เสียงล็อกกลอนประตูห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษดัง *‘คลิก’* ก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัน มันไม่ใช่แค่เสียงกลไกโลหะที่กระทบกัน แต่มันคือเสียงกักขังบรรยากาศอันน่าอึดอัดให้ถูกผนึกไว้ภายในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ นี้โดยสมบูรณ์
เรย์สะดุ้งสุดตัว หัวใจเจ้ากรรมกระกระန်းกระสนกระโดดขึ้นมาตีรัวอยู่แถวๆ ลำคอ ดีไซเนอร์สาวรีบหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นตอของเสียงทันที ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังบานประตูหนาหนัก ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบกับเจ้าของร่างสูงโปร่งที่เพิ่งจัดการบิดกุญแจและดึงมันออกมาถือไว้ในมืออย่างใจเย็น
คริสติน... ภัณฑารักษ์สาวผู้ทรงอิทธิพลและยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการอาร์ต ยืนพิงสะโพกเข้ากับบานประตูอย่างผ่อนคลาย ชุดสูดกางเกงเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้รูปร่างเพรียวระหงดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เส้นผมสีเข้มที่รวบตึงไว้เรียบร้อยทำให้ใบหน้าเรียวสวยคมคายไร้ที่ติ ยิ่งดูเย็นชาและยากจะคาดเดาความรู้สึก
"คุณล็อกประตูทำไมคะ?" เรย์เอ่ยถาม เสียงของเธอไม่ได้สั่น แต่มันเจือด้วยความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด สมองอันปราดเปรียวของดีไซเนอร์สาวประมวลผลความเสี่ยงร้อยแปดประการในเสี้ยววินาที
"เพราะฉันไม่อยากให้ใครเข้ามารบกวนเวลาที่เราจะ ‘เคลียร์’ บัญชีกันให้เรียบร้อยไงคะ, คุณเรย์"
คริสตินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำนั้นกลับทรงพลังและกดดันเสียจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ดวงตาสีเข้มคู่สวยคู่นั้นไม่ได้กวาดมองไปที่ผลงานศิลปะชิ้นไหนเลย แต่มันกำลังจดจ้องตรงมาที่เรย์... ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อตัวน้อยในกรงขัง
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่กำลังตีรื้นขึ้นมา เธอยืดอกขึ้น เชิดคางอวดความมั่น
"บัญชีอะไรคะ? ฉันจำไม่ได้ว่าไปติดหนี้บุญคุณหรือค้างค่าตัวอะไรคุณไว้นี่ หรือว่า... งานอวองการ์ดของฉันมันไปทิ่มตา ภัณฑารักษ์ผู้สูงส่งเข้า จนทนเก็บอาการอิจฉาไว้ไม่ไหว?"
วาจาเชือดเฉือนและรอยยิ้มหยันที่มุมปากของเรย์คืออาវุธประจำตัวที่เธอมักใช้ผลักไสทุกคนให้ออกห่างจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง แต่นั่นใช้ไม่ได้ผลกับคริสติน... ไม่เคยใช้ได้ผลเลยสักครั้ง
ภัณฑารักษ์สาวไม่โกรธ เธอกลับระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและพราวเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน คริสตินเริ่มก้าวเท้าเดินเข้าหาเรย์ทีละน้อย... ช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ
ทุกย่างก้าวที่คริสตินขยับเข้าไปใกล้ เรย์ก็ต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังบางของเธอกระแทกเข้ากับผนังห้องจัดแสดงที่เย็นเฉียบ ทางตัน... ไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว
คริสตินหยุดยืนเว้นระยะห่างจากเรย์เพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิชหรูหราผสมผสานกับกลิ่นกายเย็นๆ เฉพาะตัวของอีกฝ่ายลอยละลิ่วเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนของเรย์ให้ตื่นตัวอย่างบ้าคลั่ง
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ..." คริสตินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนเรย์ต้องเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสของดีไซเนอร์สาวตั้งแต่หน้าผากจรดเรียวปาก "แต่ในสถานการณ์แบบนี้... ความมั่นใจพรรค์นั้นมันช่วยคุณได้แค่ไหนกันเชียว?"
"ถอยไปค่ะ คริสติน" เรย์พยายามดึงน้ำเสียงแข็งกร้าวออกมาสู้ แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม "การขังฉันไว้แบบนี้มันเข้าข่ายกักข่วงเสรีภาพนะคะ ฉันจะฟ้อง..."
"ฟ้องเหรอคะ?" คริสตินตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าขนพองสเกล เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้น วางทาบลงบนผนังด้านหลังของเรย์ เพื่อกักตัวดีไซเนอร์สาวไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมารอบตัว "เชิญเลยค่ะ... แต่อย่าลืมว่าตอนนี้ตึกนี้ปิดทำการแล้ว และกุญแจสำรองก็มีอยู่แค่ดอกเดียวในมือฉัน"
เรย์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างราบคาบ ใบหน้าของคริสตินอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดสนิทสนมระดับอันตรายนี้ทำให้เรย์ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา
"คุณต้องการอะไรกันแน่..." เรย์กระซิบถาม เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างควบคุมไม่ได้ ความซับซ้อนในแววตาของคริสตินตอนที่มองเธอมันมีมากกว่าความโกรธเคือง แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มเกินกว่าจะอธิบาย
"ฉันต้องการความจริงค่ะ..." คริสตินกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย ทว่าแววตากลับจริงจังจนเรย์ต้องหลบสายตา "ความจริงที่ว่า... ทำไมคุณถึงต้องทำตัวแข็งกระด้างใส่ฉันตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองคน... หัวใจของคุณมันเต้นแรงจนฉันได้ยินมันชัดเจนยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาซะอีก"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้เรย์ชะงักกึก เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวขึ้นมาที่ใบหน้า เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนจนมุม ความลับที่พยายามปกปิดมาตลอดถูกอีกฝ่ายมองทะลุปรุโปร่งอย่างง่ายดาย
"คุณมันบ้า..." เรย์เค้นเสียงด่าออกไปเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครือและไร้ซึ่งพิษสงโดยสิ้นเชิง
"ใช่ค่ะ... ฉันคงบ้าจริงๆ ที่ปล่อยให้ดีไซเนอร์ปากร้ายอย่างคุณเข้ามามีอิทธิพลกับความรู้สึกของฉันได้ขนาดนี้" คริสตินพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า ดวงตาสีเข้มเลื่อนลงมองริมฝีปากของเรย์โดยไม่ปิดบังความต้องการ "และเพราะความผิดพลาดที่เป็นใจ... ทำให้เราต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยกัน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน เรย์แหงนหน้าขึ้นสบตากับภัณฑารักษ์สาว ความเย่อหยิ่งและมานะทั้งหมดที่มีถูกหลอมละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโหยหาที่ถูกเก็บกดเอาไว้ลึกสุดใจ
คริสตินเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เรย์อีกนิด ระยะห่างที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกำลังจะถูกเติมเต็มด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป เรย์หลับตาลงช้าๆ เตรียมรับสัมผัสวาบหวามที่กำลังจะเกิดขึ้น...
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะสัมผัสกันนั้นเอง
*ปึง! ปึง! ปึง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอก ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อด้วยความร้อนรนของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้เวลานี้
"คุณคริสตินคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะคุณเรย์ฝากของสำคัญไว้ที่ฉัน... เปิดประตูให้หน่อยค่ะ!"
ดวงตาของคริสตินและเรย์เบิกกว้างขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความฝันหวานและบรรยากาศอันเร่าร้อนถูกกระชากกระชั้นให้แตกสลายลงต่อหน้าต่อตา คริสตินผละถอยหลังออกห่างจากเรย์อย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าบึ้งตึงด้วยความขัดใจ ขณะที่เรย์รีบยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจปนความเสียดายอย่างบอกไม่ถูก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ควีนบีทูโก" มาโดยตลอดนะคะ!
ดีไซเนอร์ตัวจี๊ดพิชิตใจเจ้าแม่วงการอาร์ต•ตอนที่ 7
ความผิดพลาดที่เป็นใจ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตัวจี๊ดพิชิตใจเจ้าแม่วงการอาร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!