กลิ่นอับชื้นของศิลาแลงและละอองฝุ่นโบราณที่ลอยคว้างอยู่ใต้แสงไฟฉาย ไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดในห้องโถงใต้ดินแห่งนี้เจือจางลงเลยแม้แต่น้อย ปลายกระบอกไฟฉายในมือของผมสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนدد แต่เป็นเพราะข้อความสลักบนผนังเบื้องหน้าที่เพิ่งถูกคราบตะไคร่กาลเวลากลืนกิน ถูกเปิดเผยออกมาด้วยรอยขูดขีดที่สดใหม่
“คุณกำลังมองหาคำตอบที่ผิดที่ผิดทางอยู่หรือเปล่าครับ ดร.อคิน”
เสียงทุ้มต่ำและเรียบเฉยของเรย์ดังขึ้นจากความมืดฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งในชุดลุยป่าเปื้อนฝุ่นขยับเข้ามาใกล้ รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายไม่ได้บ่งบอกถึงชัยชนะ แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่รู้ความจริงบางอย่างมาก่อนหน้านานแล้ว
ผมละสายตาจากตัวอักษรลิคลิก (Lycian script) ที่ถูกดัดแปลงอย่างประหลาดบนผนัง หันไปมองคู่สนทนาที่ยืนกอดอกพิงเสาศิลาแกะสลักรูปงูสลักตาดวงตาฝังหินนิล “นี่ไม่ใช่ร่องรอยของการล่มสลาย เรย์... อักษรเหล่านี้ไม่ได้บันทึกความหายนะ แต่มันคือตารางเวลา”
“ถูกต้องครับ” เรย์เดินเข้ามาใกล้จนแสงไฟจากอุปกรณ์ของพวกเราทับซ้อนกัน ร่างกายของเขามีกลิ่นอายของดิน น้ำ และความลับที่ผมไม่อาจล่วงรู้ “แต่นิยามคำว่า ‘การรอคอย’ ของคุณกับพวกเขามันต่างกัน อารยธรรมนี้ไม่ได้สูญหายอย่างไร้ร่องรอย... พวกเขาแค่ถอยฉากลงไปใต้ดิน ปรับแต่งร่างกาย และรอคอยให้วัฏจักรของโลกใบนีhหมุนกลับมาบรรจบอีกครั้ง”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนจนอึดอัด ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ จรรยาบรรณนักโบราณคดีที่ผมยึดมั่นมาตลอดชีวิตร่ำร้องว่านี่คือเรื่องเหลวไหลทางวิทยาศาสตร์ แต่วัตถุโบราณนับร้อยชิ้นที่พวกเราขุดพบตั้งแต่ชั้นดินแรกจนถึงห้องโถงนี้ กลับตบหน้าความรู้ทั้งหมดที่มีอย่างเจ็บแสบ โครงกระดูกมนุษย์ที่ไม่มีร่องรอยการตายจากโรคหรือสงคราม แต่จัดวางร่างในท่าจำศีล—นี่คือหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้
“คุณรู้อยู่แล้ว” ผมกดเสียงต่ำ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสสีเข้มคู่นั้น “ตั้งแต่ที่เราเริ่มขุดหลุมแรกที่หุบเขานั้น คุณไม่ได้มาเพื่อล่าสมบัติไปขายในตลาดมืด... คุณมารับสาร”
เรย์ไม่ได้หลบสายตา รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่เฉียบคมราวกับใบมีด “ถ้าผมบอกว่าอาจารย์ของคุณไม่ได้ตายอุบัติเหตุอย่างที่รายงานการสอบสวนระบุล่ะครับ ดร.อคิน? อาจารย์ของคุณลงมาถึงห้องนี้เมื่อสิบปีก่อน และเขาเลือกที่จะ ‘ไม่ขึ้นไป’ อีกเลย”
หัวใจของผมกระตุกวูบ ภาพความทรงจำในวันที่สูญเสียอาจารย์ผู้เป็นดั่งพ่อคนที่สองผุดขึ้นมาในหัว ข้ออ้างเรื่องแผ่นดินถล่ม ทฤษฎีความประมาทเลินเล่อ ทุกอย่างถูกรื้อถอนในพริบตาด้วยประโยคเดียวของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“โกหก” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวเรย์ มือข้างหนึ่งเผลอกำปมเสื้อแจ็คเก็ตของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว “อาจารย์ไม่มีทางทิ้งงานวิจัย... ไม่มีทางละทิ้งจรรยาบรรณ!”
“จรรยาบรรณเหรอครับ?” เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่ออุดมการณ์ของผม “ในวันที่คุณพบว่ามนุษย์เราไม่ได้เป็นเจ้าของโลกใบนี้แต่เพียงผู้เดียว และประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่มนุษยชาติต่างภาคภูมิใจ เป็นเพียงแค่ ‘รอบการทดลอง’ ของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่า... คุณคิดว่ากระดาษรายงานการประชุมวิชาการแผ่นไหนจะช่วยชีวิตคนนับพันล้านที่กำลังจะตื่นขึ้นมาบ้างล่ะครับ?”
คำพูดของเรย์บาดลึกเข้าไปในจิตวิทยาที่ผมสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความโหดร้ายของโลกโบราณคดี ผมมองข้ามความจริงข้อนี้ไปได้อย่างไร? ร่องรอยอารยธรรมที่สมบูรณ์แบบเกินไป เทคโนโลยีการหลอมโลหะที่ก้าวล้ำเกินยุคสำริด และห้องใต้ดินที่ถูกออกแบบให้มีระบบหมุนเวียนอากาศอัตโนมัติมาเป็นเวลาหลายพันปี...
พวกมันไม่ได้สูญหาย
พวกมันกำลังจำศีล และวงจรเวลาที่กำหนดไว้กำลังจะครบกำหนดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อดวงอาทิตย์ทำมุมตั้งฉากกับเพดานถ้ำด้านบนพอดี
“เสียงอะไรน่ะครับ” ผมชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ ที่ส่งผ่านพื้นศิลาใต้รองเท้าบูท มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่มันคือจังหวะ... จังหวะการเต้นที่สม่ำเสมอ ราวกับหัวใจขนาดมหึมาของเครื่องจักรโบราณใต้พื้นพิภพกำลังตื่นจากการหลับใหล
เรย์หันขวับไปมองยังทางเดินมืดทึบที่ทอดยาวลึกเข้าไปในใจกลางภูเขา สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและกุมความลับมาตลอด กลับปรากฏรอยร้าวแห่งความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
“เราไม่ได้มาทันเวลาเพื่อหยุดพวกเขาหรอกครับ ดร.อคิน” เรย์กระซิบ เสียงของเขาเบาหวิวราวกับถูกกลืนหายไปในความมืด “แต่เรามาทันเวลา... เพื่อเป็นสักขีพยานในการส่งมอบโลกใบนี้คืนต่างหาก”
ก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม แสงไฟจากคบเพลิงอัตโนมัติบนผนังที่ดับสนิทมานับพันปี ก็พลันสว่างวาบขึ้นทีละดวง ไล่เรียงยาวเหยียดหายเข้าไปในความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงกลไกฟันเฟืองขนาดมหึมาที่เริ่มส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งชั้นหิน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยคู่ที่ไม่ได้มาจากการเดินของมนุษย์ธรรมดา ก็เริ่มดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์เบื้องล่าง มุ่งตรงมายังจุดที่พวกเรายืนอยู่อย่างพร้อมเพรียง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 26
ความจริงที่ไม่น่าเชื่อ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!