กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของห้องผ่าศพใต้ดิน โรงพยาบาลตำรวจ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลสสตีล ร่างนั้นคือศพที่หกของสัปดาห์นี้ ตำรวจท้องที่สรุปสำนวนอย่างรวดเร็วด้วยความเหนื่อยอ่อนและระเบียบปฏิบัติที่เร่งรีบ—อุบัติเหตุจากการพลัดตกจากที่สูง ขาดอากาศหายใจเนื่องจากกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีพยานแวดล้อม ไม่มีพิรุธ
แต่สำหรับนายแพทย์ศรัณย์ นิติพยาธิแพทย์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและสายตาที่เฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด ความตายไม่เคยพูดโกหก... ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีใครบางคนพยายามบิดเบือนลิ้นของมัน
"คุณกำลังเสียเวลา, หมอศรัณย์"
เสียงทุ้มห้าวที่เจือด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นจากมุมห้อง ร้อยตำรวจเอกธีร์ยืนกอดอกพิงผนังกระเบื้องสีขาว ดวงตาคมกวาดมองการกระทำของแพทย์หนุ่มด้วยความไม่สบอารมณ์
ศรัณย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากร่างไร้ลมหายใจของเหยื่อ เขายังคงใช้คีมสเตนเลสคีบผิวหนังบริเวณลำคอของศพอย่างระมัดระวัง แสงไฟจากแว่นขยายส่องกระทบเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นตามไรผมของเขา ความนิ่งเงียบของศรัณย์คือคำตอบที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับนายตำรวจสืบสวนอย่างธีร์
"ผู้กำกับต้องการปิดคดีนี้ภายในวันนี้ครับ" ธีร์ย้ำเสียงเข้ม ขยับตัวเข้ามาใกล้เตียงผ่าตัดมากขึ้นจนกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาลอยปะปนกับกลิ่นเคมี "ผลชันสูตรเบื้องต้นระบุชัดเจนว่าตกลงมาจากดาดฟ้าตึกร้าง สภาพศพก็ฟ้องอยู่แล้วว่ากระแทกพื้นรุนแรง คุณจะมามัวขุดคุ้ยหาอะไรกับซากเนื้อที่แหลกเหลวพวกนี้อีก"
ศรัณย์วางเครื่องมือลงบนถาดสแตนเลสเสียงดัง *กริ๊ง* เขาค่อยๆ ถอดถุงมือยางที่เปื้อนคราบน้ำเหลืองออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับนายตำรวจหนุ่ม นัยน์ตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น ทว่าเฉียบคมจนธีร์ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปเสี้ยววินาที
"ถ้าคุณใช้สายตาดูอย่างเดียว ผู้หมวด... คุณก็จะเห็นแค่อุบัติเหตุ" ศรัณย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่นิ่งสนิท ราวกับกำลังบรรยายวิชาการในห้องเลคเชอร์ "แต่ถ้าคุณใช้สมองมองให้ลึกกว่าชั้นผิวหนัง คุณจะเห็นว่าความตายมักทิ้งรอยนิ้วมือไว้เสมอ... รอยนิ้วมือที่ฆาตกรคิดว่าลบมันออกได้หมดแล้ว"
ธีร์ขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าประชิดตัวแพทย์หนุ่มด้วยความอึดอัดระคนฉุนเฉียว ความเย่อหยิ่งที่ไร้หัวใจของศรัณย์คือสิ่งที่เขารังเกียจที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เขากปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกครั้งที่ศรัณย์ทำท่าทางเช่นนี้ มันมักจะมีบางสิ่งที่ตำรวจอย่างเขาละเลยไปเสมอ
"หมายความว่ายังไง?" ธีร์ถามลอดไรฟัน น้ำเสียงกดต่ำลง "ศพนี้ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แพทย์สนามก็ยืนยัน..."
"แพทย์สนามไม่ได้ผ่านการผ่าศพมานับพันรายเหมือนผม" ศรัณย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดคำพูดทั้งหมดของนายตำรวจหนุ่มได้ "และที่สำคัญ... แพทย์สนามไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่ารอยช้ำใต้กระดูกไฮออยด์ (Hyoid bone) เกิดจากการกระแทกพื้น ทั้งๆที่ความจริงแล้ว มันคือร่องรอยของการถูกรัดด้วยลวดสลิงขนาดเล็กต่างหาก"
บรรยากาศในห้องผ่าตัดเย็นเยียบลงทันตาเห็น ธีร์ชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความท้าทายในแววตาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง
"ลวดสลิง?" ธีร์ทวนคำ เสียงกระซิบพร่าเลือน "แต่ผลชันสูตรข้างต้นบอกว่า..."
"ผมไม่ได้สนใจสิ่งที่เอกสารราชการอยากให้เป็นครับ" ศรัณย์ก้าวเข้าไปใกล้ธีร์อีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน กลิ่นฟอร์มาลีนผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายทั้งสองสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์ "ผมสนใจแค่ความจริงบนโต๊ะผ่าตัดตัวนี้... และความจริงก็คือ เหยื่อไม่ได้ตกลงมาตาย แต่ถูกฆ่าแล้วจัดฉาก"
ธีร์จ้องมองนัยน์ตาคู่ที่เยือกเย็นนั้นอย่างค้นหา ในความมืดหม่นของห้องผ่าตัด มีประกายไฟบางอย่างลุกโชนขึ้นระหว่างคนทั้งสอง คนหนึ่งคือนักวิทยาศาสตร์ผู้เชื่อมั่นในหลักฐานเย็นชา แต่อีกคนคือนายตำรวจผู้ร้อนรนด้วยสัญชาตญาณและความยุติธรรม ความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคดีฆาตกรรม แต่มันคือการปะทะกันของจิตวิญญาณสองขั้วที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนที่ธีร์จะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องผ่าตัด ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งรวด
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน
ประตูกระจกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของเจ้าหน้าที่เวรเปลคนหนึ่งยืนหายใจหอบสะท้าน ใบหน้าซีดเผือดราวกับไปเจอผีมา มือสั่นเทาที่ถือแฟ้มเอกสารชี้ไปยังเตียงผ่าตัดอีกด้านหนึ่งของห้อง—เตียงที่ควรจะว่างเปล่า
"หมอครับ..." เสียงของเจ้าหน้าที่เวรเปลสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ศ...ศพจากห้องเก็บความเย็นหมายเลขสี่... มัน... มันขยับได้ยังไงก็ไม่รู้ครับ!"
ศรัณย์หรี่ตาลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องผ่าตัดอีกครั้งในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองเตียงหมายเลขสี่ที่อยู่ในมุมมืดสุดของห้อง ซึ่งบัดนี้... ผ้าคลุมสีขาวบนร่างนั้นกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามดันมันให้ลุกขึ้นยืน
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 1
ศพที่หกในห้องมืด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!