เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กหล้าดัง “เคร้งคร่าง” เป็นจังหวะเร้าใจราวกับเสียงกลองศึกในสมรภูมิ กลิ่นหอมฟุ้งของพริกขี้หนูสวนตำละเอียดและกระเทียมกลีบใหญ่ที่ถูกผัดจนน้ำมันพืชเคลือบเมล็ดข้าวสวยขึ้นเงา ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณลานกว้างหน้าบ้านพักนายทหารชั้นสัญญาบัตรภายในค่ายเสนาภักดี
รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้าสะอาดตา ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือเบาๆ ดวงตาคมกريบกวาดมองกระทะใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วย “ข้าวผัดน้ำพริกปลาทูสูตรโบราณ” ฝีมืออดีตเชฟระดับมิชลินที่ถูกปรับประยุกต์ให้เข้ากับวัตถุดิบในค่ายทหารอย่างลงตัว ข้างกายเธอกระป๋องสเตนเลสบรรจุไข่เจียวฟูหนานุ่มที่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเตรียมไว้โรยหน้าเรียงรายเป็นระเบียบ
“กลิ่นเตะจมูกมาตั้งแต่ปากทางเข้าค่ายแล้วครับคุณริน นี่คุณภรรยาตั้งใจจะรมควันทหารทั้งกองพันให้หิวจนไม่มีแรงฝึกรึอย่างไร”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง พันตรีธนาสามีหนุ่มในชุดเครื่องแบบสนามพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างเงียบเชเชียบ มือใหญ่เอื้อมมาหยิบผ้าขนหนูสะอาดบนโต๊ะยื่นให้ภรรยาด้วยความคุ้นเคย พร้อมกับสายตาที่อ่อนแสงลงยามมองหน้าภรรยาคนสวย
รินรดาเหลือบตามองสามีอย่างหมั่นไส้เล็กน้อยก่อนจะรับผ้ามาซับเหงื่อ “ถ้าไม่อยากให้ทหารในกองพันหิวจนหมดแรงฝึก คุณก็ช่วยยกหม้อแกงเขียวหวานไก่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อนไปตั้งที่โต๊ะหน้าร้านเสียทีสิครับ ธนา... ลูกค้ากลุ่มแรกเริ่มเดินเลี้ยวโค้งมาโน่นแล้ว”
พ้นแนวรั้วไม้ไผ่ที่ธนาช่วยกันตอกตะปูซ่อมแซมให้อย่างแน่นหนาเมื่อวานนี้ ร่างท้วมของจ่าสิบเอกสมชายและภรรยา พร้อมด้วยกลุ่มแม่บ้านนายทหารอีกสามสี่คนกำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น กลิ่นหอมยวนใจของเครื่องแกงเผ็ดและข้าวผัดน้ำพริกปลาทูทำเอาทุกคนต้องสูดปากกลืนน้ำลายเอื้อม
“โอ้โห! กลิ่นหอมอะไรเนี่ยคุณรินรดา หอมจนกระเพาะอาหารของผมมันร้องประท้วงแทนตัวผมแล้วนะเนี่ย” จ่าสิบเอกสมชายส่งเสียงทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ยินดีต้อนรับครับจ่า วันนี้ทางร้าน ‘ครัวลมทะเล’ ของเรามีเมนูเด็ดมานำเสนอ ข้าวผัดน้ำพริกปลาทูย่างหอมๆ แนมด้วยชะอมชุบไข่ทอดกรอบนอกนุ่มใน และแกงเขียวหวานไก่ยอดมะพร้าวอ่อนสูตรเข้มข้น รับรองว่าทานแล้วมีแรงฝึกยาวไปถึงเย็นแน่นอนครับ” รินรดายิ้มรับอย่างเป็นกันเอง น้ำเสียงฉะฉานและท่าทางมั่นอกมั่นใจเรียกความสนใจจากบรรดาแม่บ้านได้ทันที
แต่ทว่า... ความสงบสุขและบรรยากาศการค้าขายอันคึกคักกำลังจะถูกทำลายลงด้วยเงาร่างที่ไม่ได้รับเชิญ
“ตายจริง! นึกว่าใครมาตั้งเตาจุดไฟส่งเสียงดังหนวกหู ที่แท้ก็สะใภ้ตัวแสบที่เพิ่งถูกขับออกจากตระกูลมาเปิดร้านขายของข้างทางนี่เอง ช่างไร้ยางอายเสียจริง เอาหน้าตาของสามีมาหากินข้างถนนไม่อายฟ้าดินบ้างเลยหรือไง!”
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูที่คุ้นเคยดังขึ้นแผดเผาบรรยากาศยามสาย นางผิน ป้าสะใภ้จอมโลภก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในพื้นที่ร้าน ใบหน้าย่นยู่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ด้านหลังมีบุตรชายรูปร่างท้วมพุงพลุ้ยเดินถือพัดกระดาษตามมาติดๆ สองแม่ลูกคู่นี้เพิ่งเดินทางมาเยี่ยมญาติในค่ายทหารและบังเอิญผ่านมาเห็นร้านของรินรดาเข้าพอดี
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรดาแม่บ้านนายทหารต่างหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ ขณะที่พันตรีธนาก้าวออกไปยืนบังหน้าภรรยาโดยอัตโนมัติ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนจ่าสิบเอกสมชายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“ที่นี่ค่ายทหาร และนี่คือบ้านพักของผม ถ้าไม่มีธุระอะไรเชิญกลับไปเสียครับ” ธนาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดดั่งคมดาบ
นางผินแค่น ัฮเสียง “ฮึ!” ออกมาจากจมูก เชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความหยิ่งผยอง “ธนา! แกนี่มันโง่เง่าเสียจริง เลี้ยงเมียปากจัดสันดานแบบนี้ไว้บนหัว วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากมาตั้งเตาขายข้าวแกงประจานวงkรตระกูลเรา แกไม่ละอายใจบ้างหรือไงวะ ฉันอุตส่าห์มาเตือนด้วยความหวังดีแท้ๆ ว่าอีเด็กนี่มันกาลกิณี!”
รินรดาที่กำลังตักข้าวผัดใส่กระทงใบตองให้อีกคิวหนึ่ง ชะงักมือเล็กน้อย เธอดึงผ้ากันเปื้อนออกช้าๆ วางทัพพีลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินออกมาเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้ตัวแสบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
“กาลกิณีหรือครับป้าผิน?” รินรดาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยหนามแหลม “คนที่ยืนมือมาแย่งโฉนดที่ดินของคนอื่น คนที่เที่ยวปล่อยข่าวใส่ร้ายป้ายสีญาติสนิทเพื่อฮุบสมบัติเข้ากระเป๋าตัวเอง กับคนที่ยืนหยัดหาเงินด้วยสองมือของตัวเองอย่างสุจริต... แบบไหนกันแน่ที่เรียกว่าเสนียดจานวนของตระกูล?”
“นัง... นังเด็กปากดี!” นางผินหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น “แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน! แกมันก็แค่แม่ค้าขายเศษอาหารข้างถนน วันนี้ฉันจะทำให้แกขายของไม่ได้เลยคอยดู!”
ว่าแล้วนางผินก็ทำท่าจะพุ่งเข้ามาปัดกระบะผักสดบนโต๊ะเพื่อก่อกวน ทว่าธนากลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้แน่น แรงบีบจากทหารผ่านศึกทำให้นางผินร้องโอดครวญออกมาเสียงดังลั่น
“อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะฃรับป้า” ธนากดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็ง “ถ้าป้ายังไม่หยุดสร้างความวุ่นวายในเขตทหาร ผมจะแจ้งสารวัตรทหารมาลากตัวป้าออกไปข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในที่ราชพฤกษ์... เชิญครับ!”
“โอ๊ยๆๆ มือฉันจะหักแล้ว! ช่วยด้วย! ทหารรังแกคนแก่!” นางผินร้องโฉงเฉงโวยวายเรียกความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา ทว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเพราะรังสีอำมหิตของพันตรีธนาที่แผ่ออกมา
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนนั้นเอง เสียงรถจี๊ปทหารคันเก่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพัก ประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นร่างของ “พลโทประจักษ์” ผู้บัญชาการกองพลที่เพิ่งเดินทางกลับจากการตรวจราชการชายแดน ท่านก้าวลงจากรถพร้อมสูดกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาตามลมเข้าเต็มปอด
“หืม... กลิ่นอะไรเนี่ย หอมฉุนเตะจมูกเสียจริง” พลโทประจักษ์กวาดสายตามองรอบตัวก่อนจะสะดุดตากับกลุ่มคนที่ยืนล้อมกันอยู่ “อ้าว ผู้พันธนา มีเรื่องอะไรกันตรงนี้ เสียงดังโวยวายไปถึงลานจอดรถ”
นางผินเห็นยศถาบรรดาศักดิ์ของนายทหารผู้มาใหม่ก็รีบสะบัดแขนหลุดจากการจับกุมของธนา แล้วพุ่งเข้าไปหมอบกราบฟ้องร้องทันที “ท่านผู้บัญชาการเจ้าคะ! โปรดให้ความเป็นธรรมกับฉันด้วย สองสามีภรรยาคู่นี้รังแกคนแก่ แถมยังเปิดร้านขายของเถื่อนไร้สุขอนามัยในค่ายทหาร สร้างความเดือดร้อนรำคาญไปทั่ว ท่านต้องไล่พวกมันออกไปนะเจ้าคะ!”
รินรดายืนนิ่ง สงบเสงี่ยมแต่มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา เธอมั่นใจในฝีมือและวัตถุดิบมิติลับของตนเองเป็นที่สุด ขณะที่ธนากำลังจะก้าวออกไปอธิบาย พลโทประจักษ์กลับโบกมือห้าม ใบหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นความสงสัยใคร่รู้
ท่านผู้บัญชาการก้าวเดินตรงไปยังโต๊ะขายอาหาร สูดกลิ่นหอมของแกงเขียวหวานและข้าวผัดน้ำพลิกปลาทูอีกครั้ง ท้องของนายทหารระดับสูงถึงกับส่งเสียงร้องโครกคราออกมาเบาๆ
“กลิ่นหอมขนาดนี้... ฝีมือใครทำ?” พลโทประจักษ์หันมาถามด้วยแววตาเป็นประกาย
“ภรรยาผมเองครับท่าน” ธนาตอบเสียงดังฟังชัด
พลโทประจักษ์พยักหน้ารับอย่างสนอกสนใจ “ดี งั้นฉันขอสั่งชิมเดี๋ยวนี้เลยสามชุด ถ้าไม่อร่อยอย่างที่จมูกฉันฟ้อง แกเตรียมตัวโดนทำโทษฐานทำให้ฉันเสียเวลา แต่ถ้าอร่อย... ฉันจะเหมาทั้งร้านให้ทหารทั้งกองพลกินเป็นมื้อเที่ยงวันนี้!”
คำประกาศิตของท่านผู้บัญชาการทำให้นางผินถึงกับหน้าซีดเผือดอ้าปากค้าง ขณะที่รินรดายิ้มรับอย่างมั่นใจ เธอตักข้าวผัดและแกงเขียวหวานร้อนๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องอย่างประณีต ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนแม้แต่ลมทะเลที่พัดผ่านเข้ามายังต้องหยุดนิ่งเพื่อชื่นชม
รินรดายื่นชามอาหารจานเด็ดส่งให้พลโทประจักษ์ด้วยมืออันสั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นเต้น... แต่ก่อนที่ชามอาหารจะถึงมือท่านผู้บัญชาการ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธนาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ ทหารหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าเคร่งเครียดก็ปรากฏขึ้นทันที เขากระซิบเบาๆ ข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
“ริน... สายรายงานด่วนจากชายแดน แจ้งว่าเสบียงล็อตใหญ่ที่เราซ่อนไว้ในโกดังลับ ถูกคนของตระกูลเราแอบลักลอบเปิดตรวจสอบแล้ว...”
- - - - - - - - - - -
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความแซ่บและลุ้นไปกับเส้นทางธุรกิจของสองสามีภรรยานะครับ
เมนูจานเด็ดเผ็ดร้อนของภรรยานายทหาร•ตอนที่ 7
ตลาดนัดในค่ายทหาร
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูจานเด็ดเผ็ดร้อนของภรรยานายทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!