สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 21

คำเตือนจากความหวังดี

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าเอกสารสิทธิ์ในแปลง C มีปัญหาจริงอย่างที่คุณธันวาว่า ทำไมผังโครงสร้างฐานรากที่ผ่านการรับรองจากวิศวกรอาวุโสเมื่อสามวันก่อน ถึงเพิ่งถูกสับเปลี่ยนในระบบคลาวด์เมื่อคืนตอนตีสองล่ะครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของกวินท์ ดังแทรกขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ทันทีที่ร่างของธันวาและทีมตรวจสอบภายในก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งดิ่งลึกลงไปจนแทบหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับของเหล่าบอร์ดบริหารที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม รินรดายืนตัวตรงอยู่ที่มุมโต๊ะทำงานของเธอ แววตาคู่สวยไหววูบเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อเห็นจำนวนคนที่ยกโขยงกันเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ แต่กระนั้น เธอก็ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว มือเรียวที่กำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่องอขาวบ่งบอกถึงแรงอารมณ์ที่ถูกกดไว้ ทว่าก่อนที่เธอจะได้สวนกลับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตแบบแปลนที่ถูกยัดเยียดให้ กวินท์ก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสไตล์สถาปนิกผู้เนี๊ยบกริบ ทอดทับลงมาบังร่างบางของเธอไว้มิดชิดอย่างปกป้องโดยสัญชาตญาณ "คุณกวินท์ หมายความว่ายังไงครับ?" ธันวาหรี่ตามองคู่ปรับคนสำคัญ รอยยิ้มเยาะบนมุมปากของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายนี้เจือความเจ้าเล่ห์ "หลักฐานการเบิกจ่ายงบประมาณส่วนต่างและการแก้ไขแบบแปลนโยธาปรากฏชื่อของคุณรินรดาชัดเจน หรือคุณสถาปนิกใหญ่จะยอมเอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกกับการปกป้องเด็กเส้นคนนี้ด้วย?" "เด็กเส้น?" กวินท์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างจอมปลอม แต่ดวงตาสีเข้มกลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "รินรดาเป็นหัวหน้าทีมดีไซน์ที่ผ่านการคัดเลือกด้วยโปรเจกต์ระดับประเทศ ไม่ใช่พนักงานไร้สมองที่จะมานั่งแก้แบบแปลนโครงสร้างตึกสูงเจ็ดชั้นในเวลาตีสองครึ่ง... เว้นเสียแต่ว่า จะมี 'มือที่มองไม่เห็น' พยายามรีโมทเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางจากห้องควบคุมชั้นสิบห้า ซึ่งบังเอิญว่าเป็นคีย์การ์ดของคุณธันวาที่ใช้งานอยู่ในเวลานั้นพอดี" กริບ... ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันสนิทชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ธันวาหน้าเสียไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนหน้ากระตุกเกร็ง ดวงตาไหววับด้วยความพิโรธแต่ก็พยายามกลบเกลื่อน "คุณกำลังกล่าวหาผมนะกวินท์ มีหลักฐานอะไรมาพูดพล่อยๆ ระวังคดีหมิ่นประมาทไว้นะครับ!" "ผมไม่เคยพูดอะไรพล่อยๆ" กวินท์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดขอบโต๊ะประชุม สายตากวาดมองเอกสารในมือของธันวาด้วยความเย้ยหยัน "และถ้าคุณยังไม่อยากให้ผมเปิดคลิปวงจรปิดจากห้องเซิร์ฟเวอร์ที่บันทึกภาพคนของบริษัทคุณกำลังพยายามเสียบแฟลชไดร์ฟลงในเครื่องแม่ข่ายเมื่อคืนนี้... ผมแนะนำให้เก็บเอกสารปลอมๆ พวกนั้นแล้วไสหัวออกไปจากห้องของผมซะ" คำพูดเด็ดขาดและท่าทีปกป้องอย่างออกนอกหน้าของกวินท์ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรง เธอแหงนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้เธออยู่ตอนนี้ ความรู้สึกอุ่นซ่านแล่นพล่านขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด ผู้ชายปากร้ายที่ชอบคอยบ่นเรื่องงานของเธอเช้าเย็น บัดนี้กลับยืนหยัดเป็นกำแพงเหล็กขวางกั้นทุกพายุร้ายให้อย่างไม่ลังเล ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทแต่ทรงพลังของกวินท์ เขารู้ดีว่าสถาปนิกหนุ่มคนนี้ไม่เคยขู่เล่นๆ หากงัดหลักฐานชิ้นนั้นออกมาจริงๆ ชื่อเสียงของเขาคงย่อยยับในพริบตา "ฝากไว้ก่อนเถอะครับ..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ส่งสายตาอาฆาตมาที่รินรดาก่อนจะสะบัดหน้าสั่งลูกน้องให้เก็บเอกสารแล้วถอยร่นออกไปจากห้องอย่างไม่เป็นขบวน สิ้นเสียงประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เธอยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากลวกๆ ก่อนจะหันไปมองเจ้าของห้องที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม "ขอบคุณค่ะ... สำหรับเมื่อกี้" น้ำเสียงของเธออ่อนลงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ยอมรับจากใจจริงว่าประหลาดใจกับท่าทีของเขา กวินท์ถอนหายใจยาว พลันหันขวับกลับมามองเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึงเช่นเดิม ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่สบอารมณ์ "เลิกทำหน้าเป็นปลาทองใกล้ตายสักทีได้ไหมครับคุณรินรดา!" กวินท์เริ่มเปิดฉากบ่นทันทีตามสไตล์คนปากไม่ตรงกับใจ น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเสียเต็มประการ "รู้ตัวบ้างไหมว่ายืนทื่อให้เขาป้ายสีอยู่ตั้งนานสองนาน สมองที่ใช้คิดดีไซน์ตึกระฟ้ามันหายไปไหนหมดตอนที่โดนหาเรื่องฮะ? ถ้าผมไม่เดินเข้ามาเปิดประตูช่วย คุณคงยอมก้มหัวให้ไอ้คนประเภทนั้นเหยียบซ้ำจนจมดินไปแล้วมั้ง!" รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าทันที ความซาบซึ้งเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศราวกับควันไฟ เธอเท้าสะเอวมองค้อนคนปากจัดที่ตอนนี้เริ่มเดินวนไปวนมาด้วยความหัวเสีย "นี่! ฉันก็กำลังจะสวนกลับตามสไตล์ของฉันอยู่แล้วต่างหากล่ะคะคุณกวินท์! อีกอย่าง... ใครบอกว่าฉันจะยอมให้เหยียบซ้ำกันเล่า ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอนะคะ!" เธอเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง เคมีแห่งความคุ้นเคยและจังหวะการปะทะฝีปากกลับมาคุกรุ่นในห้องทำงานอีกครั้งอย่างรวดเร็ว กวินท์หยุดเดิน เขาหันกลับมาจ้องหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสีเข้มฉายแววระอุบางอย่างที่อ่านไม่ออก ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ "ไม่ยอมงั้นเหรอครับ?" กวินท์โน้มใบหน้าลงมาหา เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดรดต้นคอ "แล้วทีหลัง... จะยอมจำใส่สมองไว้สักนิดไหมครับว่า อย่าทำตัวเก่งให้ออกหน้าเดี่ยวอีก... เพราะถ้าผมไม่อยู่ตรงนี้ คุณอาจจะไม่ได้รอดตัวแบบนี้" รินรดาใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขายิ่งทำให้สติกระเจิง เธองัดความมั่นใจทั้งหมดที่มีเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างใกล้ชิดเสียจนเห็นแพขนตากระဒิกและประกายความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทางดุดันนั้นอย่างชัดเจน "ทำไมคะ... กลัวฉันเดือดร้อนจนทนไม่ไหวหรือไง?" เธอแกล้งกระซิบถามด้วยน้ำเสียงท้าทาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปาก กวินท์ชะงักไป ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยกับความกล้าหาญที่เกินเบอร์ของหญิงสาว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวบางรั้งเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เธอถอยหนี ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียวในบรรยากาศที่เงียบงันและชวนใจสั่น "ใช่ครับ..." กวินท์กระซิบตอบเสียงพร่า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างไร้การหลบ "ผมกำลังคลั่ง... และเกือบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วจริงๆ..." รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวราวดรัมแมชชีนกับคำสารภาพกึ่งกำกวมที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกจอมเผด็จการ ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รออนุญาต ร่างของเลขาหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่สั่นรัวในมือ "คุณกวินท์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นพาร์ทเนอร์หลักของโปรเจกต์... ถูกเทขายออกจนหมดเกลี้ยงในตลาดหลักทรัพย์เมื่อนาทีที่แล้วค่ะ!" -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมเต็มพลังใจให้ราชันย์หอกทมิฬเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%