะสลายหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง เขาดึงหลี่จื่อเหว่ยมาไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณ แววตาคมกริบดุจคมกระบี่จ้องมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความระแวงขีดสุด "นั่นมัน... ผู้ใดกัน?" หลี่จื่อเหว่ยกำกระบี่แน่น แม้เรี่ยวแรงจะแทบไม่เหลือแล้วก็ตาม และก่อนที่ฉินมู่ไป๋จะทันได้เอ่ยปากตอบ เงาลึกลับนั้นก็ยกมือขึ้นดีดนิ้วเบา ๆ ทีหนึ่ง ทันใดนั้น ค่ายกลผนึกเก้าสวรรค์ที่เพิ่งถูกซ่อมแซมก็แตกละเอียดเป็นผุยผง พร้อมกับเสียงประกาศิตที่ดังสะท้อนก้องกาลเวลา: "ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่แท้จริง... ศิษย์รักของข้า" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถียุทธภพอันยาวนานนี้ด้วยนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับศิษย์สายตรงผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%