"เซ็นชื่อลงไปซะ แล้วไสหัวออกจากตระกูลวรโชติโภคินไปเสียที อย่าให้ฉันต้องเห็นหน้าแกในบ้านหลังนี้อีกแม้แต่นาทีเดียว!"
แผ่นกระดาษยับยู่ยี่ถูกปาลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลปนไปกับกลิ่นอับของความเสื่อมโทรมช่างบาดจมูก รินรดาสะดุ้งเฮือกขึ้นจากอาการมึนงง ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นที่ขมับราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง
เธอกระพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสสายตาที่พร่ามัว สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือหญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสั่งตัดที่ดูประดิดประดอย แต่แววตาที่มองมานั้นกลับคมกริบดุจมีดโกนอาบยาพิษ
"ว่าไงล่ะรินรดา? หรือจะให้ฉันเรียกตำรวจมาลากตัวแกออกไปฐานฉ้อโกงเงินบริษัท? อย่าคิดว่าความสวยของแกจะช่วยอะไรได้ ในเมื่อหลักฐานมันมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้!"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและสั่นเครือไม่ใช่ของเธอ แต่มันกลับเปล่งออกมาจากลำคอของเธอเอง สมองที่หมุนคว้างเริ่มประมวลผล ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนหลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก... *นางร้ายที่ถูกเนรเทศ* ในนิยายเรื่อง 'พันธะรักพยศร้าย' ที่เธอเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนก่อนขณะที่กำลังกลั้นใจตายเพราะความเหนื่อยล้าจากงานที่ถาโถม
นี่เธอหลุดเข้ามาในนิยายงั้นหรือ? แถมยังเข้ามาในร่างของรินรดา ตัวร้ายที่ถูกใส่ร้ายจนหมดเนื้อหมดตัวและต้องระเห็จไปตายในไร่ร้างที่ห่างไกลความเจริญ
"ฉันไม่เซ็น" รินรดากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าเยือกเย็น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้า—แม่สามีตัวร้ายที่กำลังยิ้มเยาะด้วยความสะใจ
"แกพูดว่าอะไรนะ?" หญิงวัยกลางคนเบิกตากว้าง ราวกับไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
"ฉันบอกว่าไม่เซ็นค่ะ" รินรดาหยัดกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง ทว่าแววตาของเธอกลับฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ในเมื่อคุณบอกว่าฉันโกง ก็ไปว่ากันที่ชั้นศาลค่ะ ขนหลักฐานทั้งหมดไปกางให้ผู้พิพากษาดู ถ้าฉันผิดจริง ฉันยินดีจะเดินออกจากบ้านหลังนี้ด้วยมือเปล่า แต่ถ้าไม่... คนที่จะต้องรับผิดชอบชื่อเสียงของฉันที่เสียไป คือคุณ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างทันที รินรดาไม่รอให้ใครได้โต้ตอบ เธอหยิบใบหย่าและเอกสารปลดทรัพย์เหล่านั้นขยำจนกลายเป็นก้อนกลมแล้วโยนลงถังขยะข้างโต๊ะ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยคนรับใช้ที่กำลังจับกลุ่มนินทาด้วยสายตาเหยียดหยาม
เธอเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าผู้อาศัย ก้าวแรกที่เหยียบลงบนพื้นดินนอกรั้วบ้าน คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางไกลสู่พื้นที่ที่ถูกเรียกว่า 'ไร่ร้าง' สถานที่ที่อดีตสามีผู้ซื่อสัตย์ของร่างนี้ถูกส่งตัวไปดัดนิสัย
กวินทร์... วิศวกรหนุ่มที่ยอมสละอนาคตการงานรุ่งโรจน์เพื่อมาขุดดินทำกินในป่าลึก เพียงเพราะต้องการหลีกหนีจากเกมการเมืองของตระกูลที่เขารังเกียจ
การเดินทางผ่านความมืดมิดของพงไพรที่ยาวนานกว่าห้าชั่วโมงจบลงเมื่อภาพของกระท่อมไม้เก่าๆ หลังเล็กปรากฏขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของขุนเขา ลมพัดพาเอาไอเย็นของยามดึกมาปะทะผิว รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอเหนื่อยจนแทบจะหมดแรงล้มลงไปกองกับพื้น แต่ทันใดนั้น แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันก็สว่างวาบขึ้นหน้าประตู
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีซีดที่เปื้อนคราบดินเดินออกมา เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างระหงที่ยืนสั่นเทาอยู่หน้าไร่ แววตาคมกริบใต้คิ้วเข้มจ้องมองเธอราวกับกำลังสำรวจสิ่งแปลกปลอม
"คุณมาทำอะไรที่นี่ รินรดา?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่ทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่หน้ากระท่อม ความอ่อนล้าจากความทรงจำที่ตีกันในหัวทำให้เธอแทบประคองสติไม่อยู่ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะหลับใหลไปนั้น กลิ่นหอมประหลาดก็ลอยมาจากภายในกระท่อม กลิ่นของข้าวใหม่ปลามันที่ถูกหุงจนสุกระอุ ผสมกับกลิ่นสมุนไพรและเนื้อสัตว์ที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม
กวินทร์เดินกลับเข้าไปข้างในชั่วครู่ ก่อนจะวางชามดินเผาใบเล็กที่ใส่ซุปไก่บ้านต้มฟักเขียวร้อนๆ ลงตรงหน้าเธอ ไอควันจางๆ ลอยกรุ่นพร้อมกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอที่รุนแรงจนทำให้ท้องของเธอประท้วงขึ้นมาทันที
"กินเสีย ถือว่าเป็นมื้อสุดท้ายก่อนที่คุณจะหอบข้าวของกลับไปในวันพรุ่งนี้" เขาพูดพลางหมุนตัวจะเดินหนี
รินรดาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แม้มือของเธอจะสั่น แต่แรงบีบนั้นกลับหนักแน่นและมั่นคง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยฉายความร้ายกาจของรินรดาคนเก่าบัดนี้เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยประกายชีวิต
"ฉันไม่กลับไปแล้วค่ะ กวินทร์" เธอกล่าวเสียงเรียบ "จากนี้ไป ไร่ร้างแห่งนี้ จะไม่ใช่ที่ที่เอาไว้ดัดนิสัยเราอีกต่อไป แต่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่เราจะสร้างขึ้นด้วยมือของเราเอง... เริ่มจากอาหารจานนี้ที่คุณทำเป็นอย่างแรก"
กวินทร์ชะงักกึก เขาก้มลงมองมือของหญิงสาวที่จับข้อมือเขาไว้แน่น ก่อนจะก้มลงมองใบหน้าของเธอที่ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มบางๆ นั้น
พลัน! เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากในเงามืดของพุ่มไม้รอบไร่ พร้อมกับแสงไฟจากกระบอกไฟฉายหลายดวงที่ส่องกราดเข้ามาในบริเวณกระท่อม กวินทร์รีบดึงรินรดาไปหลบหลังร่างใหญ่ของเขาโดยสัญชาตญาณ
"ดูเหมือนว่า... พวกที่จ้องจะฮุบที่ดินผืนนี้จะไม่ยอมให้เราพักผ่อนง่ายๆ นะครับคุณภรรยา" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือข้างที่ว่างเอื้อมไปหยิบจอบเหล็กขึ้นมาถือไว้มั่น
กุหลาบหนามเงินขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาในก้าวแรกของชีวิตใหม่นี้นะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ซื่อสัตย์ในพงไพร•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นในไร่ร้าง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ซื่อสัตย์ในพงไพร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
