กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งจนแสบจมูก ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับมหาสมุทรเพลิง เงาร่างสีครามสายหนึ่งทะยานตัดผ่านความมืดมิดในหุบเขาอัสนีบาต ปราณกระบี่แหลมคมพวยพุ่งเสียดฟ้า ราวกับต้องการกรีดผืนนภาให้ฉีกขาดเป็นสองเสี่ยง
"ระวัง!"
เสียงหวานกังวานดั่งระฆังแก้วแต่เยียบเย็นราวกับน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอط่นเตือนขึ้น มู่หรงเสวี่ยสะบัดมือวาดกระบี่เซียนประกายจันทร์ แสงสีเงินยวงแผ่ขยายออกเป็นค่ายกลกระบี่เก้าชั้นฟ้า สกัดกั้นคลื่นพลังอัสนีที่กำลังพุ่งเข้าใส่จากเบื้องบนอย่างเหี้ยมเกรียม
เปรี้ยง! เสียงสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย แรงปะทะสะท้อนกลับจนพื้นดินรอบรัศมีร้อย丈แตกละเอียดเป็นผุยผง
เบื้องหน้าของคนทั้งสอง ปรากฏร่างมหึมาของ ‘อสูรโลหิตหมื่นลี้’ อสุรกายโบราณที่มีลำตัวยาวราวมังกร แต่มันมีหัวเป็นพยัคฆ์เขี้ยวเงิน ดวงตาสีโลหิตคู่มหึมาจ้องมองมนุษย์ตัวจิ๋วทั้งสองด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง กลิ่นอายพลังระดับบรรพกาลกดทับลงมาจนอากาศรอบกายแทบกลายเป็นของแข็ง
ไป๋จินหยูยืนหยัดตระหง่านอย่างไม่สะท้านสะเทือน ร่างกายของเขาแผ่ซ่านด้วย ‘เคล็ดกระบี่พิชิตสวรรค์’ เส้นชีพจรปราณทั่วร่างปูดโปนเรืองแสงสีทองเจิดจ้า ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองอสูรตรงหน้าด้วยความเย้ยหยัน ทรนง และเด็ดขาด
"สัตว์เดรัจฉาน... เจ้าคิดว่ากรงขังแห่งหุบเขานี้จะกักขังวิญญาณกระบี่ของข้าได้งั้นหรือ?"
ไป๋จินหยูกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับน่ากลัวยิ่งกว่าอสูรตรงหน้าเสียอีก อดีตมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดหาได้มีความเกรงกลัวต่อความตายไม่ สำหรับเขาแล้ว อุปสรรคเบื้องหน้าเป็นเพียงบันไดขั้นหนึ่งในการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองเท่านั้น
อสูรโลหิตหมื่นลี้คำรามลั่นจนผืนป่าสั่นสะเทือน มันอ้าปากพ่นเพลิงโลหิตผสานสายฟ้าสีม่วงพุ่งเข้าใส่ไป๋จินหยูโดยตรง ความเร็วของมันเหนือล้ำจนสายตาปกติมองแทบไม่ทัน
"จินหยู!" มู่หรงเสวี่ยใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย นางขยับตัวจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกรังสีปราณรอบตัวชายหนุ่มผลักถอยหลังออกมา
"เสวี่ยเอ๋อร์... ยืนดูให้ดี" ไป๋จินหยูกล่าวสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างยิ่ง
วิญญาณนักสู้ในกายของเขาถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด เลือดในกายเดือดพล่านราวกับลาวาใต้พิภพ ในวินาทีที่เปลวเพลิงโลหิตพุ่งเข้ามาประชิดตัว ไป๋จินหยูไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว เขายกกระบี่ในมือขึ้นระดับอก หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อรับรู้ถึง ‘วิถีกระบี่’ ที่แท้จริง
สัจธรรมแห่งกระบี่หาใช่การฆ่าฟันอย่างไร้สติ แต่คือการหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับฟ้าดิน
*ฮูบ!*
พริบตาที่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีฟ้าครามเข้มข้นระเบิดออกจากร่างของไป๋จินหยู รัศมีกระบี่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆหมอกหนาทึบจนแสงจันทร์สาดส่องลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี
"วิชากระบี่เก้าสวรรค์... กระบวนท่าที่เจ็ด: พิชิตมังกรสลายพยัคฆ์!"
เสียงคำรามก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมเทพสงคราม ไป๋จินหยูเหวี่ยงกระบี่ออกไปเพียงคราเดียว สายลมกระบี่สายหนึ่งยาวนับร้อยเมตรก่อตัวขึ้นเป็นรูปมังกรครามคำรามลั่น มันพุ่งทะยานเข้าปะทะกับเปลวเพลิงโลหิตของอสูรยักษ์อย่างจัง
ตูมมมม!
แรงระเบิดมหาศาลแผ่ขยายเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกฉีกกระชากต้นไม้ใบหญ้ารอบบริเวณจนราบเป็นหน้ากลอง อสูรโลหิตหมื่นลี้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อคมกระบี่อันไร้เทียมทานเจาะทะลวงเกล็ดหนาเตอะของมันเข้าไป ฝังลึกถึงกระดูกแก่นแท้
โลหิตสีดำสนิทพวยพุ่งราวน้ำพุ ร่างมหึมาของอสูรสะบัดดิ้นรนด้วยความคลุ้มคลั่ง มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายอ้าปากเตรียมพ่นลูกแก้วอสูรเพื่อแลกชีวิตกับศัตรูเบื้องหน้า
มู่หรงเสวี่ยเห็นดังนั้น แววตาคู่สวยฉายแววเย็นเยียบ นางประสานอินทร์มืออย่างรวดเร็ว พลังปราณเซียนสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปดั่งสายโซ่เงิน รัดตรึงขาหลังของอสูรยักษ์ไว้ไม่ให้มันขยับเขยื้อนได้ทันท่วงที
"เจ้าไม่มีโอกาสนั้นหรอก..." ไป๋จินหยูพุ่งทะยานร่างขึ้นไปกลางอากาศ ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับภูตผี พริบตาก็มาปรากฏอยู่เหนือหัวของอสูรโลหิตหมื่นลี้
เขายกกระบี่ชี้ฟ้า ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาพร้อมกับคมกระบี่ที่อาบไล้ด้วยอัสนีสีทอง
ฉับ!
เสียงตัดผ่านเนื้อและกระดูกดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของอสูรโลหิตหมื่นลี้ถูกผ่าครึ่งเป็นสองส่วนในดาบเดียว ลูกแก้วอสูรสีแดงฉานลอยเด่นขึ้นกลางอากาศก่อนจะตกลงมาอยู่ในมือของไป๋จินหยูอย่างแม่นยำ
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมหุบเขาอัสนีบาตอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ และหยดโลหิตที่ไหลหยดลงบนพื้นดิน
ไป๋จินหยูเก็บกระบี่เข้าฝัก ร่างกายของเขายังคงตั้งตรงสง่างาม แม้จะมีบาดแผลเล็กน้อยตามแขนเสื้อ แต่ทว่ากลิ่นอายพลังปราณรอบตัวกลับยิ่งลึกล้ำและทรงพลังขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้เป็นตายเมื่อครู่ทำให้เขาเข้าใจแก่นแท้ของการทะลวงขั้นพลังอีกก้าวหนึ่งแล้ว
มู่หรงเสวี่ยเดินเข้าไปใกล้ สายตาคู่สวยมองสำรวจร่องรอยบาดแผลบนตัวชายหนุ่มด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาซับคราบเหงื่อและเขม่าควันบนหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน
"ท่านบาดเจ็บ..." น้ำเสียงของนางแผ่วเบาลงเล็กน้อย ต่างจากยามเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างสิ้นเชิง
ไป๋จินหยูแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง เขาเอื้อมมือไปกอบกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แผ่วเบา "บาดแผลแค่นี้... เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้ปกป้องคนที่ข้าต้องปกป้อง"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ทันใดนั้นเอง ลูกแก้วอสูรในมือของไป๋จินหยูสั่นสะท้อนอย่างรุนแรง มันเปล่งแสงสีดำสนิทออกมาพร้อมกับไอหมอกประหลาดที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ท้องฟ้าที่เพิ่งกระจ่างใสกลับถูกย้อมด้วยความมืดมิดในพริบตา เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนมาจากมิติเบื้องบน ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนาน... และก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ตั้งตัว ประตูกาลเวลาสีนิลบานมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 7
เผชิญหน้าอหารอสูรหมื่นลี้
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!