บริหารเสน่ห์เจ้านายให้ตกหลุมรักแบบมือโปร•ตอนที่ 30

รอยน้ำตากับคำสัญญา

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของน่านที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของโกดังร้าง คือชนวนระเบิดชั้นดีที่ทำลายเกราะน้ำแข็งทั้งหมดของธามให้แหลกละเอียดในเสี้ยววินาที "ยินดีต้อนรับสู่แผนกต้อนรับส่วนหน้าค่ะคุณธาม... ช้าไปสามนาทีนะคะ เสียคะแนนประเมินความใส่ใจแย่เลย" น่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ทั้งที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกเส้นหนากับพนักเก้าอี้ไม้เก่าๆ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นอกมั่นใจชนิดที่คนมองอยากจะเข้าไปเขย่าให้หายหมั่นไส้สักทีสองที ธามไม่สนใจเชือกที่พันธนาการร่างนั้นด้วยซ้ำ สายตาคมกริบของประธานหนุ่มกวาดมองผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่มุมมืดของโกดัง—กวิน คู่แข่งทางธุรกิจผู้กำลังส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้ "ฉลาดนักนะ... น่าน" ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำสนิทวับวาวด้วยเพลิงโทสะที่ไม่ใช่เพราะโกรธเลขาหนุ่ม แต่เป็นความโกรธที่อีกฝ่ายกล้าเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพันกับเกมจิตวิทยาบ้าๆ นี้ "คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไง ถึงกล้าใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้ฉันวิ่งแจ้นมาติดกับแบบนี้!" "ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้... ประธานผู้แสนเย็นชาอย่างคุณ จะยอมถอดหน้ากากนักบริหารแล้ววิ่งหน้าตั้งมาช่วยผมด้วยตัวเองเหรอคะ?" น่านสวนกลับทันควัน เชิดคางขึ้นท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเจ้านายหนุ่มแม้แต่น้อย "ในตำราจิตวิทยาบริหารเสน่ห์บทไหนบอกเหรอคะว่า การปล่อยให้คนอื่นเป็นห่วงจนแทบคลั่ง มันคือกลยุทธ์ที่ถูกต้อง?" "หุบปากซะ น่าน!" ธามคำรามต่ำ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างที่ถูกมัดทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้กวินได้ทันขยับตัวด้วยซ้ำ หมัดหนาซัดเข้าที่กวินซึ่งพยายามจะเข้ามาขวางอย่างเต็มแรง จนร่างของคู่แข่งกระเด็นไปกระแทกกับกองลังไม้เสียงดังสนั่น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของธามที่ดังสะท้อนก้องโกดัง ธามหันกลับมามองคนบนเก้าอี้ แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอในตอนนี้ กลับไหววูบอย่างน่าใจหาย มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปแก้ปมเชือกที่ข้อมือของน่านให้หลุดออก ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนที่ขึ้นรอยแดงจางๆ จากการเสียดสี หัวใจของประธานหนุ่มกระหน่ำรัวราخواกลองศึก นี่ไม่ใช่เกมธุรกิจ... นี่คือความเป็นความตายของคนที่เขารู้ตัวในวินาทีนี้เองว่า ‘ขาดไม่ได้’ เมื่อเชือกเส้นสุดท้ายหลุดร่วงลงพื้น น่านไม่ได้ขยับหนี ทว่าดวงตากลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างกำแพงไว้พังทลายลงในจังหวะที่ปลายนิ้วอุ่นของธามแตะลงบนข้อมือของเขาเบาๆ อย่างทะนุถนอม—ผิดวิสัยคนปากร้ายโดยสิ้นเชิง "ร้องไห้ทำไม..." เสียงของธามอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเวทนาแกมตัดพ้อที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "เจ็บมากเหรอ... ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนี้!" "ไม่ได้เจ็บข้อมือสักหน่อย..." น่านสูดจมูกเบาๆ พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเจ้านายหนุ่ม "แต่ผม... กลัวว่าคุณจะไม่มาต่างหาก" คำพูดนั้นเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจธามอย่างแรง ในทางจิตวิทยา มนุษย์มักจะซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้เบื้องหลังท่าทีที่แข็งกร้าว แต่วินาทีนี้ ทั้งธามและน่านต่างถอดหน้ากากออกจนหมดเปลือก เหลือเพียงตัวตนที่เปลือยเปล่าทางความรู้สึก ธามดึงร่างของน่านลุกขึ้นจากเก้าอี้มากอดไว้แนบอกอย่างแรง ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา อ้อมกอดที่อบอุ่นและแน่นแฟ้นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน กลิ่นกายสะอาดประจำตัวของประธานหนุ่มคลุ้งอยู่ในความรู้สึก ทำให้น่านซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้หยดลงซึมผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพง "คนบ้า..." น่านพึมพำอู้อี้อยู่ที่อก "คุณมัน... ปากแข็งที่สุดในโลกเลยรู้ตัวไหม" "อืม รู้..." ธามกระซิบตอบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักได้รูปกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของเลขาหนุ่มอย่างลืมตัว ความรู้สึกคลั่งรักที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม "แล้วก็รู้ด้วยว่า... ถ้าวันนี้นาย เป็นอะไรไป ฉันคงไม่เหลือเหตุผลอะไรให้อยากหายใจอีกแล้ว" น่านชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนพูดทันที ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตฉายแววความประหลาดใจระคนตื้นตัน เมื่อได้ยินคำสารภาพรักที่หลุดออกมาจากปากของคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘เย็นชาและไร้หัวใจ’ เป็นครั้งแรกในชีวิต นี่ไม่ใช่กลยุทธ์จิตวิทยา ไม่ใช่บทเรียนการบริหารเสน่ห์จากตำราเล่มไหน แต่มันคือความจริงดิบๆ ที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ "คุณ... พูดว่าอะไรนะคะ?" น่านถามย้ำเสียงสั่น ทั้งที่ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ธามจ้องมองริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อยด้วยความตกใจนั้น นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้หัวใจของน่านแทบหลุดลอย "ฉันรักนาย..." ธามเอ่ยทวนซ้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น จริงจัง และทรงพลังที่สุดในชีวิต "รักจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว... น่าน ได้ยินชัดหรือยัง?" ยังไม่ทันที่น่านจะได้เอื้อนเอ่ยคำตอบใดๆ ออกมาเพื่อรับ1ส스ิสสสความรู้สึกที่รอคอยมาแสนนาน— *ปัง!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับแสงไฟสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาทางประตูโกดังที่ถูกถีบจนเปิดอ้าออก ร่างของบอดี้และตำรวจในเครื่องแบบหลายนายกรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ไว้ทั้งหมด แต่ไม่ใช่แค่นั้น... บุคคลที่ก้าวตามเข้ามาด้านหลังสุดในชุดสูทเนี้ยบกริบและรอยยิ้มที่ทำให้ธามต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกตะลึง คือ "ท่านประธานใหญ่" ผู้เป็นบิดาแท้ๆ ของธามเอง! สายตาคมกริบของผู้เป็นพ่อกวาดมองภาพบุตรชายที่กำลังโอบกอดเลขาหนุ่มแนบแน่นกลางโกดังร้าง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงอำนาจจนบรรยากาศรอบตัวเยือกเย็นลงทันตา "เล่นสนุกกันพอหรือยัง... ธาม? ถึงเวลาต้องกลับไปรับผิดชอบในสิ่งที่แกก่อไว้ที่บริษัทเสียที" ธามขบกรามแน่น ดวงตาคมตวัดมองผู้เป็นพ่อสลับกับกวินที่ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นด้วยรอยยิ้มมุมปาก ขณะที่มือหนาของธามยังคงกระชับเอวของน่านเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือแม้แต่นินเดียว รี้ดเดอร์คะ... เกมการชิงอำนาจในบริษัทว่าเดือดแล้ว แต่เกมหัวใจที่กำลังจะระเบิดต่อหน้าประธานใหญ่... จะรอดหรือร่วง? กดอ่านตอนต่อไปด่วนๆ เลยนะคะ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ เลิฟยูค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริหารเสน่ห์เจ้านายให้ตกหลุมรักแบบมือโปร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%