เสียงล้อรถเข็นเตียงผู้ป่วยที่เคลื่อนกระทบกับพื้นยางอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของบุคลากรทางการแพทย์นับชีวิตที่วิ่งวุ่นกันชุลมุน ทำให้บรรยากาศหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ พิมพ์พิชาแทบไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเธอก้าวเท้าวิ่งตามเตียงสีขาวนั้นมาตั้งแต่ตอนไหน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระֹเด็นออกมานอกอก ความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจทำให้ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะทรงตัว แต่เพราะดวงตาคู่คมของใครบางคนที่ยังคงมองตรงมายังเธอ แม้ในยามที่ลมหายใจรวยริน ประโยคสุดท้ายที่เขาเค้นเสียงกระซิบข้างหูเธอก่อนสติจะดับวูบ... มันยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท
*‘ถ้าฉันรอดไปได้... เธอต้องเป็นคนดูแลฉันไปตลอดชีวิต ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด พิม...’*
ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ภาคินผู้เย่อหยิ่งและปากแข็งเป็นที่หนึ่ง กลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากอุบัติเหตุเฉียดตายเมื่อครู่!
สองชั่วโมงผ่านไปราวกับสองปีเต็ม ประตูห้องพักฟื้นพิเศษระดับ VVIP จึงเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของแพทย์เจ้าของไข้ที่ถอดหน้ากากอนามัยออกด้วยสีหน้าโล่งอก
"คนไข้ปลอดภัยแล้วนะคะ กระดูกซี่โครงไม่ได้หักอย่างที่น่ากลัวตอนแรก แค่ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงและเสียเลือดมากเท่านั้น ตอนนี้ฟื้นสติและย้ายเข้ามาพักในห้องนี้เรียบร้อยแล้วครับ... แต่เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียมาก ต้องระวังเรื่องแผลฟกช้ำภายใน และห้ามขยับตัวหรือกระทบกระเทือนโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแผลอาจจะปริและเกิดการอักเสบซ้ำซ้อนได้"
พิมพ์พิชาพยักหน้ารับคำของแพทย์ด้วยความโล่งอกที่ท่วมท้นจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น โชคดีเหลือเกินที่พระเจ้ายังเมตตา...
ทันทีที่แพทย์และพยาบาลเดินออกไปจนหมด หญิงสาวจึงผลักประตูห้องพักเข้าไปอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปยังเตียงผู้ป่วยใจกลางห้อง ภาคินนอนพิงอยู่บนหัวเตียงที่ปรับยกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดีบัดนี้ดูซีดเซียวลงถนัดตา ริมฝีปากแห้งผาก และที่หน้าผากมีผ้าก๊อซสีขาวปิดทับไว้ ยิ่งขับให้ดูน่าสงสารและน่าทะนุถนดิ์อย่างบอกไม่ถูก
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็ง ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เตียงช้าๆ
"เฮีย..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ยามเมื่อทอดสายตามองร่องรอยบาดแผลบนตัวเขา "เจ็บมากไหมคะ..."
ภาคินที่หลับตาอยู่ค่อยๆ เปลือกตาเปิดขึ้นช้าๆ สายตาที่มองมาไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดหรือวาจาเชือดเฉือนเหมือนเคย มีเพียงความอ่อนล้าและความเจ้าเล่ห์ประกายอยู่ในนั้นแวบหนึ่ง... แวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่เขาจะนิหน้าด้วยความเจ็บปวดทรมานราวกับกำลังจะขาดใจตาย
"อื้อ..." ภาคินครางต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองเบาๆ พลางสูดปากเข้าหาไรฟัน "ซี๊ด... เจ็บ... เจ็บชะมัด พิม... เฮียหายใจไม่ค่อยออก ตรงซี่โครงมันเหมือนจะหักซ้ำอีกรอบเลยว่ะ..."
พิมพ์พิชาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก สมองที่ประมวลผลความตกใจอยู่ก่อนแล้วพลอยรวนเรไปหมด เธอก้าวพรวดเข้าไปใกล้เตียงทันทีด้วยความลืมตัว สองมือเรียวพยายามจะช่วยประคองร่างสูงให้นอนราบลงอย่างระมัดระวัง
"ตายจริง! เจ็บมากเหรอคะ เดี๋ยวพิมไปตามหมอก่อนนะ..."
"ไม่ต้อง!" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะแหบพร่าแต่กลับหนักแน่นและรวดเร็วผิดวิสัยคนเจ็บปางตาย มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ปลายมือของเขาอุ่นจัดสวนทางกับความเย็นเฉียบในใจเธอ "ไม่ต้องไปเรียกใคร... อยู่ตรงนี้ อยู่กับเฮียก่อน"
พิมพ์พิชาชะงัก เธอก้มมองมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บปวดตรงไหนอย่างที่ปากว่าสักนิด หญิงสาวหรี่ตามองคนเจ็บที่เริ่มทำหน้าละเหี่ยใจระคนออดอ้อน
"ไหนบอกว่าเจ็บซี่โครงจนหายใจไม่ออกคะ? เมื่อกี้ยังเสียงดังใส่พิมอยู่เลย"
"ก็มันเจ็บ... เจ็บตรงนี้" ภาคินเปลี่ยนเป้าหมายจากหน้าอกตัวเอง เลื่อนมือหนาของเธอขึ้นมาทาบไว้ตรงตำแหน่งหัวใจข้างซ้ายของเขาแทน สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่หนักหน่วงและมั่นคงภายใต้ฝ่ามือ "เพราะเห็นหน้าเธอ... มันถึงได้เจ็บแปลบจนแทบทนไม่ไหว รู้ไหมว่าตอนที่เห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น แล้วรถคันนั้นพุ่งเข้ามา... เฮียเกือบจะหัวใจวายตายก่อนจะโดนรถชนซะอีก"
น้ำคำที่เอ่ยออกมาไม่มีความกระด้างหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงใจและความห่วงหาอาทรที่ล้นปรี่จนคนฟังอย่างพิมพ์พิชากลืนก้อนสะอื้นลงคอแทบไม่ทัน ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดะดานอย่างห้ามไม่อยู่
"คนบ้า..." เธอพึมพำเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก "ทำไมต้องเอาตัวมารับแทนพิมด้วยคะ รู้ไหมว่าถ้าเฮียเป็นอะไรไป... พิมจะอยู่ยังไง"
ภาคินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ต่อให้ใบจะซีดเซียวแค่ไหนก็ยังคงมีความร้ายกาจเจืออยู่เสมอ เขายันตัวขึ้นเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า แม้จะยังแกล้งทำเป็นนิหน้าทำท่าเจ็บปวดอยู่เนืองๆ
"ก็เพราะรู้ไงว่าถ้าไม่มีเฮียแล้วเธอจะอยู่ไม่ได้ ถึงต้องเอาชีวิตรอดกลับมาทวงสัญญาไงครับ..." ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ไหนล่ะ... สัญญาก่อนหน้านี้ บอกว่าถ้าเฮียรอด จะยอมทำตามใจทุกอย่างไม่ใช่เหรอ?"
พิมพ์พิชาเม้มปากแน่น รู้สึกเหมือนกำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่เจ้าเล่ห์ตัวพ่อขุดรอไว้ "พิมพูดตอนไหนไม่ทราบคะ อย่ามามั่ว..."
"หือ? กลางห้องฉุกเฉินเมื่อกี้เธอยังพึมพำสัญญาอยู่เลย หรือจะให้เฮียฟ้องธามันกับคุณอาว่าภรรยาเด็กคนนี้คิดจะเบี้ยวหนี้ชีวิต?" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย แววตาระยิบระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "บอกไว้ก่อนนะว่าคนป่วยคนนี้แพทย์สั่งห้ามเครียด ห้ามขัดใจ ไม่งั้นแผลอาจจะอักเสบและ... อาจจะต้องนอนโรงพยาบาลยาวไปเป็นเดือนๆ"
"นี่เฮียขู่พิมเหรอคะ?!" พิมพ์พิชาแยกเขี้ยวใส่ทันที ความซาบซึ้งเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตาเมื่อเห็นหางเสือของคนเจ้าเล่ห์โผล่ออกมา "หน้าไม่อายที่สุด! ไหนหมอบบอกว่าปลอดภัยแล้วไงคะ ทำไมตอนนี้ทำท่าเหมือนใกล้จะลงโลงเต็มที"
"ก็คนมันเจ็บใจ... เอ้ย เจ็บกาย!" ภาคินแกล้งทำเป็นทรุดตัวลงพิงหมอน พร้อมกับส่งเสียงซี๊ดซาดทำท่าเจ็บปวดขนานใหญ่จนหญิงสาวต้องรีบเข้าไปประคองอย่างจำยอม "โอ๊ย... แผลข้างในมันตึงไปหมดแล้วพิม... ถ้าไม่ได้ยินคำว่ารักจากปากเธอก่อนนอนคืนนี้ สงสัยแผลคงไม่หายง่ายๆ แน่เลยว่ะ..."
"ฝันไปเถอะค่ะ!" พิมพ์พิชากระแทกเสียงใส่ หมุนตัวจะเดินหนีไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะเพื่อตัดบทความเจ้าเล่ห์ของคนป่วย แต่ทว่า...
หมับ!
เรียวแขนแกร่งที่ว่าอ่อนแรงเมื่อครู่ กลับคว้าเอวบางของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ แรงดึงมหาศาลทำให้พิมพ์พิชาเสียหลัก ถล่าล้มลงไปทาบทับอยู่บนร่างสูงของประธานหนุ่มเต็มรัก!
ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ดวงตาคมกริบของภาคินทอประกายหวานเยิ้มจนคนมองแทบละลาย สายตาคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอ
"บอกรักเฮียหน่อย... นะครับคนดี"
พิมพ์พิชาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมาจากอก เธอพยายามจะดันตัวลุกขึ้น แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นกลับทำให้เธอยิ่งใจสั่นระทัว
"ปล่อยเลยนะ! เฮียแกล้งสำออยชัดๆ ไหนบอกว่าเจ็บซี่โครงไงคะ ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!"
"ก็เพราะเป็นเธอนี่แหละ... พลังชีวิตของเฮียถึงเต็มร้อยในพริบตา" ภาคินกระซิบเสียงนุ่ม แววตาคมกริบฉายชัดถึงความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ถ้าไม่ยอมพูด... เฮียจะจูบจนกว่าเธอจะยอมพูดเองนะ พิม..."
บรรยากาศในห้องพักฟื้นเงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว พิมพ์พิชาชะงักค้าง เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อกู้ฟอร์ม แต่ทว่า...
แอดส์...
เสียงเปิดประตูห้องพัก VVIP ที่ถูกผลักเข้ามาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศชวนฟิน
"เฮียคิน! ผมซื้อซุปไก่มาเยี่ยม... เฮ้ย! ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่าเนี่ย?!"
ธามันที่ถือถุงซุปไก่ค้างเติ่งอยู่กลางห้อง เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนขบขัน เมื่อเห็นประธานหนุ่มผู้เคร่งขรึมกำลังนอนกอดภรรยาอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีสายตาดุๆ ของพิมพ์พิชาหันขวับมามองเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำเป็นลูกสตรอว์เบอร์รีสุก
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้เฮียคินกับน้องพิมมาตลอดนะคะ! ❤️ (กำมะหยี่สีแดง)
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 39
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!