เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 1

การลืมตาตื่นในร่างศิษย์สวะ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ไสหัวออกไปซะ! ไอ้ศิษย์ไร้ค่า… ขยะเช่นเจ้า มิสมควรแม้แต่จะเงยหน้ามองกระบวนท่ากระบี่เมฆาคล้อย!" แรงถีบอันหนักหน่วงซัดเข้าที่กลางแผ่นอกจนร่างผอมบางกระเด็นชนเข้ากับเสาหินศิลาเบื้องหน้า เลือดสดๆ คำโตพุ่งทะลักออกจากริมฝีปาก รสชาติคาวคลุ้งเต็มช่องปาก ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกชิ้นกำลังถูกบดขยี้เป็นผุยผง นี่คือเสียงตวาดและเหตุการณ์ที่ตอกย้ำถึงความต่ำต้อยในสำนักกระบี่เมฆา ร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นหินศิลาเย็นเยียบ ไม่ใช่ร่างของเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว ภายในเปลือกตาที่ปิดสนิท ลมหายใจที่เคยแผ่วเบาจนแทบขาดหัด บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสพลังอันเชี่ยวกราดดุจพายุหมุนวนในห้วงสมุทรอันไร้ก้นบึ้ง จิตวิญญาณแห่งมหาเทพผู้เคยสั่นสะเทือนเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน... ได้หวนคืนสู่สังเวียนแห่งความเป็นและความตายอีกครา ไป๋จินหยูค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาทั้งคู่มิได้ฉายแววความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับลึกล้ำ เยือกเย็น และคมกริบดุจคมกระบี่ที่ถูกซ่อนไว้ในฝักมานับหมื่นปี รัศมีกดดันอันไร้รูปร่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่สะบักสะบอม จนทำให้เหล่าศิษย์พี่ที่ยืนล้อมรอบต่างชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเย็นเยียบวาบวิ่งพล่านไปตามสันหลังอย่างไร้สาเหตุ "เมื่อครู่... เจ้าว่ากระไรนะ?" น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่า ทว่ากลับกังวานสะท้อนไปทั่วลานประลองราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหลที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ไป๋จินหยูใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นหิน ค่อยๆ พยุงร่างอันบอบช้ำลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้บาดแผลทั่วร่างจะกรีดกรายความเจ็บปวด แต่กระดูกสันหลังของเขากลับตั้งตรงสง่างามราวกับกระบี่เทพที่ไม่มีวันหักโค่น จ้าวฮ่าว ศิษย์เอกผู้ควบคุมลานฝึก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจระคนขุ่นเคือง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไอ้สวะที่มันเพิ่งซัดกระเด็นไป ยังกล้าทำท่าทีอวดดีเช่นนี้ "ฮ่าๆๆ! เจ้าสวะไป๋จินหยู สมองกระทบกระเทือนจนเสียสติไปแล้วหรือ? กล้าใช้สายตาเช่นนั้นมองข้าเรอะ! ในเมื่อเจ้าไม่อยากเดินออกไปดีๆ วันนี้ข้าจะสงเคราะห์ หักแขนหักขาเจ้าแล้วโยนลงไปให้สุนัขกินที่เชิงเขาเสีย!" จ้าวฮ่าวสะบัดมือ ปราณกระบี่สีครามระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือ พลังกดดันแผ่ซ่ายจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว มันไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าหาไป๋จินหยูด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หมายจะปลิดชีพอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียวเพื่อแสดงอำนาจ ทว่า... ในสายตาของไป๋จินหยู การเคลื่อนไหวของจ้าวฮ่าวนั้นช้าเสียยิ่งกว่าเต่าคลาน เต็มไปด้วยช่องโหว่และข้อบกพร่องนับร้อยแห่ง ราวกับเด็กน้อยที่กำลังถือไม้กวาดรำพันในยามค่ำคืน อดีตมหาเทพผู้บรรลุวิถีกระบี่ขั้นสูงสุด จะใส่ใจมดปลวกที่กำลังดิ้นรนได้อย่างไร? ไป๋จินหยูไม่ขยับกายหนี เขากลับก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างเยือกเย็น นิ้วมือเรียวยาวดั่งหยกขาวประสานกันเป็นเคล็ดวิชาโบราณ ภายในจุดตันเทียนที่แห้งเหือด กลับมีประกายสายฟ้าสีครามสายหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน เป็นพลังปราณปฐพีและสวรรค์ที่ถูกดึงดูดเข้ามาหลอมรวมกันในชั่วพริบตา! *เปรี้ยง!* ลมปราณอันรุนแรงระเบิดออกรอบตัวไป๋จินหยู แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนศิษย์รอบข้างล้มทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัด ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด จ้าวฮ่าวที่พุ่งเข้ามาถึงเบื้องหน้า เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สัญชาตญาณดิบเตือนภัยมันว่า หากไม่ถอยตอนนี้... มันจะต้องตายอย่างแน่นอน! แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว นิ้วมือของไป๋จินหยูจิ้มออกไปเบาๆ ราวกับสายลมพัดผ่านกิ่งไม้ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยคมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่สามารถผ่าดาราได้ทั้งดวง! *ฉับพลัน!* กระแสลมปราณกระบี่พุ่งทะลวงผ่านหน้าอกของจ้าวฮ่าวไปอย่างแม่นยำ ไร้เสียงกรีดร้อง ไร้หยดเลือดกระเซ็น ร่างของจ้าวฮ่าวยังคงค้างเติ่งอยู่ในท่าพุ่งทะยาน ดวงตาเบิกโพรงค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้นแน่นิ่งอย่างไร้ลมหายใจ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วลานฝึก เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาต่างอ้าปากค้างจนแทบกลืนกินหมัดของตนเองลงไป พวกเขาไม่อาจเชื่อสายตาตนเองว่า ศิษย์สวะผู้ไร้ค่าที่แม้แต่ปราณแรกเริ่มยังฝึกฝนไม่สำเร็จ บัดนี้กลับสามารถสังหารศิษย์เอกขั้นเจ็ดด้วยการสะบัดนิ้วเพียงครั้งเดียว! ไป๋จินหยูยืนสงบนิ่ง ปลายเท้าเหยียบบนคราบเลือดของศัตรู แววตากวาดมองไปยังผืนฟ้าเบื้องบนด้วยความเย้ยหยัน ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรที่สูญเสียไป กำลังถูกหลอมรวมกลับคืนมาทีละน้อย นี่เป็นเพียงก้าวแรก... การชำระแค้นในยุทธภพนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ทว่า ในขณะที่ไป๋จินหยูกำลังจะก้าวเดินออกไปจากลานฝึก เสียงปรบมือแผ่วเบาแต่ก้องกังวานดั่งระฆังทองก็ดังขึ้นจากยอดเขาเบื้องบน... *แปะ... แปะ... แปะ...* "นึกไม่ถึงเลยว่า... ในสำนักกระบี่เมฆาอันเสื่อมทรามนี้ จะมีมังกรซ่อนกายอยู่ตัวหนึ่ง" เสียงหวานใสราวน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ร่อนลงมาจากฟากฟ้าดั่งเทพธิดาไร้กิเลส นางคือมู่หรงเสวี่ย... นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาแห่งแดนบูรพา ผู้ซึ่งไม่เคยชายย่างกรายมายังสำนักเล็กๆ เช่นนี้ นัยน์ตาคู่งามของนางจ้องมองมาที่ไป๋จินหยูโดยไม่กะพริบ และคำพูดประโยคถัดมาของนาง ก็ทำให้หัวใจของทุกคนในที่นั้นหยุดเต้นไปชั่วขณะ "สามี... ในที่สุดข้าก็ตามหาท่านพบเสียที" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%