กลิ่นอฮอล์ราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นกายเย็นเยียบของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนเมืองในค่ำคืนนี้ บรรยากาศภายในห้องสูทเพนต์เฮوسต์หรูหราบนชั้นสูงสุดของโรงแรมห้าดาวอัดแน่นจนแทบไม่มีออกซิเจนเหลือให้หายใจ สำหรับพิมพ์พิชาแล้ว ภาระหนี้สินหลายสิบล้านที่พ่อเลี้ยงทิ้งไว้เบื้องหลังเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่กำลังรัดลำคอของเธอให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึงแห่งความสิ้นหวัง และทางรอดเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้ กลับเป็นปีศาจในคราบสุภาพบุรุษที่นั่งไขว่ห้างจิบไวน์มองเธอด้วยสายตาราukราญเหยื่อ
"สามสิบล้านแลกกับการเอาตัวรอดของครอบครัวคุณ... ข้อเสนอนี้ไม่ได้แย่เลยสักนิด พิมพ์พิชา"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้น ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ภาคิน ในชุดสูทสีชาครีมเข้ารูปที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกไ้ากระดุมและผิวเนื้อเนียนคมเข้ม นั่งพิงโซฟาหนังแท้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดเดรสสั้นสีดำของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
พิมพ์พิชากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ภายในอกจะเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
"ฉันรู้ว่าเฮียคินไม่ได้ใจดีขนาดจะยื่นมือมาช่วยคนตกอับฟรีๆ หรอกค่ะ... เงื่อนไขจริงๆ ของการแต่งงานบังหน้าครั้งนี้คืออะไรกันแน่?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความพยศที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย้าหยวนในคลาเดียวกัน เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังกระทบเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางบนหัวเข่า สายตาคมปลาบจับจ้องมาที่เธอราวกับนักล่ากำลังมองเหยื่อในกรง
"ฉลาดสมกับเป็นเด็กปั้นของตระกูลวรโชติ..." ภาคินเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "คุณก็แค่นกน้อยในกรงทองที่ผมต้องเอามาขัดตาทัพเพื่อตบตาผู้ใหญ่ และที่สำคัญ... เพื่อกันพวกน่ารำคาญไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในชีวิตส่วนตัวของผม ง่ายๆ แค่นี้เอง พิมพ์พิชา"
"แต่งงานเพื่อเป็นโล่กำบังเนี่ยนะ?" พิมพ์พิชาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด "เฮียคินคิดตื้นเกินไปหรือเปล่าคะ คิดว่าการเอาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้านจะช่วยปิดปากคนพวกนั้นได้จริงๆ น่ะเหรอ?"
"ปากดี..." ภาคินพึมพำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ทว่าทรงพลัง แรงกดดันจากตัวตนของเขาราวกับกำแพงเหล็กที่กำลังบีบอัดพื้นที่รอบตัวเธอให้แคบลงเรื่อยๆ "อย่าลืมสิว่าตอนนี้คุณเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาผมเอง... คนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะต่อรองอะไรทั้งสิ้น คือคุณต่างหาก พิม"
พิมพ์พิชาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับบานประตูกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน ภาคินตามมาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผสมกับแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเขาโชยปะทะนาวิกโยธินของเธอจนลมหายใจสะดุด มือหนายกขึ้นยันกระจกขนาบข้างร่างเธอไว้ เป็นการกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์
ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าหวานที่เงยขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ถ้าตกลงเซ็นสัญญาฉบับนี้พรุ่งนี้เช้า เงินสามสิบล้านจะถูกโอนเข้าบัญชีคุณทันที พร้อมกับเคลียร์หนี้สินทั้งหมดให้เกลี้ยง... แต่ถ้าไม่..." ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเธอรู้สึกร้อนผ่าว "คุณก็เตรียมตัวเห็นครอบครัวล้มละลายแล้วเดินเร่ร่อนข้างถนนได้เลย พิมพ์พิชา"
ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างของพิมพ์พิชากลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความอึดอัดที่แสนเย้ายวนนี้ ร่างกายของเขาร้อนผ่าวจนเธอรู้สึกได้ผ่านเนื้อผ้า แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความเผด็จการของเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังดึงดูดระหว่างพวกเขามันรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน
"เฮียมัน... ซาตานชัดๆ" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดของเขาอย่างเผลอไผล
"หึ... รู้ตัวก็สายไปซะแล้วล่ะ" ภาคินกระซิบชิดริมใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย "ว่าไงครับ... จะยอมรับข้อเสนอของซาตานตนนี้ หรือจะปล่อยให้ทุกอย่างพังคามือ?"
นิ้วเรียวแกร่งของเขาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสที่จงใจยั่วเย้าทำให้พิมพ์พิชากลั้นหายใจ สมองขาวโพลนไปหมด ชั่ววินาทีนั้น เธอกัดริมฝีปากล่างอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลออกไป
"ก็ได้... ฉันตกลง!"
ภาคินกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แววตาพึงพอใจฉายชัดในความมืดสลัวของห้องสูท เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากเธอมากยิ่งขึ้นราวกับจะประทับตรารับคำสัญญา ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นรัวเร็วราวกับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายด้วยความตกใจของธามันที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง
"เฮียคิน! ชิบหายแล้วเฮีย! ยัยรินลดาลากนักข่าวมายืนอออยู่หน้าลิฟต์แล้ว กำลังจะขึ้นมาบนเพนต์เฮาส์นี่แล้วโว้ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเปิดประตูห้องหัวใจดวงนี้ไปพร้อมกับพิมและเฮียคินนะคะ รับรองว่าตอนหน้าแซ่บพริกสิบเม็ดแน่นอนค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 1
ข้อเสนอจากซาตาน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!