กลิ่นอับชื้นของศิลาแลงและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบ มีเพียงแสงสลัวจากคบเพลิงน้ำมันที่สั่นไหวตามแรงลมใต้พิภพ ทอดเงายาวน่ากลัวของรูปสลักอารยธรรมโบราณให้บิดเบี้ยวบนผนังถ้ำ
"คุณกำลังพาเราเดินเข้าสู่ทางตัน, เรย์"
เสียงทุ้มต่ำของดร.อคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัด ขัดจังหวะเสียงฝีเท้าที่ก้องกังวาน รองเท้าบูทหนาหยุดนิ่งเบื้องหน้าผนังหินตันที่เต็มไปด้วยรอยจารึกอักษรลิ่มโบราณ มือข้างที่สวมถุงมือหนังตวัดไฟฉายคาดหัวส่องกราดไปตามร่องหินอย่างละเอียด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววครุ่นคิดและระแวดระวัง
เรย์ซึ่งเดินตามหลังมาไม่กี่ก้าว ชะลอฝีเท้าลงอย่างนิ่มนวล รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาสลัว เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือกระวนกระวายตามที่อีกฝ่ายคาดหวังแม้แต่น้อย เรย์ก้าวเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชนกัน กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเสี่ยงที่ติดตัวชายหนุ่มผู้รักความท้าทายลอยปะทะจมูกอคิน
"ทางตันเหรอครับ, ดร.อคิน..." เรย์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟังเจือความเย้าหยวนเล็กน้อย "ในพจนานุกรมของผม คำว่า 'ทางตัน' ไม่มีอยู่จริงหรอกครับ มันมีแต่ 'รหัสที่ยังถอดไม่ถูก' ต่างหากล่ะ"
อคินหันขวับมามองคู่หูจำเป็นสายเลือดขบถผู้นี้ แววตาของนักโบราณคดีผู้ยึดมั่นในตำราและระเบียบวินัยฉายความหงุดหงิดระคนทึ่ง เรย์ไม่เคยเกรงกลัวต่อความตาย หรือบางที... ความตายอาจเป็นสิ่งเดียวที่เรย์กำลังวิ่งเข้าหาด้วยความกระหาย
"สิ่งที่คุณเรียกว่ารหัส กำลังจะฝังพวกเราไว้ใต้ดินลึกสามร้อยเมตรนะครับ, เรย์" อคินเน้นเสียงต่ำ "สมุดบันทึกของศาสตราจารย์มาร์คัสระบุชัดเจนว่า ห้องโถงพิธีกรรมอยู่ทางทิศตะวันออก แต่สิ่งที่คุณกำลังพยายามเปิดอยู่ตรงนี้คือประตูห้องนิรภัยของชนชั้นปกครอง... ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว มันถูกออกแบบมาเพื่อฝังกลบสมบัติและพยานบุคคลทั้งหมดไม่ให้เล็ดลอด"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานในโถงหิน มันเป็นเสียงที่ทำให้อคินรู้สึกไขว้เขวได้เสมอ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย
"ศาสตราจารย์มาร์คัส... อาจารย์ผู้ล่วงลับของคุณ เขียนบันทึกนั้นไว้ตอนที่เขายังมองโลกในแง่ดีเกินไปครับ, อคิน" เรย์ก้าวประชิดเข้าหาผนังศิลา ปลายนิ้วเรียวยาวที่มีรอยแผลเป็นจากการขุดค้นแตะลงบนร่องสลักอักษรโบราณอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบไล้ผิวกายของคนรัก "ท่านมองประวัติศาสตร์ผ่านหน้ากระดาษ แต่ผม... มองมันผ่านรอยเลือดและผลประโยชน์"
อคินเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าเรย์พูดถูกครึ่งหนึ่ง ตำราไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด มนุษยชาตินับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่เคยเปลี่ยน พวกเขาสร้างความลับขึ้นมาเพื่อปกปิดความอัปยศ และมักจะซ่อนมันไว้ในจุดที่คาดไม่ถึงที่สุด
"แล้วคุณจะแก้สมการบ้าๆ นี่อย่างไร ในเมื่อกลไกศิลานั่นต้องใช้รหัสผ่านเจ็ดหลักจากอักษรภาพที่มีความเป็นไปได้นับแสนรูปแบบ?" อคินถามเสียงเรียบ พยายามดึงสติกลับมาสู่งานตรงหน้า สายตากวาดมองไปที่แผ่นศิลาวงกลมเจ็ดชั้นที่สลักลวดลายสัตว์ในตำนาน
เรย์หันกลับมาสบตาอคิน แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบดวงตาคู่นั้น ประกายความฉลาดแกมโกงและความดุดันฉายชัดเจน ชั่วขณะหนึ่ง อคินรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดระหว่างสองขั้วความคิด ที่แม้จะขัดแย้งกันทุกก้าวเดิน แต่กลับเข้าใจกันและกันดีกว่าใครในโลก
"ความจริงไม่ได้ซ่อนอยู่ในตำราหรอกครับ, ดร.อคิน" เรย์กระซิบ แววตาพราวระยับ "แต่มันซ่อนอยู่ในความโลภ... และความกลัวของคนสร้างมันขึ้นมา"
เรย์หยิบแท่งช็อกโลหะชิ้นเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต มันคือเครื่องมือวัดคลื่นความร้อนใต้ผิวศิลาที่เขาดัดแปลงขึ้นเอง ชายหนุ่มกดปุ่มทำงานแล้วทาบลงไปบนแผ่นศิลาวงกลมชั้นที่สาม หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าอ่อนเผยให้เห็นอุณหภูมิที่แตกต่างกันในแต่ละร่อง
"อักษรพวกนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์อย่างที่คุณท่องจำมาหรอกครับ" เรย์เอ่ยขณะนิ้วมือขยับหมุนวงแหวนศิลาทีละคลิกอย่างแม่นยำ เสียงกลไกเฟืองหินภายในผนังดัง *คลิก... กริ๊ก...* บาดลึกประสาท "แต่มันเรียงตามลำดับการสังเวย... ลูกหลานของกษัตริย์องค์ก่อนไม่ได้จารึกคำสรรเสริญเทพเจ้า แต่พวกเขาสາปแช่งผู้ที่มาแย่งชิงบัลลังก์ต่างหาก"
อคินขมวดคิ้วแน่น สมองของนักโบราณคดีประมวลผลข้อมูลที่ได้ยินอย่างรวดเร็ว "ถ้ามันเรียงตามลำดับการสังเวย... ลำดับของราชาองค์ที่สี่ไม่ใช่กวางสวรรค์... แต่มันคือ..."
"งูพิษสองหัว" เรย์ชิงพูดขึ้นพร้อมกับออกแรงกดที่แผ่นศิลาวงกลมวงสุดท้ายอย่างแรง
*ครืนนนนนนน—!*
เสียงหินหนันทึบเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นผงโบราณร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำราวกับหิมะโปรยปราย อคินพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเรย์โดยสัญชาตญาณ แรงสั่นสะเทือนทำให้ทั้งคู่เซถลาไปชนกับผนังด้านข้าง เรย์หัวเราะเบาๆ อยู่ใกล้ใบหูของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ต้นคอท่ามกลางความโกลาหล
ร่องหินที่เคยตันสนิทค่อยๆ แยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง ความมืดมิดที่พวยพุ่งออกมาจากช่องเปิดนั้นเย็นเยียบราวกับลมหายใจของศพโบราณ และกลิ่นอายบางอย่างที่ถูกผนึกไว้เป็นพันปีก็โชยออกมาเตะจมูก
อคินผละออกจากอ้อมแขนของเรย์ช้าๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แม้หัวใจจะเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะจากแรงกระแทกและความตื่นตระหนก แต่ดวงตาของเขากลับเบิกกว้างเมื่อมองลอดช่องทางเดินนั้นไป
เรย์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ปัดฝุ่นตามไหล่เสื้ออย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะยกยิ้มมุมปากให้คู่หูผู้เคร่งขรึม
"เชิญก่อนเลยครับ, ดร.อคิน... ในฐานะที่คุณเป็นคนยืนยันว่าเราไม่ควรมาทางนี้" เรย์ผายมือเชื้อเชิญด้วยท่าทางสุภาพราวกับสุภาพบุรุษผู้พามาชมแกลเลอรีศิลปะ
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาก้มลงหยิบไฟฉายแรงสูงขึ้นมาถือกระชับมั่นในมือขวา ปรายตามองเรย์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูหินเข้าสู่ความมืดเบื้องหน้าเป็นคนแรก
ทว่า... เพียงแค่ก้าวแรกที่สัมผัสพื้นศิลาภายในห้องโถงลับ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงโลหะกระทบกันอย่างแผ่วเบาก็ลอยแว่วมาจากอุโมงค์เบื้องหลัง—ไม่ใช่เสียงของพวกเขาทั้งสองคนอย่างแน่นอน
อคินชะงักฝีเท้า เรย์ที่เดินตามเข้ามาติดๆ หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบหันขวับกลับไปมองความมืดมืดเบื้องหลังด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ตื่นตัวเต็มที่
แสงไฟฉายวูบวาบสาดส่องกระทบเงาร่างของใครบางคน ที่ก้าวพ้นมุมมืดออกมายืนขวางทางออกเดียวของพวกเขาไว้ พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังกลางหน้าอกของทั้งคู่ทันทีโดยไม่มีการเอ่ยทักทาย
บันทึกนักโบราณคดี
24 ตุลาคม 2567
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 19
รหัสที่เปลี่ยนความหมาย
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!