เสียงตบโต๊ะดัง *ปัง!* จนกระดาษรายงานในมือของเจเจสะเทือน เกือบจะปลิวหลุดร่วงลงไปกองกับพื้นห้องสมุดคณะ ถ้าไม่ใช่เพราะมือเรียวบางของเพื่อนสนิทคว้าเอาไว้ได้ทัน
“แกบ้าไปแล้วหรือเปล่าเพลง! เสียงดังแบบนี้เดี๋ยวบรรณารักษ์ก็เชิญพวกเราออกไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าห้องหรอกค่ะคุณขา” เจเจกระซิบกระซาบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าสายตาพิฆาตของพี่ๆ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะพุ่งตรงมาพิพากษาโทษสถานหนัก
“จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไงไหวล่ะเจเจ แกดูนี่!” ฉัน—เพลง นักศึกษาปีหนึ่งคณะบริหารธุรกิจที่ชีวิตนี้แค่อยากจะเรียนให้จบๆ ไปแบบเงียบสงบ ไร้คลื่นลมซัดสาด ยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแตก (เพราะซุ่มซ่ามทำตกเมื่อวาน) ไปจ่อหน้าเพื่อนสนิทแทบจะสิงเข้าไปในลูกตา “จับได้ใครไม่จับ ทำไมฟ้าดินถึงกลั่นแกล้งให้ฉันต้องมาตกเป็นทาสกรรมกรทางวิชาการของอีตานั่นด้วยเล่า!”
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏภาพผลการจับสลากสายรหัสสุดเซ็งเป็ด ชื่อของ ‘อาทิตย์’ นักศึกษาปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดีกรีเดือนคณะและประธานสโมสรนักศึกษาผู้มีข่าวลือหนาหูว่าทั้งเจ้าเล่ห์ เจ้าชู้ และขี้ตื๊อระดับพระกาฬ หราอยู่บนหน้าจอ พร้อมข้อความต้อนรับน้องรหัสสุดกวนประสาทที่ส่งตรงเข้ามาในแชตกลุ่มตั้งแต่เมื่อห้านาทีก่อน
*‘ยินดีต้อนรับครับน้องเพลงคนสวย พี่เป็นสายเปย์นะ...เปย์รักน่ะไหวเปล่า?’*
แค่ประโยคแรกก็ทำเอาต่อมความดันโลหิตของฉันพุ่งกระฉูดจนแทบจะทะลุออกทางรูหูแล้วค่ะ!
“อุ๊ยตาย ว้ายกรี๊ด!” เจเจปิดปากกรี๊ดเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น ตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ทองคำ “นี่แกกำลังบ่นหรือกำลังอิจฉาฉันกันแน่เนี่ยเพลง รู้ไหมว่าพี่อาทิตย์เขาฮอตปรอทแตกขนาดไหน สาวๆ ครึ่งมหาลัยนี่ต่อแถวรอสมัครเป็นทาสรักเขายิ่งกว่าแจกบัตรคอนเสิร์ตเกาหลีเสียอีก แล้วดูแกสิ ได้เป็นถึงน้องรหัสแบบ VIP เอกสิทธิ์พิเศษเบอร์นี้ ทำไมทำหน้าเหมือนคนอมขี้ไก่ชนแบบนั้นล่ะคะคุณน้อง”
“ก็เพราะเขาฮอตนี่แหละฉันถึงได้เครียด!” ฉันดึงมือถือกลับมากอดแนบอก ทำหน้ามุ่ยจนแก้มป่อง “คนขี้เกียจแบบฉันชอบความสงบค่ะเจเจ ชีวิตมหาลัยในฝันของฉันคือการเดินเข้าห้องเรียน นั่งแถวหลังสุด หลับสบายๆ แล้วก็สอบผ่านแบบเฉียดฉิว ไม่ได้อยากมีชีวิตไปพัวพันกับพวกเซเลบตึกเกียร์ที่วันๆ เอาแต่เสียงดังโ하กฮากแถมยังชอบแกล้งคนอื่นเป็นงานอดิเรกหรอกนะ”
“โถ่คุณหญิงเพลงเจ้าค่ะ ตื่นค่ะตื่น! โลกความเป็นจริงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะคะซิส ในเมื่อจับสลากได้แล้ว ผลมันก็คือสิ้นสุดตามกระบวนการทางกฎหมาย ใครจะไปกล้าปฏิเสธพี่อาทิตย์ตัวท็อปคนนั้นได้ล่ะคะ เดี๋ยวเขาก็หาว่าเราหยิ่งแล้วตามตื๊อหนักกว่าเดิมหรอก” เจเจยักไหล่ด้วยความหมั่นไส้เล็กๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวจิ้มหน้าผากฉันเบาๆ “สู้ๆ นะคะเพื่อนรัก ถือว่าทำบุญร่วมชาติปางก่อนมาน้อยก็แล้วกัน”
ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนลมแทบหมดปอด ร่างกายเอนพิงพนักเก้าอี้ไม้ในห้องสมุดอย่างคนหมดแรงจะสู้รบกับโชคชะตา ดวงตาเหม่อมองเพดานสีขาวสะอาดราวกับกำลังพยายามคำนวณว่าถ้าฉันซิ่วแล้วไปสอบใหม่ปีหน้า จะต้องใช้เงินทำบุญล้างซวยเท่าไหร่ถึงจะไม่ต้องมาเจอผู้ชายกวนประสาทแบบนั้น
แต่ดูเหมือนว่าฟ้าดินจะยังไม่สะใจพอค่ะ...
ในขณะที่เรากำลังนั่งถอนหายใจกันอยู่สองคน เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียวก็ดังขึ้น *‘ติ๊ง’*
ฉันเหลือบมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นข้อความลูกโซ่จากกลุ่มคณะบริหารที่ส่งเอกสารน่าปวดหัวมาอีก แต่พอเห็นชื่อโปรไฟล์รูปหมาโกลเด้นยิ้มแฉ่งหัวเราะร่า หัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
**Artit.W:** *‘เลิกเรียนแล้วใช่ไหมครับน้องรหัสตัวน้อย? พี่มารอที่หน้าห้องสมุดแล้วนะ รีบเดินออกมาเถอะครับ พี่ไม่อยากให้น้องรหัสคนสวยต้องรอนาน...เดี๋ยวใจจะละลายเสียก่อน’*
ฉับพลัน ขนทั่วร่างก็ลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย!
ฉันดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้พรวดพราดจนเจเจสะดุ้งโหยง “วะ...ว่าไงนะ! มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงวะเนี่ย!”
“ห๊ะ! ใครมา?” เจเจเบิกตากว้าง รีบชะโงกหน้ามามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของฉัน แล้วอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนบรรณารักษ์หันขวับมามองค้อนควับ “กรี๊ด! พี่อาทิตย์มาสเตکถึงหน้าห้องสมุดเลยเหรอแก! รุกฆาตเร็วเว่อร์วังอลังการดาวล้านดวงมากแม่!”
“ไม่ต้องมาทำเป็นเสียงดังเลยนะเจเจ แกช่วยฉันคิดหน่อยสิว่าฉันควรจะวิ่งหนีออกทางประตูดังหนีไฟ หรือแกล้งทำเป็นลมหมดสติอยู่ใต้โต๊ะนี้ดี!” ฉันกระวนกระวายใจ ทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นเทาไปหมดเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กวนประสาทอยู่ตลอดเวลาคนนั้น
“หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ ค่ะคุณเพลง ทางหนีไฟล็อคอยู่เพราะซ่อมแซม ส่วนใต้โต๊ะฝุ่นเยอะมาก เดี๋ยวภูมิแพ้แกก็กำเริบหรอก” เจเจหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานบนความทุกข์ของเพื่อนสนิท ก่อนจะผลักหลังฉันเบาๆ “ออกไปเผชิญหน้าเถอะน่า ลูกผู้หญิงอกสามศอก กลัวอะไรกับผู้ชายหล่อคนเดียว...เอ้า ไปเร็ว เดี๋ยวเขาเดินเข้ามาลากตัวแกออกไปอายเขาเปล่าๆ”
ด้วยความที่โดนผลักจนเสียหลัก ทำให้ฉันจำใจต้องเดินคอตกหิ้วกระเป๋าเป้ออกมาจากห้องสมุดด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกับตีกลองเพล ก้าวเท้าช้าๆ ราวกับคนกำลังเดินไปรับโทษประหารชีวิตที่ลานประหาร
บรรยากาศยามเย็นหน้าคณะบริหารคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาที่เดินข้ามไปมาประปราย แต่ทว่า... ท่ามกลางผู้คนมากมายเหล่านั้น สายตาของฉันกลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษารีดเรียบกริบ เสื้อนิสิตสีขาวสะอาดตาปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีแทนเล็กน้อยจากการเล่นกีฬา ร่างนั้นกำลังยืนพิงเสาปูนด้วยท่าทางสบายๆ มือข้างหนึ่งถือกระป๋องกาแฟกระป๋อง ส่วนมืออีกข้างกำลังกดโทรศัพท์มือถือเล่น
และทันทีที่เขารู้สึกตัวว่าเหยื่อผู้โชคร้ายกำลังเดินเข้ามาใกล้...
รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และประกายตาระยิบระยับราวกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งค้นพบของเล่นชิ้นใหม่ ก็ถูกส่งตรงมาให้ฉัน
“มาช้าจังเลยนะครับน้องเพลง... พี่เกือบจะคิดว่าหนีพี่ไปแต่งงานที่ต่างจังหวัดเสียแล้ว” น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่เจือด้วยความกวนประสาทเอ่ยขึ้นทันทีที่ฉันเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขาในระยะประชิด
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่ตัวสูงที่ต้องยอมรับตามตรงว่าต่อให้หน้าตาเขาจะจัดอยู่ในระดับพรีเมียมแค่นไหน แต่ความปากดีของเขาก็ทำเอาความหล่อลดลงไปแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในสายตาฉัน
“ใครจะไปกล้าหนีล่ะคะรุ่นพี่... ว่าแต่ว่างนักหรือไง ถึงได้มาเดินเล่นแถวคณะบริหารเนี่ย คณะวิศวะฯ เขาไม่มีงานให้ทำหรือถึงต้องมาตามราวีเด็กปีหนึ่งตาดำๆ” ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับตามสัญชาตญาณความขี้โวยวายที่ถูกเปิดสวิตช์ทำงานทันทีเมื่อเจอหน้าเขา
อาทิตย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าบึ้งตึงของฉันด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนฉันต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
“เปล่าว่างครับ... แค่คิดถึงน้องรหัสคนสวย ก็เลยเดินข้ามตึกมาดูให้แน่ใจว่ายังอยู่ดีมีสุขหรือเปล่า” เขาโน้มใบหน้าลงมาหาเล็กน้อย แววตาพราวระยับจนฉันต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความหงุดหงิด “แล้วก็... มีเรื่องสำคัญจะบอกด้วย”
“เรื่องอะไรอีกเล่า ถ้าจะให้ไปช่วยยกของหรือทำงานคณะ ฉันปฏิเสธล่วงหน้านะคะ!” ฉันโวยวายสวนกลับทันควัน
อาทิตย์ยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของฉันกระตุกวูบอย่างแรงจนแทบจะกระEเด็นหลุดออกมานอกอก เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะชิดกับใบหูของฉัน พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
*“เปล่าหรอก... พี่แค่จะบอกว่า... น่ารักแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักพี่เข้าสักวันนะ... ยัยตัวแสบ”*
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้วนะคะ!
---
*(ชาพีชหวานน้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟีลกู๊ดและร่วมอมยิ้มไปกับความป่วนของคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ)*
รุ่นพี่สายตื๊อดีกรีเดือนคณะ กับน้องรหัสสายโวยที่ขอแค่ความสงบ•ตอนที่ 1
รหัสลับฉบับหรรษา
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อดีกรีเดือนคณะ กับน้องรหัสสายโวยที่ขอแค่ความสงบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!