เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 13

ภาพหลอนของนักสำรวจ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
ประกายไฟจากคบเพลิงสั่นไหววูบวาบ สะท้อนเข้ากับผนังศิลาแลงโบราณที่ชื้นแฉะจนเกิดเงาทอดยาวบิดเบี้ยว ท่าandความเงียบงันอันน่าอึดอัดของโถงใต้ดินลึกสามสิบเมตร กลิ่นอับชื้นของซากอินทรีย์และสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นจาง ๆ ของบางสิ่งที่แปลกประหลาด—กลิ่นคล้ายถ่านไม้ผสมน้ำยางสนดิบที่ให้ความรู้สึกหวานเอียนจนชวนคลื่นไส้ "หยุดเดิน." เสียงทุ้มต่ำของดร.อคินดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาชูมือซ้ายขึ้นเป็นสัญญาณให้คนเบื้องหลังหยุดชะงัก ขณะที่มือขวาซึ่งสวมถุงมือหนังกระชับด้ามคบเพลิงมั่น แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟวับวาว ซ่อนแววตาที่กำลังกวาดมองพื้นศิลาเบื้องหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน "มีปัญหาอะไรอีกหรือครับ ด็อกเตอร์? ถ้าเรายังมัวแต่เดิน ๆ หยุด ๆ แบบนี้ อีกไม่ถึงสองชั่วโมง ออกซิเจนในกระบอกสำรองคงหมดลงก่อนที่เราจะเห็นแม้แต่เงาของห้องโถงบูชา" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดระคนเย้ยหยัน ร่างเพรียวในชุดลุยป่าแนบเนื้อก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง แสงไฟจากคบเพลิงในมือของเธอสะท้อนกรอบหน้าคมคายและริมฝีปากที่เหยียดยิ้มบาง ๆ อย่างเคยตัว แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด เธอก็ยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองได้อย่างน่าหมั่นไส้—และปฏิเสธไม่ได้ว่าน่าดึงดูดใจในเวลาเดียวกัน อคินไม่ตอบทันที เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือแตะลงบนพื้นศิลาที่มีคราบสีขาวคล้ายเกลือแร่จับตัวหนา "มองดูรอบ ๆ สิเรย์... คุณเห็นอะไรผิดปกติไหม" เรย์ปรายตามองตาม ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ "ตะไคร่น้ำ หินผุ และซากซี่โครงสัตว์ฟันแทะ... ธรรมชาติของซากปรักหักพังอายุพันปี คุณคาดหวังพรมแดงหรือไงครับ" "ไม่ใช่ธรรมชาติ แต่มันคือสิ่งแปลกปลอม" อคินหันมามองเธอ แววตาคมกริบจริงจัง "ราสีขาวพวกนี้ไม่ได้เติบโตตามธรรมชาติในที่มืดทึบไร้อากาศถ่ายเท มันคือไมซีเลียม (Mycelium) ของเชื้อราชนิดหนึ่งที่ถูกกระตุ้นด้วยความร้อนและสารเคมี... และที่สำคัญที่สุด มันกำลังปล่อยสปอร์ขนาดเล็กที่เรามองไม่ด้วยตาเปล่าออกมาในอากาศ" บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา ทันทีที่อคินกล่าวจบ ประโยคนั้นก็สะท้อนก้องอยู่ในโถงกว้าง เรย์หุบยิ้มลงทันที ดวงตาคู่สวยหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด เธอมองสำรวจผนังรอบตัวใหม่อีกครั้ง คราวนี้เธอสังเกตเห็นละอองหมอกสีเทาจาง ๆ ที่ลอยวนอยู่เหนือพื้นดินราวกับมีชีวิต "หมอกพิษ..." เรย์พึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "ถ้ามันอยู่ในอากาศ แปลว่าพวกเรา..." "สูดมันเข้าไปตั้งแต่ก้าวลงมาถึงชั้นที่สามแล้วครับ" เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังขัดจังหวะบทสนทนา ทั้งอคินและเรย์หันขวับไปมองด้านหลังพร้อมกัน มาร์ค ช่างภาพประจำทีมสำรวจกำลังทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นมือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่น ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพราวเต็มขมับ ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ทั้งที่ตรงนั้นไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า "มาร์ค! ตั้งสติไว้ คุณหายใจเข้าลึก ๆ ซะ" อคินก้าวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับควานหาหน้ากากกรองอากาศสำรองในกระเป๋าเป้ "ด...ด็อกเตอร์..." มาร์คส่งเสียงครางเครือริมฝีปากสั่นระริก นิ้วมือจิกทึ้งลงบนเส้นผมของตัวเองราวกับคนเสียสติ "เสียง... พวกเขา... พวกเขา está พูดอะไรบางอย่าง... มันไม่ได้ตาย... พวกมันยังไม่ตาย!" "มาร์ค นั่นภาพหลอนจากฤทธิ์สปอร์เชื้อรา ควบคุมตัวเอง!" เรย์พยายามเข้าไปช่วยประคอง แต่กลับต้องชะงักเมื่อมาร์คปัดมือเธอออกอย่างแรงด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลผิดมนุษย์ "อย่าแตะต้องผม!" มาร์คแผดเสียงลั่น ดวงตาแดงก่ำราวกับมีเส้นเลือดฝอยแตกพล่าน เขาหันขวับไปจ้องมองเรย์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและหวาดระแวง "คุณ... คุณเป็นคนพาพวกเรามาที่นี่ คุณต้องการบูชายัญพวกเราให้กับพวกมัน! ไอ้สารเลว... แกฆ่าพวกเรา!" อคินขยับตัวเข้ามาขวางระหว่างมาร์คและเรย์อย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบมองประเมินอาการของลูกทีมอย่างรวดเร็วตามหลักจิตวิทยาการแพทย์ฉุกเฉิน สารพิษชนิดนี้ออกฤทธิ์โจมตีระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง มันขยายความกลัวที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของจิตใจให้ออกมาเป็นภาพหลอนและเสียงแว่วที่สมจริงจนแยกไม่ออก "มาร์ค ฟังเสียงผม มองที่ตาผมครับ" อคินพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาด มือข้างหนึ่งกดไหล่ทั้งสองข้างของชายหนุ่มไว้แน่นเพื่อเรียกสติ "ไม่มีใครฆ่าใครทั้งนั้น เรามาที่นี่เพื่อค้นหาความจริง ไม่ใช่ความตาย สูดหายใจเข้าลึก ๆ... ช้า ๆ..." มาร์คหอบหายใจสะท้าน ดวงตาที่เคยตื่นตระหนกค่อย ๆ เหม่อลอยลง ร่างกายเริ่มสั่นเทาน้อย ๆ ก่อนที่เขาจะพึมพำออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบาแทบกระซิบ "พ่อ... พ่อครับ..." มาร์คป้องปากร้องไห้สะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ภาพลักษณ์ของช่างภาพมืออาชีพผู้เย่อหยิ่งพังทลายลงเหลือเพียงเด็กหนุ่มผู้หวาดกลัวในความมืด "ผมกลัว... ทำไมพ่อถึงปล่อยให้ผมอยู่ที่นี่คนเดียว..." อคินชะงักไปชั่วขณะ ประโยคสุดท้ายนั้นราวกับมีคมมีดมาสะกิดบาดแผลเก่าในใจของเขาเอง ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว—เสียงร้องขอความช่วยเหลือของอาจารย์ผู้ล่วงลับในอุโมงค์ถล่ม ภาพที่เขาทำได้เพียงยืนมองความตายพรากคนที่เคารพรักไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถทำอะไรได้ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของมาร์คและเสียงเปลวไฟลุกไหม้ที่ดังเปรี๊ยะ ๆ เป็นระยะ "ด็อกเตอร์..." เสียงกระซิบแผ่วเบาของเรย์ดึงสติอคินกลับมาสู่ความเป็นจริง อคินหันไปมองเธอก็พบว่าเรย์กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาท้าทายหรือเย้ยหยันเช่นเคย แต่เป็นความเข้าใจลึกซึ้งที่ฉาบอยู่หลังดวงตานั้น เธอกำลังมองทะลุผ่านเกราะกำบังอันสุขุมของเขา ตรงดิ่งไปยังบาดแผลในจิตใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี "คุณก็กำลังเห็นมันเหมือนกันใช่ไหมครับ ดร.อคิน" เรย์เอ่ยเบา ๆ แต่คมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด "ภาพหลอนจากอดีต... ภาพของคนที่คุณช่วยไว้ไม่ได้" อคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle นัยน์ตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่ง ไม่ยอมให้ความอ่อนแอใด ๆ เล็ดลอดออกทางสีหน้า แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนราวกับมีพายุพัดโหมกระหน่ำ อุดมการณ์ที่เขาเคยยึดมั่นว่าความรู้ทางโบราณคดีคือสิ่งบริสุทธิ์ กำลังถูกสั่นคลอนด้วยความเป็นจริงอันโหดร้ายของจิตใจมนุษย์และสภาพแวดล้อมที่บิดเบี้ยวแห่งนี้ ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดออกมาอีก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับฝูงสัตว์ขนาดใหญ่ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องลึกของอุโมงค์ มันไม่ใช่เสียงก้องสะท้อนธรรมดา แต่เป็นจังหวะการย่ำเท้าที่สม่ำเสมอ น่ากลัว และกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาด้วยความเร็วสูง ฉับพลัน แสงจากคบเพลิงในมือของอคินก็วูบดับลงพร้อมกันทั้งสองอัน ทิ้งให้พวกเขาทั้งสามคนจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นชิดและความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาประชิดตัว กลางความมืดมิดนั้นเอง แสงสะท้อนสีฟ้าเรืองรองแปลกประหลาดก็ส่องสว่างขึ้นจากพื้นศิลาเบื้องหน้า เผยให้เห็นรอยสลักรูปสัญลักษณ์โบราณที่กำลังเปล่งประกายทีละน้อย ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใต้พื้นดิน... หรือบางสิ่งที่กำลังรอคอยพวกเขามารวมตัวกันครบถ้วน และที่สำคัญที่สุด... บนรอยสลักนั้น มีรอยเท้าเปื้อนโคลนสด ๆ คู่หนึ่งก้าวผ่านเข้ามาใหม่ ๆ ซ้อนทับอยู่บนอารยธรรมที่สาบสูญไปแล้วนับพันปี ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ บันทึกนักโบราณคดี
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%