กลิ่นของดินชื้นและคาร์บอนไดออกไซด์เข้มข้นจนทำให้โพรงจมูกแสบซ่าน มันไม่ใช่กลิ่นอับตามธรรมชาติของซากปรักหักพังใต้พิภพที่ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาหลายพันปี แต่เป็นกลิ่นของ "การมีอยู่" กลิ่นของคราบไขมันมนุษย์ กลิ่นอับของผ้าเก่า และกลิ่นจางๆ ของน้ำมันตะเกียงที่เพิ่งถูกดับลงไม่นาน
ดร.อคินคุกเข่าลงช้าๆ ปลายนิ้วสวมถุงมือหนังแตะสัมผัสลงบนพื้นหินทรายสีดำสนิท แสงจากไฟฉายคาดหัวส่องกระทบเศษผงสีเทาละเอียดที่กองอยู่ตามร่องหิน เขาขยับข้อมือเล็กน้อยเพื่อปรับองศาแสง ก่อนจะใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นชั้นบางๆ นั้นออกอย่างระมัดระวัง
"อย่าเพิ่งแตะต้องส่วนนั้นโดยไม่มีถุงมือคาร์บอนครับ ดร.อคิน" เสียงทุ้มต่ำและติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เรย์ก้าวออกมาจากเงาเสาศิลาแลงอย่างเงียบเชียบราวกับแมวป่า ในมือของอีกฝ่ายถือคบเพลิงสารเคมีที่ให้แสงสีฟ้าอ่อน สะท้อนโครงหน้าคมคายและรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก "คุณกำลังทำลายหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญที่สุดที่เราตามหามาตลอดสามวันนะ... หรือว่าคุณกลัวความจริงที่จะปรากฏขึ้นมากันแน่"
อคินไม่แม้แต่จะหันไปมองคู่สนทนา ดวงตาหลังกรอบแว่นยังคงจดจ้องอยู่กับร่องรอยบนพื้นหิน เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ เต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่หัวเข่าออกอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับเรย์ด้วยแววตานิ่งสงบ
"สิ่งที่ผมกลัวที่สุดไม่ใช่ความจริงครับ เรย์... แต่เป็นวิธีสกปรกที่คุณมักจะใช้เพื่อบิดเบือนความจริงต่างหาก" อคินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "รอยเท้านี้ไม่ใช่ของนักสำรวจยุคศตวรรษที่สิบเก้า และแน่นอนว่ามันไม่ใช่รอยเท้าของคณะขุดค้นของเรา ความกดอากาศและความชื้นในระดับความลึกสี่ร้อยเมตรใต้ดินแบบนี้ รอยเท้ามนุษย์ควรจะถูกกัดเซาะจนเลือนหายไปนานแล้ว แต่นี่... ขอบรอยยังคมชัด เนื้อดินยังมีความชื้นจากการเหยียบย่ำไม่เกินสัปดาห์"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นก้องกังวานน่าขนลุกภายในอุโมงค์หินทึบ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับอคินเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เรย์แอบสูบในที่อับผสมกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นเหล็กจากอุปกรณ์สนามโชว์หรี่เข้าจมูก
"คุณมองเห็นแค่ 'หลักฐานทางโบราณคดี' ดร.อคิน แต่คุณมองไม่เห็น 'มนุษย์'" เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ เลนส์แว่นของทั้งคู่สะท้อนแสงไฟสีฟ้าและสีขาวตัดกันอย่างดุเดือด "ลองใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์ดูสิครับ... ใครกันที่จะมีเหตุผลมาระเหเร่ร่อนอยู่ในซากมหาวิหารใต้ดินที่ถูกฝังกลบโดยไม่มีใครรู้จักแห่งนี้? ไม่มีทางเป็นนักท่องเที่ยวหลงทาง ไม่มีทางเป็นคนหาของป่า... ที่นี่คือเขตหวงห้ามระดับสูงสุดของรัฐบาล"
"กลุ่มลัทธิบูชาอดีต" อคินพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาเบาหวิวแต่หนักแน่นจนเรย์ชะงักรอยยิ้มค้างไปชั่วขณะ
อคินหันหลังให้เรย์ เดินลึกเข้าไปในห้องโถงใต้ดินที่เริ่มเปิด The Scale หรือพื้นที่กว้างขึ้น แสงไฟจากศีรษะกวาดไปทั่วผนังห้องที่มีภาพสลักนูนต่ำของอารยธรรมโบราณ แต่สิ่งที่น่าตกใจไม่ใช่ภาพสลักเหล่านั้น หากแต่เป็นรอยขูดขีดทับซ้อนนับร้อยนับพันรอยที่ถูกทำขึ้นด้วยของมีคม มันคือการพยายามแกะสลักลอกเลียนแบบอักษรโบราณ แต่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง
"คุณคิดเหมือนผมสินะ" เรย์เดินตามมาติดๆ น้ำเสียงของนักล่าสมบัติไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่ กลายเป็นความจริงจังและเย็นเยียบ "พวกมันไม่ได้แค่มาสำรวจ... พวกมันมา 'อาศัยอยู่' ที่นี่ พวกมันใช้ชีวิต กิน นอน และทำพิธีกรรมอยู่ในซากศพของอารยธรรมที่ตายไปแล้ว"
อคินกวาดสายตามองไปรอบห้อง โต๊ะหินที่ถูกดัดแปลงเป็นแท่นบูชา เศษกระดูกสัตว์ที่ถูกแทะจนเกลี้ยง และที่มุมห้องมีถุงนอนกันหนาวสมัยใหม่วางกองอยู่สี่-ห้าชุด ข้างๆ กันนั้นมีเตาแก๊សปิคนิคขนาดเล็กและกระป๋องอาหารสำเร็จรูปที่หมดอายุเมื่อสามเดือนก่อน
"ร่องรอยเหล่านี้บ่งบอกถึงความผิดปกติทางจิตเวชหมู่ (Mass Hysteria)" อคินพึมพำกับตัวเอง มือเรียวภายใต้ถุงมือหยิบกระป๋องโลหะขึ้นมาพิจารณา "พวกเขาไม่ได้หนีมาหลบซ่อน... พวกเขาถูกดึงดูดด้วยบางสิ่งบางอย่างในความมืดนี้ ความเชื่อที่ว่าอารยธรรมโบราณไม่ได้สูญหาย แต่แค่ 'รอเวลา' ที่จะกลับมาครอบครองโลก"
"ฟังดูคุ้นๆ ไหมครับ?" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดสี "มันช่างคล้ายคลึงกับทฤษฎีบ้าๆ ของอาจารย์คุณเมื่อสิบปีก่อนเสียจริง... คนที่พาตัวเองดิ่งลงสู่ความตายในหลุมศพโบราณ เพราะเชื่อว่ามนุษย์ควรกลับไปสยบแทบเท้าเทพเจ้าใต้พิภพ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า อคินชะงักมือที่ถือกระป๋องโลหะ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาไม่ได้หันไปตอบโต้ในทันที ความเงียบงันแผ่ขยายออกไประหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำที่ดัง 'ติ๋ง... ติ๋ง...' เป็นจังหวะราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง
"อาจารย์ของผมศึกษาเพื่อหาความจริง ไม่ใช่เพื่อบูชาความงมงายอย่างที่คุณกำลังเข้าใจผิด เรย์" อคินวางกระป๋องลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "และถ้าคุณยังคิดจะใช้ความตายของท่านมาเป็นเครื่องมือในการเยาะเย้ยผมอีกล่ะก็... ผมจะถือว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน และผมจะจัดการคุณด้วยวิธีของนักโบราณคดี... คือการฝังคุณไว้ใต้ชั้นหินเหล่านี้ตลอดกาล"
เรย์ยิ้มมุมปากอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนกว่าเดิมเจือปนอยู่ในแววตาคู่นั้น เป็นประกายความท้าทายที่ผสมผสานกับความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
"ผมชอบเวลาที่คุณทำตัวดุดันแบบนี้จัง ดร.อคิน มันทำให้ผมรู้ว่าภายใต้ท่าทางสุขุมนุ่มลึกของคุณ มีไฟบรรลัยกัลป์ซ่อนอยู่..." เรย์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแขนของอคินไว้เบาๆ "แต่ก่อนที่คุณจะวางแผนฝังผม... ช่วยหันไปมองทางด้านนั้นก่อนดีกว่าครับ ดูเหมือนว่า 'เจ้าของบ้าน' ตัวจริง เขาจะไม่ค่อยพอใจที่เราเข้ามาเดินปะปนในพื้นที่ส่วนตัวของเขาสักเท่าไหร่"
อคินขมวดคิ้วสะบัดแขนออกจากการจับกุมของเรย์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกกระบอกไฟฉายขึ้นส่องไปยังทิศทางที่เรย์พยักเพยิดใบหน้าไป
ที่ปลายสุดของอุโมงค์มืดทึบ ห่างออกไปราวสามสิบเมตร ท่ามกลางเสาศิลาโบราณที่สןลักลวดลายอัปลักษณ์ เงาร่างมนุษย์หลายร่างกำลังยืนเรียงแถวอยู่นิ่งสนิท พวกเขาอยู่ในชุดกันหนาวสีเข้มที่เปรอะเปื้อนคราบดินและโคลน ใบหน้าซูบผอมจนเห็นโครงกระดูก ดวงตาเบิกโพลงสะท้อนแสงไฟฉายสีขาวโพลนไร้ซึ่งประกายแห่งความเป็นมนุษย์ และที่สำคัญที่สุด... ในมือของพวกเขาทุกคนต่างถือค้อนสนามและเสียมขุดดินที่ปลายเหล็กชุ่มไปด้วยคราบเลือดสีดำแห้งกรัง
ยังไม่ทันที่อคินจะได้เปล่งเสียงเตือน เรย์ก็กระชากตัวเขาให้หลบลงไปหลังแท่นหินบูชาอย่างแรง พร้อมกับเสียงกระซิบที่แนบชิดข้างใบหู
"ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้มาสำรวจร่องรอยของคนที่เคยอยู่ 'ในอดีต' เสียแล้วล่ะครับ ดร.อคิน... แต่พวกมันยังคง 'รอคอย' เราให้อยู่ร่วม 'ปัจจุบัน' ต่างหาก"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 23
ลัทธิบูชาอดีต
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!