นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน•ตอนที่ 4

กลิ่นดินที่หอมหวาน

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลนะคะ" เสียงของรดารินเยียบเย็นและเฉียบคมไม่แพ้ปลายมีดพร้าในมือ เธอยืนปักหลักอยู่ตรงข้ามร่องน้ำแปลงเกษตรที่เพิ่งขุดเสร็จใหม่ๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าเรียวสวยที่เปื้อนคราบดินจางๆ แต่ดวงตากลับทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับลูกเสือสาวที่พร้อมปกป้องอาณาเขตของตนเอง ร่างสูงโปรดปรานของศิลาก้าวหยุดชะงักลงทันที ชายหนุ่มปราบตามองมืดพร้าในมือเธอก่อนจะหลุบลงมองโฉนดที่ดินในมือของตนเอง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา "บุกรุกพื้นที่ภรรยาตัวเอง... ผิดกฎหมายข้อไหนกันล่ะครับ เอ่อ... ฉันหมายถึง ผิดกฎข้อไหนกันคะคุณริน" ศิลาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดมองมาของหญิงสาว วิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นมักจะเสียอาการทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้ารดารินในโหมดนักสู้เช่นนี้ รดารินผ่อนลมหายใจยาว ขยับคมมีดลงเล็กน้อยแต่ยังไม่วางใจ "อย่ามาเนียนค่ะคุณศิลา ที่นี่ไร่ปลายนาของฉัน ไม่ใช่บ้านตระกูลเดิมของคุณ หรือว่าเอกสารในมือคุณจะมีปัญหาอะไรอีก?" "ไม่มีปัญหาครับ... เอ้ย! ไม่มีปัญหาค่ะ" ศิลาแกล้งทำเป็นสำลักคำพูดตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้าวข้ามคันดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายดินชื้นผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นหอมสะอาดของสบู่สมุนไพรลอยแตะจมูกชายหนุ่ม ทำให้แววตาที่มองเธอมันวาวขึ้นด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ย ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่เคยเต็มไปด้วยวัชพืชและดินเค็มจัด บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ ร่องสวนถูกขุดเป็นระเบียบ ระบบน้ำหยดที่ศิลาช่วยคำนวณโครงสร้างวิศวกรรมอย่างแม่นยำเริ่มส่งเสียงสูบน้ำเบาๆ จากบ่อบาดาลที่ขุดพบในยามวิกาล แปลงผักสวนครัวสีเขียวขจีทอดตัวยาวสุดสายตา ยอดอ่อนของคะน้า กวางตุ้ง และพริกขี้หนูเริ่มชูช่อรับแสงแดดอย่างแข็งแรง ความเหน็ดเหนื่อยหยาดเหงื่อทุกหยดที่รดารินทุ่มเทลงไป ไม่ได้สูญเปล่าเลยจริงๆ "มองอะไรคะ หน้าฉันมีดินติดอยู่หรือไง" รดารินเอ่ยถามเมื่อเห็นเขายืนนิ่งจ้องเธอนานผิดปกติ พร้อมกับยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ลืมตัวไปชั่วขณะว่ามือข้างนั้นเปื้อนดินโคลน ทำให้แก้มเนียนกลายเป็นรอยปืดยาวโดยไม่รู้ตัว ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและอบอุ่นจนรดารินต้องใจกระตุก เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดผืนใหญ่ออกไปตรงหน้า "ไม่ใช่หน้ามีดินหรอกครับ... แต่หัวใจคนมองต่างหากที่กำลังจะพังทลายลงเพราะความเก่งกาจของคุณ" "ปากหวานแบบนี้... สงสัยวันนี้คงอยากกินแกงเผ็ดรสจัดเป็นพิเศษสินะคะ" รดารินค้อนให้วงหน้าคมคายนั้นอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ยอมรับผ้าเช็ดหน้าจากมือเขามาซับเหงื่อแต่โดยดี ความอบอุ่นจากสัมผัสของเนื้อผ้าสะท้อนผ่านผิวแก้ม ลามเลียไปถึงหัวใจที่พยายามปิดตายมาตลอด "ไม่ปฏิเสธเลยสักนิดค่ะ" ศิลาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะกวาดสายตาชื่นชมไปทั่วบริเวณแปลงเกษตรที่ตอนนี้ผลผลิตล็อตแรกกำลังเติบโตอย่างงดงาม "คุณทำได้ดีมาก ริน... เกินกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีก ดินเค็มๆ ตรงนี้ กลับกลายเป็นดินร่วนซุยที่อุดมสมบูรณ์ได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือน มีแค่คุณคนเดียวในโลกที่ทำได้" "เพราะฉันมีวิศวกรส่วนตัวคอยคำนวณระบบน้ำให้ต่างหากล่ะคะ อย่าเพิ่งรีบชมฉันคนเดียวสิ" รดารินยอมอ่อนลง น้ำเสียงเจือรอยยิ้มภาคภูมิใจ เธอพาเขาเดินลัดเลาะไปตามคันดินเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยของแปลงเพาะปลูก ความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกแทนที่ด้วยความสุขล้นปรี่เมื่อเห็นผลงานอันเป็นรูปธรรม ทว่า ความเงียบสงบอันรื่นรมย์ของยามบ่ายกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงรถยนต์ราคาแพงที่แล่นเข้ามาจอดฝุ่นตลบอยู่ตรงหน้าทางเข้าไร่ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของป้าสะใภ้จอมะลิและแม่สามีเก่าที่ก้าวลงมาด้วยท่าทีเชิดหยิ่ง ใบหน้าของทั้งสองคนบิดเบี้ยวด้วยความริษยาเมื่อเห็นสภาพไร่ที่เจริญหูเจริญตา ผิดไปจากหลุมโคลนตมที่พวกนางเคยคิดเยาะเย้ยไว้ในตอนแรก "ตายจริง! นึกว่ามาเล่นขายของ ที่แท้ก็แอบมาทำสวนผักอยู่หลังเขานี่เองสินะ นังตัวดี!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้จอมะลิแผดดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมด รดารินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ศิลาขยับตัวเข้ามาบังหน้าหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่ง แววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองผู้มาเยือนทั้งสองอย่างไม่เป็นมิตร "ที่นี่คือพื้นที่ส่วนบุคคล และมีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าพวกคุณยังไม่ได้รับอนุญาต การก้าวเข้ามาถือเป็นการบุกรุก" "โฉนดอะไรกัน! ของแค่นี้มันก็แค่สมบัติผลัดกันชม!" แม่สามีเก่ากรีดเสียงแหลมพรางก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ "นังริน! แกคิดว่าจะหนีพ้นความอับอายที่ทำไว้กับตระกูลเราหรือไง ถึงได้หนีมาซุกหัวซบอยู่ที่นี่ แล้วนี่อะไร... ผักพวกนี้ แกเอาเงินที่ไหนมาลงทุน ฮึ? หรือว่าไปแอบอبيเงินใครมาอีก!" รดารินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เย็นชา และสง่างาม เธอเดินแยกตัวออกจากด้านหลังของศิลา ก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยคมมีด "เงินที่ฉันใช้ลงทุน... เป็นน้ำพักน้ำแรงของฉันเองค่ะคุณแม่... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันควรเรียกว่า 'คุณป้า' ต่างหาก เพราะเราไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้วนี่คะ" รดารินเน้นเสียงคำว่าป้าชัดถ้อยชัดคำ จนแม่สามีเก่าหน้าชาดล "ส่วนผักพวกนี้... อีกไม่กี่วันก็จะเก็บเกี่ยวส่งขายตลาดใหญ่ในเมืองแล้วค่ะ และบอกไว้ก่อนนะคะว่า ยอดจองล็อตแรกเต็มตั้งแต่ยังไม่ทันได้ถอนต้นขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ" "แก!... นังเด็กนี่ มันกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำ!" ป้าสะใภ้จอมะลิโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด พุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าแขนรดารินเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ ทว่า ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะแตะโดนชายเสื้อ ร่างสูงใหญ่ของศิลาก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้แน่น แรงบีบที่มั่นคงและสายตาดุร้ายดุจพญาเสือทำให้ป้าสะใภ้สะดุ้งสุดตัว ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด "อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องเธอ..." ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาคมกริบฉายแววอันตราย "ไม่อย่างนั้น... ผมคงต้องใช้กฎหมายข้อหาทำร้ายร่างกายและบุกรุกเล่นงานพวกคุณให้ถึงที่สุด และบอกไว้ก่อนนะครับว่า ทนายความประจำตัวผมเก่งกาจมากพอที่จะทำให้พวกคุณหมดตัวได้ภายในวันเดียว" แม่สามีเก่าหน้าซีดเผือด รีบเข้าไปดึงแขนพี่สะใภ้ถอยร่นออกไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นศิลาในมุมที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน วิศวกรหนุ่มผู้นิ่งขรึมคนนี้แท้จริงแล้วเปรียบเสมือนสิงโตที่กำลังปกป้องอาณาเขตและราชินีของมัน "ฝากไว้ก่อนเถอะนะนังริน แกกับไอ้ผู้ชายหน้าเลือดนี่จะต้องเสียใจ!" ป้าสะใภ้ตะโกนอาฆาตมาดร้ายก่อนจะถูกลากตัวขึ้นรถแล้วขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ รดารินถอนหายใจยาวออกรก้วยความเหนื่อยหน่าย เธอหันกลับมามองศิลาที่ยังคงยืนหน้าตึงเครียดด้วยความเป็นห่วง "มือคุณ... เจ็บไหมคะที่ไปจับยายแก่พวกนั้น" ศิลาคลายมือออก รอยยิ้มอบอุ่นกลับมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง เขาส่ายหัวเบาๆ "ผมไม่เป็นไรครับ... แต่ผมเป็นห่วงคุณมากกว่า ริน คุณโอเคไหม?" "ฉันสบายดีค่ะ คนพวกนั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก..." รดารินตอบเสียงนุ่ม เธอกำลังจะหันกลับไปตรวจแปลงผักต่อ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนของใครบางคนยืนแอบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่บริเวณชายป่าท้ายไร่ เงาร่างนั้นไม่ได้หลบซ่อนอย่างมิดชิดนัก แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบกับวัตถุบางอย่างในมือของเขา เป็นประกายวับวับสะท้อนเข้าตาของรดารินอย่างจัง! หัวใจของรดารินกระตุกวูบ เย็นวาบไปถึงไขสันหลังในเสี้ยววินาที เมื่อตระหนักได้ว่า... นั่นไม่ใช่ชาวบ้านแถวนี้ และไม่ใช่คนของตระกูลเก่าอย่างแน่นอน! "ศิลา... หมอบลง!" รดารินหวีดร้องสุดเสียงพร้อมกับพุ่งตัวเข้าผลักร่างของศิลาให้ล้มลงไปข้างร่องดินพร้อมกับเธอทันที! *ปัง!* เสียงระเบิดกระสุนปืนดังสนั่นหวั่นไหวแหวกอากาศผ่านหัวพวกเขาไปเฉียดฉิว เศษกิ่งไม้และใบไม้ปลิวว่อนร่วงกราวลงมาคลอเคลียกับพื้นดิน! --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างอาณาจักรสีเขียวไปด้วยกันนะคะ - กุหลาบหนามเงิน)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้ถือครองโฉนดที่ดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%