กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและคราบเลือดแห้งกรังในห้องสอบสวนใต้ดิน ไม่เคยปรานีจิตวิญญาณของผู้ใดเลยสักครั้ง
แสงไฟนีออนสีตุ่นกะพริบถี่ทุกสิบวินาทีราวกับมันกำลังเหนื่อยล้าต่อการเป็นพยานให้ความมืดมิดในจิตใจมนุษย์ หมอศรัณย์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะสแตนเลสขัดมัน แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟจนมองไม่เห็นแววตา ทว่าความนิ่งงันของเขากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับชายวัยกลางคนผู้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงฝั่งตรงข้าม
"คุณกำลังเล่นกับความตายที่ไม่มีวันฟื้นคืนนะครับ... คุณหมอศรัณย์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง
"ความตายไม่เคยโกหกใครครับ ท่านรองฯ" ศรัณย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น นิ้วเรียวยาวดึงภาพถ่ายรอยแผลบนศพขึ้นมาวางบนโต๊ะ "แต่มนุษย์ต่างหากที่มักพยายามบิดเบือนความจริงของมัน ด้วยการสร้างคำโกหกขึ้นมานับร้อยเพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือดบนมือตัวเอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของร้อยตำรวจเอกธีร์ที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ด้านหลัง ท่าทางของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยความอึดอัดและพร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ธีร์เกลียดความสุขุมเยือกเย็นที่ไร้หัวใจของศรัณย์ แต่ในนาทีนี้ เขากลับต้องยอมรับว่าความเยือกเย็นนั้นคืออาวุธชนิดเดียวที่จะทลายเกราะป้องกันของฆาตกรเบื้องหน้าได้
"หลักฐานที่คุณมี มันก็เป็นแค่ทฤษฎีทางนิติวิทยาศาสตร์คร่ำครึที่คุณมโนขึ้นมาเองในห้องผ่าศพ" ฆาตกรภายใต้คราบผู้ทรงเกียรติแค่นหัวเราะ "ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีพยานบุคคลที่เห็นผมลงมือ แล้วคุณจะเอาอะไรมาเอาผิดผมได้?"
ศรัณย์ไม่โต้เถียง เขาเพียงแต่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังมองดูเชื้อโรคใต้กล้องจุลทรรศน์ ความเงียบที่ศรัณย์จงใจสร้างขึ้น กลับกัดกินความมั่นใจของอีกฝ่ายทีละน้อย
"คุณพูดถูกครับ... รอยนิ้วมือไม่มี ดีเอ็นเอก็ถูกทำความสะอาดอย่างไร้ที่ติด้วยสารละลายกรดอ่อนๆ เพื่อทำลายโปรตีนผิวหนังชั้นนอก" ศรัณย์เริ่มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวด้ามมีดผ่าตัด "แต่วิทยาศาสตร์ไม่ได้มีแค่เรื่องของรอยนิ้วมือหรือคราบเลือดหรอกนะครับ"
ธีร์ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังของนิติพยาธิแพทย์ด้วยความระทึก เขารู้ดีว่าศรัณย์กำลังจะดึงไพ่ตายออกมา
"กระดูก... ไม่เคยลืมร่องรอยของการถูกกดทับครับ" ศรัณย์โน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางทอดบนโต๊ะ สายตาจดจ้องไปยังดวงตาของคู่สนทนาอย่างไร้ความปรานี "รอยร้าวระดับไมโครที่กระดูกไฮออยด์ของผู้ตาย บ่งบอกถึงแรงกดในมุมสามสิบหองศา ซึ่งเป็นองศาเดียวกันกับการใช้งานมือซ้ายของผู้ที่ถนัดซ้ายอย่างสิ้นเชิง และบังเอิญเหลือเกิน... ในรายงานการประชุมสภาเมื่อสามเดือนก่อน มีภาพถ่ายที่คุณเซ็นเอกสารด้วยมือซ้ายข้างนั้น"
รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าของฆาตกรแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ทว่าเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นตามไรผม ไม่สามารถหลุดพ้นจากสายตาที่แม่นยำของศรัณย์ไปได้
"นั่นเป็นแค่เรื่องบังเอิญ" ฆาตกรเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ความบังเอิญบนโต๊ะชันสูตรไม่มีอยู่จริงหรอกครับ มีแต่ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ และความจริงชิ้นสุดท้าย... อยู่ตรงนี้"
ศรัณย์หยิบซองพลาสติกใสขึ้นมา ด้านในบรรจุเส้นใยผ้าสีดำชิ้นเล็กจิ๋วที่ถูกคีบออกมาจากซอกเล็บของผู้ตาย
"เส้นใยแคชเมียร์นำเข้าจากอิตาลี... รุ่นพิเศษที่มีขายเพียงสามตัวในประเทศนี้ และหนึ่งในนั้น ถูกส่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของคุณเมื่อสัปดาห์ก่อน" ศรัณย์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความกดอากาศในห้องดิ่งลึกจนแทบหายใจไม่ออก "คุณลืมไปเหรอครับว่า ใต้เล็บของผู้ตายมีผิวหนังชิ้นเล็กๆ ที่ติดจากการขัดขืน... ซึ่งผลการตรวจ DNA ล่าสุดเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ยืนยันตรงกับพันธุกรรมของคุณอย่างไร้ข้อกังขา"
ห้องสอบสวนตกอยู่ในความเงียบงันสนิท เสียงฮัมเบาๆ ของหลอดไฟนีออนดังก้องชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
ฆาตกรผู้ทรงเกียรติสูญเสียความเยือกเย็นโดยสมบูรณ์ ร่างที่เคยนั่งหลังตรงเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย มือที่ประสานกันบนตากระตุกเกร็ง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจใดๆ
ธีร์ลอบกลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกชื่นชมปะปนกับความหวาดกลัววิ่งพล่านอยู่ในอก หมอศรัณย์ไม่ได้ใช้หมัดมวยหรือการขู่เข็ญ แต่เขากำลังใช้ความจริงอันเย็นชา ตัดเฉือนวิญญาณของมนุษย์คนหนึ่งให้แหลกสลายทีละชิ้นอย่างเลือดเย็น
"เกมจบแล้วครับท่านรองฯ" ศรัณย์เอ่ยสรุปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับหมอที่กำลังบอกข่าวร้ายครั้งสุดท้ายให้คนไข้ฟัง "ความยุติธรรมในห้องผ่าตัดทำงานเร็วกว่าที่คุณคิดเสมอ"
ทว่า ในวินาทีที่กุญแจมือในมือของธีร์กำลังจะถูกสับล็อกลงบนข้อมือของฆาตกร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก ประตูเหล็กห้องสอบสวนถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ผู้บัญชาการกองปราบปรามก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาดุดจ้องมองมาที่ศรัณย์และธีร์สลับกันไปมา
"หยุดการจับกุมเดี๋ยวนี้!" เสียงคำรามลั่นทำลายบรรยากาศทั้งหมด "คำสั่งด่วนที่สุดจากเบื้องบน... คดีนี้ถูกโอนย้ายอำนาจการสืบสวนทั้งหมดให้ส่วนกลาง และห้ามผู้ใดแตะต้องตัวผู้ต้องหานี้เด็ดขาด!"
ศรัณย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความสงสัยชั่วพริบตา ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาใหม่อีกครั้งบนใบหน้าของฆาตกร—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 27
เผชิญหน้ากับความว่างเปล่า
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!