เสียงกระซิบของแชมเปญชั้นดีในแก้วทรงทิวลิปไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องจัดแสดงศิลปะเพนต์เฮาส์ใจกลางย่านสุขุมวิทเย็นลงเลยแม้แต่น้อยค่ะ ตรงกันข้าม... อุณหภูมิรอบตัวของเรย์กำลังพุ่งสูงขึ้นจนแตะจุดเดือด เมื่อผู้ชายคนที่ขัดจังหวะความเงียบอันเปราะบางเมื่อครู่ยังคงยืนยันที่จะปักหลักอยู่ตรงนี้—‘ดนัย’ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้กุมบังเหียนทุนหนาเบื้องหลังโปรเจกต์อาร์ตแกลเลอรีที่กำลังจะล่มหรือจะรอดก็ไม่รู้
“ดีไซน์ที่ว่า... คงไม่ใช่แค่การเอาผ้าเศษมายำรวมกันแล้วแปะป้ายว่าคือก(ล)อนเซ็ปต์ขบถหรอกนะครับ คุณคริสติน”
ดนัยจงใจทิ้งน้ำหนักเสียงลงบนชื่อของภัณฑารักษ์สาวผู้ทรงอิทธิพล พร้อมกับส่งยิ้มพิมพ์นิยมที่เรย์มองว่ามันน่าหมั่นไส้เสียจนอยากจะเอาส้นสูงปักลงไปบนรองเท้าหนังราคาแพงของเขาสักที
เรย์ไม่รอให้คริสตินต้องเสียเวลาขยับริมฝีปากเพื่อตอบโต้ ร่างเพรียวในชุดสูทโอเวอร์ไซส์สีดำสนิทก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะกระจกนิรดายนั่นทันที ปลายเล็บที่ทาด้วยสีเมทัลลิกเคาะเบาๆ บนพื้นผิวโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ดวงตาคมกริบราวกับแมวป่าจ้องมองผู้บุกรุกตรงๆ
“ถ้าคุณรู้จักคำว่า ‘อาวองการ์ด’ น้อยกว่าจำนวนหุ้นที่คุณถืออยู่ในบริษัท คุณควรจะหุบปากแล้วปล่อยให้คนที่เขามีรสนิยมทำงานเถอะค่ะ คุณดนัย” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงักรอยยิ้มค้าง “แฟชั่นไม่ใช่ตัวเลขในบัญชีที่เอาไว้ดีดลูกคิดรางไม้... และโปรเจกต์นี้ ตัวจริงเสียงจริงเขาคุยกันจบไปตั้งแต่คุณยังมัวแต่เคลียร์คิวสาวๆ แล้วค่ะ”
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารค่ำกึ่งพรีวิวงานศิลป์พลันทิ้งดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที แขกเหรื่อไฮโซในงานต่างพากันเบือนหน้าหนี ทำทีเป็นสนใจภาพเขียนบนผนัง แต่หูผึ่งรอฟังคำตอบ
คริสตินยังคงนิ่งสนิท เธอไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือสะดุ้งสะเทือนต่อวาจาร้ายกาจของเรย์ มือเรียวบางภายใต้แหวนเพชรเม็ดโตยกแก้วไวน์ขึ้นจิบรสฝาดเบาๆ สายตาคู่สวยปรายมองดนัยด้วยความเยือกเย็นชนิดที่ใครเห็นก็ต้องหนาวสันหลัง
“คุณเรย์พูดถูกส่วนหนึ่งค่ะ... คุณดนัย” คริสตินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักคำพูดกลับทรงพลังกว่าคำด่าทอยาวเหยียด “โปรเจกต์นี้เราตกลงกรอบการทำงานกันเรียบร้อยแล้ว ในฐานะนักลงทุน หน้าที่ของคุณคือเซ็นอนุมัติงบประมาณและนั่งดูผลงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบ... ไม่ใช่มาจุ้นจ้านเรื่องรสนิยมที่ตัวเองไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่แรก”
ดนัยหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มการค้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน “ผมก็แค่หวังดีกลัวว่าแบรนด์ของคริสตินจะเสียชื่อเพราะดีไซเนอร์อินดี้ตกอับก็เท่านั้นเองครับ”
“ระวังคำพูดหน่อยนะคะ” เรย์สวนกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ “ใครกันแน่ที่กำลังจะตกกระแส... เชิญไปคุยกับตัวเลขในห้องบัญชีเถอะค่ะ ตรงนี้มันพื้นที่ของศิลปะและรสนิยมชั้นสูง ซึ่งดูท่าทางคุณคงจะ... เข้าถึงยากพอดู”
ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างโต๊ะจะลุกลามไปมากกว่านี้ คริสตินก็วางแก้วไวน์ลงกระทบโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นดังพอที่จะดึงสعيตาของทุกคนให้กลับมาหยุดอยู่ที่เธอ
“งานเลี้ยงวันนี้จัดขึ้นเพื่อกระชับมิตร ไม่ใช่สังเวียนประลองฝีปาก... หวังว่าทุกคนจะเข้าใจตรงกันนะคะ” คริสตินปรายตามองดนัยเป็นเชิงไล่อยatกลายๆ ก่อนที่นักธุรกิจหนุ่มจะยอมถอยฉากออกไปด้วยใบหน้าบึงตึง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เรย์พรูลมหายใจยาวออกมาเพื่อขับไล่ความหงุดหงิดที่แล่นพล่านในอก เธอยกแก้วแชมเปญของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วเพื่อดับความร้อนรุ่ม
“ปากคอเราะรายไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับความใกล้ชิดที่แนบเนียนจนเรย์ต้องสะดุ้ง คริสตินขยับเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เรย์พยายามกดมันเอาไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง
“ฉันแค่ปกป้องงานของตัวเองค่ะ คุณคริสติน” เรย์หันไปตอบ เสียงของเธอเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ
“ปกป้องงาน... หรือกำลังปกป้องฉันจากสายตาหยาบคายพวกนั้นกันแน่คะ?” คริสตินยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและอันตรายที่สุดในความรู้สึกของเรย์ ดวงตาสนุกสนานคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน
เรย์รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วเรียวของภัณฑารักษ์สาวเอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาผิวเนื้อบริเวณที่ถูกแตะต้องร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก
“อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยค่ะ ฉันก็แค่ไม่อยากให้งานพังเพราะความไร้รสนิยมของคนอื่นต่างหาก” เรย์เชิดหน้าขึ้นดื้อดึง แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ปากแข็งจริงนะคะ...” คริสตินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนฝัน “แต่รสชาติไวน์ที่คุณเพิ่งดื่มเข้าไปเมื่อกี้... คงไม่หวานเท่ากับตอนที่คุณยอมรับความจริงหรอกนะคะ”
เรย์ยังไม่ทันได้อ้าปากเถียงกลับ ร่างของคริสตินก็ผละออกไปอย่างสง่างาม พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากทิ้งท้ายราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
ทว่า... ในวินาทีที่เรย์กำลังจะก้าวเท้าตามเพื่อไปเอาคืนให้สาสม เสียงกzรณีประตูกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครบางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ขอโทษทีที่มาช้าครับ... พอดีผมมีข้อเสนออีกอย่างที่คิดว่าคุณคริสตินคง ‘ปฏิเสธไม่ลง’ เช่นกัน”
ดวงตาสีเข้มของแขกผู้มาใหม่กวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่เรย์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ... และนั่นทำให้เลือดในกายของดีไซเนอร์สาวเย็นเฉียบลงในพริบตาเมื่อตระหนักได้ว่า เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บครั้งนี้นะคะ!
ดีไซเนอร์ตัวจี๊ดพิชิตใจเจ้าแม่วงการอาร์ต•ตอนที่ 6
รสชาติของไวน์และคำเตือน
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตัวจี๊ดพิชิตใจเจ้าแม่วงการอาร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!