เศษไม้กระดานผุพังดีดตัวลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้แรงกระแทกมหาศาล เสียงบานพับเหล็กขึ้นสนิมกรีดร้องครวญครางยามที่มันถูกพังทลายลงจากวงกบอย่างไม่ใยดี ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น สัญชาตญาณดิบของนักโบราณคดีผู้ผ่านสมรภูมิซากปรักหักพังมาโชกโชนไม่ได้ผลักให้อคินถอยหลังหนี แต่กลับทำให้เขาพุ่งตัวเข้าหาโต๊ะทำงานไม้สักหนักอึ้ง ใช้สะโพกกระแทกขอบมันให้เคลื่อนหลุดจากตำแหน่งเดิมเพื่อสร้างแนวป้องกันกำบังขั้นต้น พร้อมกับที่มือขวากระชากลิ้นชักดึงเอาด้ามจับโลหะเย็นเฉียบของปืนพกสั้นขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบที่สุด
ความมืดมิดภายในห้องพักแรมกลางเมืองโบราณถูกฉีกกระชากด้วยแสงไฟฉายแรงสูงหลายลำที่กวาดสะเปะสะปะเข้ามา กลิ่นอับชื้นของฝุ่นดินและคราบราเก่าแก่ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนของดินปืนและเหงื่อไคลจากมนุษย์แปลกหน้า เสียงหอบหายใจและฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่เหยียบย่ำเข้ามาบนพื้นไม้จนมันสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"กระจายกำลัง! ค้นทุกซอกทุกมุม! เอกสารแผ่นนั้นต้องยังอยู่แถวนี้!"
เสียงคำรามต่ำอย่างเกรี้ยวกราดดังขึ้นเป็นภาษาท้องถิ่นผสมสำเนียงแคว้นชายแดน อคินจำเสียงนั้นได้ทันที—หัวหน้ากลุ่มค้าโบราณวัตถุเถื่อนที่เขาเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอซื้อขายแผนที่ศิลาจารึกเมื่อวานนี้ พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจาอีกต่อไปแล้ว ความโลภและสัญชาตญาณของโจรป่าไม่เคยรอคำตอบปฏิเสธจากใคร
อคินแนบแผ่นหลังติดกับผนังปูนเปลือย เย็นเฉียบของเนื้อปูนตัดกับความร้อนระอุของเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนขมับ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ หน้าต่างด้านหลังถูกตอกปิดตายด้วยไม้กระดานหนาเพราะพายุทรายเมื่อหลายวันก่อน ทางเลือกเหลือเพียงประตูหน้าซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเงาร่างของชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าห้าคนกำลังก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว
นิ้วชี้เรียวยาวของอคินแตะอยู่บนไกปืน เขารู้ดีว่าการลั่นกระสุนนัดแรกหมายถึงการปิดตายโอกาสรอด แต่ในฐานะนักโบราณคดีที่เคยสูญหายอาจารย์ผู้เป็นที่รักไปในหลุมหลบภัยที่ถล่มลงมาเมื่อสิบปีก่อน เขาปฏิเสธที่จะตายอย่างไร้ค่าด้วยน้ำมือของพวกเดรัจฉานสูบเลือดสูบเนื้อประวัติศาสตร์
แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วของเขาจะออกแรงกดไกเพื่อเผชิญหน้ากับความตาย มือปริศนากลับคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของเขาอย่างรวดเร็วราวกับอสรพิษฉก!
อคินสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวาบ เกือบจะลั่นกระสุนสวนออกไปหากไม่มีฝ่ามืออีกข้างพุ่งมาตะпบปิดปากเขาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่มวนสดลอยแตะจมูก—กลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้ มีเพียงคนเดียวในโลกที่ทำให้อคินรู้สึกทั้งอยากเอาชนะและอยากระอาใจในเวลาเดียวกัน
เรย์
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตหนังเซอร์ๆ ดึงตัวอคินให้มุดลอดผ่านช่องว่างแคบๆ ระหว่างชั้นหนังสือสูงท่วมหัวที่ถูกผลล้มลงมาพิงกันเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ปล่องลับใต้พื้นไม้ที่ถูกเปิดออกครึ่งหนึ่งส่งกลิ่นอับชื้นขึ้นมาเตะจมูก เรย์ไม่ได้พูดอะไรสักคำ สายตาคมกวาดมองสถานการณ์ภายนอกด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์ ก่อนจะออกแรงกระชากร่างของอคินให้ทิ้งตัวลงไปในความมืดเบื้องล่างพร้อมกับเขาทันที
*ปัง!*
กระสุนนัดแรกเจาะทะลุกระดานไม้เหนือศีรษะลงมาเฉียดกลุ่มผมของอคินไปไม่ถึงคืบ เศษฝุ่นและผงไม้ร่วงโปรยปรายลงมาดั่งหิมะในขณะที่ฝาทึบถูกปิดสนิทลงอย่างแนบเนียน พร้อมกับเสียงกลอนล็อกที่ถูกสับจากด้านล่างอย่างแม่นยำ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ที่เบียดเสียดกันอยู่ในความมืด อคินขยับตัวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังอิฐเย็นเยียบ เขาตวัดสายตาจ้องมองร่างเพรียวที่ยืนอยู่ชิดกันในความสลัว แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่เขารู้ว่าเรย์กำลังส่งยิ้มมุมปากเยาะเย้ยเขาอยู่แน่ๆ
"คุณเสียมารยาทมากนะ... ดร.อคิน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอจนอคินต้องเบี่ยงหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด "ถ้าฉันมาช้ากว่านั้นอีกสามวินาที สมองอันชาญฉลาดของคุณคงได้ไปประดับอยู่บนพื้นไม้กระดานผุๆ นั่นแทนที่จะได้นอนคิดทฤษฎีอารยธรรมโบราณแล้วล่ะครับ"
อคินกัดฟันกรวด ปรับลมหายใจให้เป็นปกติก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความไม่สบอารมณ์ "ฉันเอาตัวรอดเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพานักล่าสมบัติผิดกฎหมายอย่างคุณหรอก เรย์... และบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาแตะต้องตัวฉัน"
"ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะคุณนี่" เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเจือแววขบขันระคนจริงจังอย่างประหลาด ในความมืดมิดนั้น นิ้วเรียวยาวของเรย์เอื้อมมาคว้าข้อมือของอคินที่ยังคงกำปั้นปืนแน่น บังคับให้ปลายนิ้วของเขาแบออก ก่อนจะยัดวัตถุชิ้นหนึ่งใส่มือของเขาแทน
สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วคือความเย็นเยียบของเนื้อโลหะผสมและผิวสัมผัสขรุขระของร่องสลักอักษรรูปลิ่ม (Cuneiform) ที่คุ้นเคย อคินขมวดคิ้วแน่น หัวใจที่เต้นระส่ำจากเหตุระทึกขวัญเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงอย่างรวดเร็วเมื่อเขาลูบคลำวัตถุชิ้นนั้น
"นี่มัน..." อคินเผลออุทานออกมาเบาๆ
"ชิ้นส่วนที่สามของ 'มาตรวัดดาราศาสตร์' จากซากปรักหักพังแห่งสุสานกษัตริย์องค์สุดท้าย" เรย์เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งร่องรอยของการหยอกล้อเมื่อครู่ "และข่าวร้ายก็คือ... คนที่ตามล่าคุณอยู่ข้างบนเมื่อกี้ ไม่ได้ต้องการแค่แผนที่กระดาษเก่าๆ แต่พวกมันถือครองสำเนาเอกสารสิทธิ์การครอบครองพื้นที่ขุดค้นทั้งหมดที่คุณเซ็นชื่อรับรองไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน"
อคินนิ่งงัน ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในหัว—เอกสารราชการที่เขาจำเป็นต้องเซ็นเพื่อขออนุญาตเข้าพื้นที่เขตหวงห้าม
เรย์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนอคินได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวอีกฝ่ายชัดเจนขึ้น ดวงตาคู่คมของเรย์ประกายวาววับฝ่าความมืด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาราวกับต้องการอ่านทะลุถึงก้นบึ้งความคิด
"พวกมันไม่ได้แค่จะปล้นโบราณวัตถุ... แต่อคิน... พวกมันกำลังจัดฉากให้คุณกลายเป็น 'แพะรับบาป' ในคดีลักลอบทำลายโบราณสถานแห่งชาติ และศาลเตี้ยของพวกมันเตรียมส่งคุณลงไปนอนใต้กองอิฐถาวรเร็วกว่าที่คุณคิดเสียอีก"
อคินกำวัตถุในมือแน่นจนโลหะคมบาดเนื้อ ปลายนิ้วชาหนึบ ทว่าสายตาที่เคยมองเรย์ด้วยความระแวงสงสัยมาตลอด กลับต้องสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อตระหนักได้ว่า... ทุกสิ่งที่เรย์พูด คือความจริงที่น่ากลัวที่สุดที่เขากำลังเผชิญอยู่
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 2
แขกไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!