“ผมบอกคุณสิบครั้งแล้วว่าตรงนี้ต้องเสริมเสาเข็มเจาะ ไม่ใช่ตอกกระแทกสุ่มสี่สุ่มสามแบบที่คุณคิดจะทำ!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนเคร่งเครียดดังขึ้นแทรกเสียงเครื่องยนต์รอบเดินเบาของรถกระบะยกสูง อคินขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะรัวเร็วเพื่อระบายอารมณ์ ขณะที่สายตาก็จ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลกราฟิกดินทรุดตัวที่เพิ่งส่งตรงมาจากหน้างานโซน B
ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นฉายแววคุกรุ่น เขากำลังหัวเสีย—ไม่ใช่เพราะตัวเลขความเสียหายหน้างานที่ขยับลงไปเกือบสิบเซนติเมตรจนน่าใจหาย แต่เป็นเพราะต้นตอของปัญหาดันยืนกอดอกพิงกระจกร้านกาแฟสไตล์ลอฟท์ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยต่างหาก
รินรดาในชุดเสื้อเชอร์ตลายทางพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกับกางเกงสแลคเข้ารูป กำลังยกแก้วกาแฟลาเต้เย็นขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ ราวกับเสียงร้องโวยวายของหัวหน้าวิศวกรโครงสร้างเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงจิ้งจอกหริดข้างทาง
รถกระบะหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าคาเฟ่แห่งนั้นอย่างไร้ความนุ่มนวล ประตูฝั่งคนขับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโปร่งก้าวฉับๆ ลงมาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อได้ทุกเมื่อ
“คุณรินรดา!” อคินเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนเกือบจะเป็นคำราม เขาก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวหญิงสาวโดยเว้นระยะห่างแค่เพียงคืบเดียว จนกลิ่นกาแฟผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอปะทะเข้ากับจมูก
สถาปนิกสาวเจ้าของชื่อไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอค่อยๆ ลดแก้วกาแฟลง วางมันลงบนโต๊ะไม้หน้าร้านอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา
“อ้าว คุณอคิน หน้าตาเคร่งเครียดเชียวครับ สงสัยดินโซน B คงทรุดหนักจนทำให้ฮอร์โมนในร่างกายคุณแปรปรวนไปหมดแล้วสิถึงได้รีบแจ้นมาหาผมถึงนี่” รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อรังสีความเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมาจากตัววิศวกรหนุ่มแม้แต่น้อย
“นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะคุณริน!” อคินกัดฟันกรอด สันกรามคมสันขยับนูนขึ้นตามแรงขบกราม “รายงานหน้างานส่งตรงมาบอกว่าดินทรุดสิบคเซนฯ ในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงเพราะฝนตกหนัก แต่แปลกมาก... ดีไซน์โครงสร้างฐานรากส่วนนี้ เป็นฝีมือการคำนวณของ *สถาปนิกอินดี้* คนไหนกันแน่นะ ที่ดึงดันจะลดจำนวนเสาเข็มเพื่อรักษา ‘สุนทรียภาพทางสายตา’ ของระเบียงยื่นแบบพาโนรามาน่ะ?”
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะเตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ แต่แววตาที่จ้องมองกลับมานั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดละ เธอยืดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“ก็เพราะฉันคำนึงถึงสุนทรียภาพและความงามที่กลมกลืนกับธรรมชาติไงครับ คุณอคินถึงได้เป็นได้แค่วิศวกรหัวทึบที่มองเห็นโลกใบนี้เป็นแค่แท่งปูนกับเหล็กเส้นสี่เหลี่ยมแข็งกระด้าง!” รินรดาย้อนกลับเสียงใส ไร้ความเกรงกลัว “สถาปัตยกรรมที่ดีมันต้องหายใจได้ครับ มันต้องมีพื้นที่ให้ลมลอดผ่าน ไม่ใช่ยัดเสาเข็มลงไปแน่นเอี๊ยดจนตึกมันดูเหมือนคุกใต้ดินแบบที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้ผม!”
“ตึกจะสวยแค่ไหน ถ้ามันพังถล่มลงมาก่อนเปิดใช้งาน มันก็ไม่มีค่าอะไรทั้งนั้นแหละคุณ!” อคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนรินรดาต้องเผลอขยับถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะไม้ “คุณมันพวกหัวรั้น ไม่ฟังเหตุผล ทำตามแต่อารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว งานก่อสร้างเขากำหนดด้วย ‘ตัวเลข’ และ ‘ความปลอดภัย’ ไม่ใช่จินตนาการเพ้อเจ้อของคุณ!”
“อ๋อเหรอครับ?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย “ถ้าวิศวกรผู้สมบูรณ์แบบอย่างคุณฉลาดนัก ทำไมตอนที่ผมเตือนเรื่องการระบายน้ำใต้ดินเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณถึงปัดตกแผนของผมทิ้งอย่างไร้เยื่อใยล่ะครับ? สุดท้ายเป็นไงล่ะ น้ำฝนมันถึงได้เซาะฐานรากจนทรุดแบบนี้ ใครกันแน่ที่ไร้เหตุผล?”
คำพูดนั้นทำเอาอคินชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าเถียงปิดสนิทลงทันที ดวงตาคมกริบหลุบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ เขาจำได้แม่น... แผนการระบายน้ำที่เธอเสนอมาในที่ประชุมวันนั้น มันดูซับซ้อนเกินจำเป็นในสายตาเขา จนเขาเลือกที่จะใช้ระบบมาตรฐานทั่วไปแทน
แต่ตอนนี้ เมื่อมองยزمกลับมาที่สภาพหน้างานจริง... ความจริงที่ว่าเขาอาจจะ “ประเมินเธอต่ำเกินไป” กำลังตบหน้าเขาฉาดใหญ่
บรรยากาศรอบตัวทั้งคู่เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากภายในคาเฟ่ที่ลอยคลอเคล้ากับเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ แต่อุณหภูมิระหว่างคนทั้งสองกลับร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ด้วยแรงปะทะทางอารมณ์
รินรดาเห็นอีกฝ่ายเงียบไป เธอจึงถือโอกาสขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอโชยเข้าจมูกอคินอย่างชัดเจน นิ้วเรียวเล็กยื่นไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชอร์ตของวิศวกรหนุ่มที่ยับยู่ยี่จากการเร่งรีบขับรถมา จัดมันให้เข้าที่อย่างถือวิสาสะ
“อย่าทำหน้าเหมือนหมาหงอยแบบนั้นเลยครับ คุณอคิน...” เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาๆ 1ริมฝีปากบางเฉียบระบายยิ้มเย้าหยอก “เรื่องหน้างาน... ผมรู้วิธีแก้โดยไม่ต้องทุบโครงสร้างทิ้งหรอกน่า ถ้าคุณยอมลดอีโก้ลงสักครึ่งหนึ่งแล้วมานั่งฟังผมอธิบายดีๆ”
อคินรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของวิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็น กลับเต้นกระหน่ำรัวจนน่ารำคาญเมื่อปลายนิ้วเรียวของเธอลากผ่านช่วงอกเสื้อผ่านผิวเนื้อผ่านร่มผ้าเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขารีบยกมือขึ้นคว้าจับข้อมือเล็กนั้นไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมกระชับแน่นพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียวจนเขาสามารถนับเส้นขนตาของเธอได้
“มือไว้นะคุณ...” อคินพยายามกดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นผิดจังหวะไปไกลลิบแล้วก็ตาม “คิดจะทำอะไรกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างเสื้อผ้าของผมอีกฮึ?”
“ก็แค่จะเตือนสติวิศวกรปากร้ายแถวนี้... ว่าบางที สิ่งที่คุณคิดว่ามัน ‘ถูก’ เสมอในตำรา อาจจะไม่ใช่คำตอบเดียวของโลกใบนี้” รินรดากระซิบตอบ เสียงของเธอทุ้มต่ำและใกล้ชิดจนน่าอันตราย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนถือตัว
อคินจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดเจ็บๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ปากเธอมันช่างร้ายกาจและน่าหยิกให้เข็ดหลาบเสียจริง แต่ทำไม... ยิ่งเธอเถียง ยิ่งเธอเชิดใส่ เขากลับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลยสักนิด
มือหนาที่จับข้อมือเธออยู่เผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายบางอย่างในดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นนั้น มันไม่ใช่แววตาโกรธเกรี้ยวเหมือนตอนแรก แต่มันคือประกายความลึกล้ำบางอย่างที่ทำเอาสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถึงกับหายใจติดขัดขึ้นมาดื้อๆ
“ถ้าคุณมีทางแก้ที่ดีกว่า...” อคินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณปลายจมูกของเธอ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก “คืนนี้... ไปนั่งอธิบายให้ผมฟังที่ออฟฟิศส่วนตัวของผมสองต่อสองสิครับ สถาปนิกคนเก่ง”
รินรดากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามสไตล์ถนัด แต่ทว่า—
“อ้าวดร.อคิน! คุณรินรดา! อยู่นี่กันนี่เองครับ! แย่แล้วครับท่าน! ทางเขตเพิ่งส่งหนังสือด่วนที่สุดมาแจ้งว่า...”
เสียงตะโกนกระหืดกระหอบของวิศวกรหน้างานรุ่นน้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักบทสนทนาอันตึงเครียดและชวนใจเต้นแรงตรงหน้าลงทันที รินรดารีบดึงข้อมือตัวเองกลับอย่างรวดเร็ว ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเนียนๆ ขณะที่อคินต้องถอยหลังกลับไปตั้งหลัก จัดระเบียบสีหน้าตัวเองให้กลับมาเป็นหัวหน้าวิศวกรผู้เย็นชาดังเดิมอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มหันไปมองหน้าลูกน้องด้วยแววตาฆ่าฟัน “มีอะไร พูดมาให้เคลียร์ เดี๋ยวนี้!”
***
**[ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ]**
เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 3
คำพูดเจ็บๆ กับใจที่เต้นผิดจังหวะ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!