เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 25

สมบัติเซียนชิ้นแรกปรากฏ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบพื้นศิลา ก่อให้เกิดเสียงก้องกังวานดุจเสียงระฆังแห่งความตาย ในห้วงวินาทีที่ปลายคมกระบี่จ่อลึกลงไปหนึ่งนิ้วจนเกือบจะแทงทะลวงหัวใจของภาพเงาในกระจก มู่หรงเสวี่ยพลันก้าวเท้าสืบไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความลังเล ร่างระหงของนางเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้า แผ่ไอเย็นเยือกแข็งอัคคีรอบกายจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นชิ้น นางไม่ยอมปล่อยให้ผู้ใดมาพรากคนที่นางรักไปได้ แม้กระทั่งเงามายาที่สะท้อนจากห้วงมิติ "เจ้ากล้าดีอย่างไร!" เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือเรียวงามที่ซัดออกไปปะทะกับเงาดำปริศนาเบื้องล่างอย่างเต็มกำลัง *ตูม!* คลื่นพลังปราณสะท้อนระลอกคลื่นรุนแรงจนผนังถ้ำโบราณสั่นสะเทือน เศษหินน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาดุจหิมะโปรยปราย ไป๋จินหยูมิได้กล่าววาจาใด ร่างของเขายืนตระหง่านดุจเทพกระบี่ผู้ท้าทายสวรรค์ ดวงตาคมกริบทอประกายสีครามเข้ม จิตวิญญาณแห่งกระบี่ในร่างถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด ลมปราณกระบี่อัคคีบรรพกาลพวยพุ่งทะยานจากจุดตันเถียนแผ่ซ่านไปทั่วทุกขุมขน ร่างกายของเขาร้อนระอุราวกับเตาหลอมโลหะสวรรค์ แต่จิตใจกลับสงบนิ่งดุจผืนน้ำในบึงลึก "จินหยู ระวัง!" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยเป็นครั้งแรก นางถอยหลังมากึ่งหนึ่งมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา กลิ่นอายหอมเย็นจากกายสาวผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและกลิ่นไหม้ของอัคคี สร้างบรรยากาศที่ทั้งอันตรายและงดงามราวกับภาพวาด เงาดำปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หมวกคลุมศีรษะหัวเราะร่าออกมา เสียงหัวเราะแหลมสูงเสียดแทงโสตประสาท "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งน่าประทับใจเสียจริง ไป๋จินหยู เจ้าคิดว่าการกลับชาติมาเกิดจะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือของนิกายโลหิตมารได้กระนั้นหรือ? สมบัติเซียนชิ้นแรกกำลังจะตื่นขึ้น แต่มันไม่ได้เลือกเจ้า... มันเลือกความตายต่างหาก!" สิ้นเสียงนั้น พื้นศิลาเบื้องหน้าก็แยกออกเป็นสองเสี่ยง ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาราวกับอสูรกายร้ายที่หิวกระหาย และตรงใจกลางรอยแยกนั้นเอง รัศมีแสงสีทองอร่ามผสมผสานกับเปลวเพลิงสีแดงฉานก็พุ่งทะยานเสียดฟ้า ทะลวงผ่านชั้นหินหนาของถ้ำบรรพกาลขึ้นสู่เบื้องบน! นั่นคือ "กระบี่อัคคีบรรพกาล" สมบัติเซียนระดับตำนานที่หลับใหลมานับหมื่นปี! แรงกดดันจากพลังเซียนแผ่ซ่านกดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างของไป๋จินหยูส่งเสียงลั่นกรอบ แต่เขากลับมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างกายที่ผ่านการหลอมหลอมด้วยเคล็ดวิชาฝืนลิขิตฟ้าดินยืนหยัดอย่างมั่นคง ทรวดทรงองอาจดุจขุนเขาที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แววตาของเขาทอดมองไปยังตัวกระบี่ที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ผูกพัน ราวกับมันคือส่วนหนึ่งของวิญญาณที่สูญหายไป มู่หรงเสวี่ยหันมามองชายหนุ่มข้างกาย นางเห็นหยาดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย แต่แววตานั้นกลับเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด นางรู้ดีว่าในวิถีกระบี่ ไม่มีที่ว่างสำหรับความลังเล ไป๋จินหยูต้องเป็นผู้พิชิตกระบี่เล่มนี้ด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น "ไป๋จินหยู... ไปเถอะครับ" นางพึมพำเบาๆ ให้กำลังใจ ขณะที่กระชับกระบี่ในมือเตรียมรับมือกับเงาดำและเหล่าศัตรูที่กำลังกรูเข้ามาจากปากทางเข้าถ้ำ ไป๋จินหยูก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ก้าวแรกหนักแน่นดุจเหยียบย่างบนพื้นน้ำแข็งที่บางเบา ก้าวที่สองลมปราณรอบตัวระเบิดออกเป็นวงกว้าง ก้าวที่สาม... ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าหาลำแสงสีทองและเปลวเพลิงบรรพกาลราวกับมังกรทะยานสู่ห้วงนภา ทว่า ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะสัมผัสกับด้ามกระบี่อัคคีบรรพกาล เงาดำปริศนาเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นควันสีดำ พุ่งเข้ามาขวางกั้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้วงมิติ "อย่าหวังว่าจะได้ครอบครองมันง่ายๆ!" เงาดำนั้นระเบิดตัวเองออกเป็นพลังงานมืดมหาศาล พยายามทำลายล้างทั้งตัวไป๋จินหยูและกระบี่เซียนไปพร้อมๆกัน แรงระเบิดรุนแรงจนมู่หรงเสวี่ยกรีดร้องออกมาเบาๆ เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มถูกกลืนหายไปในเปลวเพลิงสีดำและทองที่ผสมปนเปกันอย่างไร้ระเบียบ ทว่า ท่ามกลางความมืดมิดและเปลวเพลิงที่แผดเผา ทันใดนั้นเอง... เสียงกระบี่คำรามก้องกังวานก็ดังสะท้านไปถึงเก้าชั้นฟ้า! แสงสีครามเจิดจ้าพุ่งทะลวงกลุ่มควันสีดำออกมาอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับร่างของไป๋จินหยูที่ยืนอยู่กลางอากาศ มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่อัคคีบรรพกาลเอาไว้แน่น พลังปราณทั่วร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวกระบี่จนเกิดเป็นรัศมีคมกระบี่ที่ยาวนับร้อย丈 (ประมาณ 333 เมตร) ตัดผ่านเพดานถ้ำจนมองเห็นท้องนิต1์ราตรีด้านนอก เขากวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองลงมาเบื้องล่างด้วยความเย่อหยิ่งทระนง และเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนทุกคนต้องสั่นสะท้าน "วิถีกระบี่ของข้า ฟ้าดินยังต้องหลบหลีก... นับประสาอะไรกับเศษสวะเช่นพวกเจ้า!" แต่ทว่า ในวินาทีที่กระบี่อัคคีบรรพกาลยอมรับเจ้าของใหม่อย่างสมบูรณ์ รอยแยกของมิติเบื้องหลังเขากลับปริแตกออกอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างของสตรีอีกผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า นางสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าซ่อนอยู่หลังผ้าแพรบางเบา แต่แววตาที่มองมายังไป๋จินหยูนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยและรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้นางเอกอย่างมู่หรงเสวี่ยต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "พี่ใหญ่ไป๋... ท่านจำข้าได้หรือไม่ หรือว่าในใจของท่าน บัดนี้มีเพียงแค่นางเซียนผู้นี้เสียแล้ว?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในวิถียุทธภพอันยาวนานนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%