นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ซื่อสัตย์ในพงไพร•ตอนที่ 2

วางจอบและจดปากกา

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"หากพวกมันอยากได้โฉนดผืนนี้จนตัวสั่น ก็เชิญเอาเศษกระดาษพวกนั้นไปเช็ดน้ำตาในศาลได้เลยค่ะคุณกวินทร์" เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาดดุจคมมีดกรีดลงบนความเงียบงันยามพลบค่ำ รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยต่อเงาร่างปริศนาสามคนที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาในเขตไร่ของพวกเขา ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบโคลนบนรองเท้าบู๊ตราคาแพงของคนเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน อดีตคุณหนูผู้เคยเอาแต่ใจในเมืองหลวงอาจจะเคยกรีดร้องเมื่อเจอภัยคุกคาม แต่นั่นมันคือรินรดาคนเก่า... คนที่ยอมให้คนอื่นจูงจมูกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด กวินทร์ขยับตัวบังภรรยาไว้ครึ่งก้าว ใบหน้าคมคายของวิศวกรหนุ่มที่ผันตัวมาทำไร่เรียบเฉยจนน่ากลัว มือหนากระชับด้ามจอบเหล็กในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปーン ประกายตาของเขาวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง "ถอยไปเสีย ถือว่าฉันเตือนคุณแล้ว นายพงษ์... บอกไอ้คุณนายใหญ่ของแกด้วยว่า ที่ดินตรงนี้ไม่ใช่กองมรดกเน่าเฟะที่ใครจะมาฮุบตามอำเภอใจได้อีก" "ปากกล้าดีนี่ไอ้วิศวกรตกอับ!" ชายฉกรรจ์ร่างหนาหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาคือมือขวาของตระกูลใหญ่ผู้ต้องการกว้านซื้อที่ดินแถบนี้เพื่อทำรีสอร์ต "คิดว่าถือครองโฉนดมรดกตกทอดแล้วจะรอดเรอะ? หนี้สินที่พ่อตาแกสร้างไว้ก่อนตาย มันพอกพูนจนพวกแกไม่มีปัญญาจ่ายหรอก ทางที่ดีเซ็นชื่อโอนซะแต่โดยดี ได้เงินไปตั้งตัวที่อื่นยังจะดีกว่ามาอดตายคาดินแดงนี่!" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของเธอกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หนี้สินเหรอคะ? น่าแปลกจالان ที่ดินผืนนี้ปลอดภาระจำนองมาสามปีแล้ว ทนายประจำตระกูลฉันจัดการเคลียร์ทุกบาททุกสตางค์ก่อนที่ฉันจะถูกขับไล่ออกมาเสียอีก หรือว่า... ข้อมูลที่พวกคุณถืออยู่ มันเป็นเอกสารปลอมที่พวกคุณทำขึ้นมาเองเพื่อต้มตุ๋นชาวบ้านกันแน่คะ?" ประโยคเดียวซัดหน้าอีกฝ่ายจนหน้าชา นายพงษ์หน้าถอดสีไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้รู้ทันแผนการสกปรกของพวกมัน รินรดาก้าวออกมาจากด้านหลังของกวินทร์ ชายกระโปรงผ้าฝ้ายสีครามพลิ้วไหวตามแรงลมยามเย็น เธอยกมือขึ้นกอดอก ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี ท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ที่แม้จะตกยากก็ยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรี "ฉันไม่สนใจหรอกนะคะว่าพวกคุณจะส่งใครมาขู่ หรือจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบไหนเพื่อฮุบที่ดินผืนนี้ ตั้งแต่วินาทีที่ฉันก้าวขาเหยียบผืนดินของตระกูลแม่... การแก้แค้นไร้สาระพวกนั้น ฉันโยนทิ้งลงหลุมโคลนไปหมดแล้วค่ะ สิ่งเดียวที่ฉันสนใจตอนนี้ คือการพลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งนี่ให้กลายเป็นทองคำต่างหากล่ะคะ" เธอยื่นมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ ส่งสัญญาณเตือนให้เขาลดความรุนแรงลง กวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดุร้าย ก่อนจะยอมลดจอบลงครึ่งหนึ่ง แต่สายตายังคงจ้องเขม็งราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ "จำคำพูดของฉันไว้ให้ดีนะคะ" รินรดากล่าวต่อด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ถ้าไม่อยากให้ฉันเอาคืนด้วยการแฉบัญชีลับของพวกคุณลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นล่ะก็... ไดโปรดไสหัวออกไปจากเขตไร่ของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่แจ้งความข้อหาบุกรุกยามวิกาล!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของหญิงสาว ทำให้พวกมันถึงกับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นายพงษ์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ชี้หน้าคาดโทษ "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! แกคิดว่าจะทำเกษตรกรรมบนดินแห้งแล้งนี่รอดเรอะ อีกไม่นานพวกแกก็ต้องกราบตีนซบหน้าคลานกลับไปขอทานแน่!" สิ้นเสียง ขบวนโจรในคราบนักธุรกิจก็รีบถอยร่นหายลับไปในความมืดของแนวป่า รินรดาลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งปานเหล็กกล้า แต่หัวใจข้างในกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันเริ่มกัดกินเรี่ยวแรงของเธอ กวินทร์ทิ้งจอบลงพื้นเสียงดังตุบ ก่อนจะรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงโอบอุ้มร่างของเธอไว้ราวกับเธอกลجاجจะสลายหายไป เขาก้มหน้าลงซบกับลาดไหล่มน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนรินรดาสั่นสะท้าน "เก่งมากครับภรรยาของผม..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบชิดใบหู "แต่คราวหน้า... อย่าเอาตัวไปยืนรับหน้าพวกมันคนเดียวอีก รู้ไหมว่าผมใจหายแค่ไหน" รินรดายิ้มบางๆ มือเรียวยกขึ้นโอบรอบคอแกร่งของสามี ปลายจมูกชนเข้ากับลาดไหล่ของเขา สัมผัสได้ถึงกลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นอายดินป่าที่น่าหลงใหล "ฉันไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออีกแล้วนะคะคุณกวินทร์... ตั้งแต่นี้ไป เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ บนที่ดินผืนนี้ ที่ซึ่งเราจะเป็นนายของตัวเองอย่างแท้จริงค่ะ" กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา สายตาทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางแสงดาวรำไร ความหวานซึ้งและอบอุ่นเข้าเกาะกุมหัวใจของทั้งสองคน ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความโรแมนติกนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเรือนเพาะชำด้านหลังไร่ ตามมาด้วยกลิ่นหอมหวลประหลาดของสมุนไพรหายากที่โชยมากับสายลม และเสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งติดๆ กัน กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนรินรดาก็ชะงักงัน ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ในยามวิกาลเช่นนี้... ใครกันที่กล้าบุกรุกเข้ามาลึกถึงเรือนเพาะชำลับของพวกเขา และที่สำคัญกว่านั้น... กลิ่นหอมหวานของ "ชาโสมโบราณ" ที่ลอยอบอวลอยู่นี้ มันเป็นของหวงห้ามที่ควรจะสูญสูญหายไปพร้อมกับตระกูลฝั่งแม่ของเธอตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือคะ! กุหลาบหนามเงินขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกฟื้นผืนดินและหัวใจไป2000คำนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเด็ดเดี่ยวของรินรดาและความคลั่งรักของกวินทร์ค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ซื่อสัตย์ในพงไพร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%