แสงไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่รุมสาดส่องเข้ามาทางกระจกใสของห้องประชุมใหญ่ ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับตัวอักษรพาดหัวข่าวสีแดงฉานบนหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังสั่นระริก เรย์ก้าวขาที่ชะงักค้างถอยหลังกลับเข้ามาในห้องโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองข้อความที่ตีแผ่เรื่องราวเมื่อคืนก่อน—ภาพปาปารัสซี่มุมสูงที่จับภาพเธอกับคริสตินยืนประจันหน้ากันอย่างแนบชิดในตรอกมืดหลังแกลเลอรี มุมกล้องที่จงใจบิดเบือนทำให้ดูคล้ายกับว่าพวกเธียรกำลังกระซิบกระซาบพลอดรักกัน มากกว่าการปะทะคารมเรื่องงานศิลปะ
*‘คู่กรณีผู้ทำลายล้างหรือคู่รักปริศนาวงการไฮแฟชั่น? เบื้องหลังความเดือดดาลของภัณฑารักษ์สาวกับดีไซเนอร์สาวตัวแสบ’*
"ฝีมือใครกัน..." เรย์พึมพำกับตัวเอง เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำจนดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ไม่ใช่เพราะความกลัวชื่อเสียงเสียหาย แต่เพราะเธอรู้ดีว่าช่วงเวลานี้อ่อนไหวแค่ไหนสำหรับแบรนด์อาวองการ์ดที่เธอกำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
บรรยากาศในห้องประชุมที่เคยคุกรุ่นด้วยกลิ่นอายความทิฐิ กลับเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เยือกเย็นจนน่ากลัว คริสตินยังคงยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวยาว หน้าจอโทรศัพท์ในมือของภัณฑารักษ์สาวแสดงสายเรียกเข้าจากประธานกรรมการมูลนิธิศิลปะ—ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายทุกโปรเจกต์ในวงการ—ที่โทรมาสายแทบไหม้
"คุณเรย์คะ..." เสียงนุ่มทุบทำลายความเงียบขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คริสตินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะคว่ำหน้าลงอย่างไม่แยแส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและระแวดระวัง กลับมีความนิ่งสงบแปลกประหลาดฉายชัดอยู่ภายใน "ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังนั่งอยู่บนเรือลำเดียวกันโดยไม่รู้ตัวเสียแล้วนะคะ"
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนตรงหน้า แต่พุ่งไปที่ไอ้ตัวการเงาปริศนาที่พยายามชักใยอยู่เบื้องหลัง
"เรือลำเดียวกันเหรอคะคุณคริสติน? ฉันจำได้ว่าคุณเพิ่งจะเหยียบผลงานของฉันว่าเป็นแค่เศษผ้าไร้รสนิยมเมื่อนาทีที่แล้วเองนะคะ" เรย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้ง ลดช่องว่างระหว่างกันลงอย่างท้าทาย ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย "หรือว่าข่าวนี้มันเป็นแผนเรียกเรตติ้งล่วงหน้าของคุณกันแน่? อยากให้งานนิทรรศการกับแฟชั่นโชว์มันเป็นกระแสจนตัวสั่นเลยหรือไงคะ?"
คริสตินไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ร่างระห่างในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวออกมาจากหลังโต๊ะ ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้พวกเธอต้องยืนประจันหน้ากันในระยะประชิดอีกครั้ง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยแตะจมูกเรย์จนเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าฉันจะสร้างกระแส ฉันคงไม่เลือกวิธีที่ทำให้มูลนิธิของฉันต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะข่าวฉาวกับดีไซเนอร์ปากจัดอย่างคุณหรอกนะคะ, คุณเรย์" คริสตินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "แต่ก็นั่นแหละค่ะ... ในเมื่อข่าวออก It’s already out แล้ว สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การวิ่งไปแก้ตัวเหมือนเด็กๆ แต่คือการทำให้พวกมันเห็นว่า... ภาพที่เรายืนอยู่ด้วยกันเมื่อคืน มันไม่ใช่การทะเลาะ แต่เป็นการร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่างหากล่ะคะ"
เรย์ชะงักไปชั่วขณะ สมองที่หมุนเร็วจี๋ประมวลผลคำพูดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความคิดบ้าบิ่นบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว "หมายความว่า...?"
"ใช่ค่ะ" คริสตินยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่า "ในเมื่อสื่ออยากให้เราเป็นคู่กรณี เราก็แค่เปลี่ยนบทบาทให้พวกเขากลายเป็นตัวประกอบในเกมของเรา... ร่วมมือกันจัดงาน Collaboration ระหว่างงานศิลปะร่วมสมัยกับแฟชั่นอาวองการ์ดของเรย์... ถ้าเราประกาศเปิดโปรเจกต์นี้ร่วมกันในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า ข่าวฉาวปาปารัสซี่พวกนี้จะกลายเป็นแค่เรื่องตลกที่ล้าสมัยไปในพริบตาเดียวค่ะ"
คำพูดนั้นทรงพลังและเฉียบคมจนเรย์เกือบจะหาข้อโต้แย้งไม่เจอ ความคิดสร้างสรรค์ในหัวของเธอพุ่งพล่านทันทีที่ได้ยินคำว่า *Collaboration* ระหว่างศิลปะระดับมาสเตอร์กับงานดีไซน์สุดขั้ว มันคือความท้าทายที่เธอปฏิเสธไม่ลง และยิ่งไปกว่านั้น—มันคือการตบหน้าพวกที่แอบถ่ายรูปพวกเธอได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
แต่ทิฐิในฐานะดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครก็ยังคงค้ำคออยู่ดี
"แล้วทำไมฉันต้องร่วมมือกับคุณด้วยล่ะคะ? ในเมื่อฉันฉายเดี่ยวได้สบายๆ งานของฉันไม่ต้องพึ่งพาบารมีแกลเลอรีระดับโลกของคุณก็ขายได้" เรย์เชิดหน้าขึ้นเถียง ขยับเข้าไปใกล้จนเกือบจะชิด แสร้งทำเป็นมองสำรวจปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยามเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วกว่าปกติ
คริสตินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเรย์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปลายจมูกของคนทั้งคู่เกือบจะชนกันในวินาทีที่ภัณฑารักษ์สาวกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าพร่าข้างใบหู
"เพราะถ้าคุณฉายเดี่ยวตอนนี้... คุณจะโดนกองทัพนักข่าวรุมทึ้งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะเย็บชุดชิ้นสุดท้ายด้วยซ้ำค่ะ... อีกอย่าง..." คริสตินเว้นจังหวะ ปลายเรียวลิ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มไหวระริกของเรย์ "ฉันรู้ว่าคุณแอบมองฉันตั้งแต่ตอนที่ฉันยืนตรวจงานที่มุมห้องเมื่อวาน... คุณเองก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกนะคะว่า... เคมีระหว่างเรามันทำงานได้ดีขนาดไหน"
*ตึ้ก! ตึ้ก! ตึ้ก!*
เรย์รู้สึกเหมือนมีค้อนทุบลงกลางอก เลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว เธออ้าปากจะเถียงแต่ก็พูดไม่ออกเมื่อปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบของคริสตินเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่คางอิ่มของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสายตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเย้ายวนใจแบบ High-Fashion Biting ที่อันตรายที่สุด
"ว่าไงคะ... จะจับมือกับฉันเพื่อเหยียบพวกที่พยายามจะทำลายเรา หรือจะยืนรอให้พวกเขาฆ่าเราให้ตายไปทีละคนดีล่ะคะ?"
เรย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียวเล็กยื่นออกไปแตะลงบนปกเสื้อสูทของคริสตินบ้าง ออกแรงบีบเบาๆ จนเนื้อผ้าชั้นดีขึ้นรอยยับ ทว่าริมฝีปากสีสดกลับแย้มยิ้มออกมาราวกับปีศาจตัวน้อยที่พร้อมจะเล่นสนุกกับเกมนี้
"ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณอยากเล่นกับไฟนัก ฉันก็จะจัดให้คุณไหม้เกรียมคามือฉันเลยแล้วกันนะคะ, คุณภัณฑารักษ์"
บรรยากาศในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความเร่าร้อนและแรงดึงดูดที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม สายตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร รอยยิ้มมุมปากของทั้งสองสะท้อนความอันตรายและเสน่ห์ที่เย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ
ทว่า ในวินาทีที่มือของเรย์กำลังจะผละออกจากปกเสื้อของคริสตินเพื่อตกลงแผนการขั้นเด็ดขาดนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรสง่าของ 'ใครบางคน' ที่ไม่ควรจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกริ่มที่เคลือบยาพิษ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะคะ... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะพลาดเรื่องสนุกๆ ไปหรือเปล่าคะ, พี่คริสติน?"
เรย์ชะงักกึก หันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจำได้แม่นว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร—ซูเปอร์โมเดลสาวเบอร์หนึ่งของประเทศผู้เป็นอดีตคนรักเก่าของคริสติน และเป็นตัวแปรสำคัญที่กำลังจะทำให้เกมนี้พลิกผันไปตลอดกาล!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและพร้อมไปเหยียบย่ำทุกขีดจำกัดความแซ่บด้วยกันในตอนนี้นะคะ
ดีไซเนอร์ตัวจี๊ดพิชิตใจเจ้าแม่วงการอาร์ต•ตอนที่ 10
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตัวจี๊ดพิชิตใจเจ้าแม่วงการอาร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!