กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด•ตอนที่ 1

เถ้าถ่านฟื้นคืน

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นควันไฟยังคงอวลติดอยู่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับความตายไม่ได้พรากเอาลมหายใจไปจากร่าง หากแต่ฝังมันไว้ใต้เถ้าถ่านอันร้อนระอุที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล หลี่จินเยว่สะดุ้งเฮือก ร่างเพรียวบางดีดตัวขึ้นจากฟูกนอนนุ่มด้วยสัญชาตญาณแห่งการเอาชีวิตรอด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่รัวกระหน่ำในอก เสียงกรีดร้องโหยหวนของนางสนม บรรยากาศกลิ่นเนื้อไหม้เกรียม และรอยยิ้มเยียบเย็นของอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานผู้เป็นบิดาแท้ๆ ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้ในวินาทีถัดมากลับไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกเผาทั้งเป็น หากแต่เป็นความเย็นยะเยือกของเนื้อผ้าแพรต่วนชั้นดี และกลิ่นหอมจางๆ ของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่นางโปรดปราน ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองไปรอบห้องนอนอันคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว ม่านมุ้งผ้าไหมปักลายหงส์คู่สยายปีก คันฉ่องทองเหลืองส่องประกายวาววับรับแสงเทียนสลัว และที่สำคัญที่สุด... ปฏิทินตั้งโต๊ะหยกขาวแกะสลักที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง บ่งบอกชัดเจนถึงวันที่นางไม่มีวันลืมเลือน วันที่สามเดือนสาม ปีหย่งชิ่งที่สิบสอง... วันก่อนหน้าพิธีอภิเษกสมรสอันเป็นโศกนาฏกรรมที่นางต้องก้าวลงสู่ขุมนรก “คุณหนู ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวใจหายหมดเลยนะเจ้าคะที่เห็นท่านหมดสติไปเมื่อครู่” เสียงของ ‘ชุนเอ๋อร์’ สาวใช้คนสนิทดังขึ้นพร้อมกับถาดน้ำชาอุ่นที่นางถือเข้ามาด้วยความเร่งรีบ สีหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความกังวลระคนโล่งอก จินเยว่ไม่ได้เอ่ยคำใด นางยกมือเรียวขึ้นลูบไล้ใบหน้าของตนเองอย่างเชื่องช้า ผิวเนียนนุ่มไร้ซึ่งรอยแผลเป็นจากเปลวเพลิง ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นตุบๆ อย่างมีชีวิตชีวา นางไม่ได้ฝันไป... สวรรค์ไม่ได้เมตตานางจนเกินไป แต่สวรรค์คงชิงชังความอยุติธรรมในวันนั้นเสียจนต้องยอมเปิดประตูมิติเวลา ย้อนเวลากลืนกินอดีต เพื่อให้นางได้กลับมาถือหมากกระดานนี้ใหม่อีกครั้ง “ข้าเป็นอะไรไปหรือ ชุนเอ๋อร์” น้ำเสียงของจินเยว่เรียบสนทนา หากแต่เย็นเยียบจนสาวใช้ถึงกับชะงักฝีเท้า “เอ่อ... คงเพราะท่านตื่นเต้นกับพิธีอภิเษกในวันพรุ่งนี้กระมังเจ้าคะ นายท่านถึงกับกำชับว่าให้ท่านดูแลสุขภาพให้ดีเพื่อต้อนรับขบวนเกี้ยวเจ้าบ่าวจากจวนอ๋อง” ชุนเอ๋อร์ก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าสบตาผู้เป็นนายที่ยามนี้มีความกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น จินเยว่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความขื่นขมและคมมีดอันแหลมคม พิธีอภิเษกสมรสที่บิดาของนางเป็นผู้ผลักไสให้แต่งเข้าไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อแลกกับอำนาจและความมั่งคั่งของตระกูลหลี่ว์ โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือแผนการทำลายล้างตระกูลของนางเองอย่างช้าๆ ในภายภาคหน้า แต่วันนี้... ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในเมื่อนางได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ในร่างเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีนี้แล้ว หมากทุกตัวบนกระดาน นางจะเป็นผู้เดินด้วยตนเอง “เตรียมน้ำอุ่นให้ข้า... ข้าจะแต่งตัวไปคารวะท่านพ่อ” จินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า ยามเมื่อร่างระหงก้าวเดินผ่านระเบียงทางเดินของจวนอัครเสนาบดี ลมหนาวระลอกสุดท้ายของฤดูใบไม้ผลิพัดโชยปะทะใบหน้า ทว่ามิอาจสั่นคลอนจิตใจที่แข็งดั่งหินผาของนางได้เลย ทุกย่างก้าวที่นางเหยียบลงไปเต็มไปด้วยความระแวดระวังและสายตาที่มองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการชั่วร้ายที่จะเกิดขึ้น ทว่า ขณะที่นางกำลังจะก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่เพื่อพบหน้าบิดาผู้โหดเหี้ยม เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารองครักษ์กลับดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับเงาร่างสูงโปรสง่าในชุดคลุมสีดำปักดิ้นทองที่ก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน “ช้าก่อน แม่นางหลี่ว์...” สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהขึ้น พร้อมกับใบหน้าครึ่งซีกที่โผล่พ้นเงาแสงเทียน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นจ้องมองตรงมาที่นางอย่างมีความหมาย รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเลศนัยปรากฏขึ้นช้าๆ ทำให้จินเยว่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนคาดไม่ถึง เซียวอี้เฉิน! เหตุใดองค์ชายสี่ผู้เก็บเนื้อเก็บตัวและไม่เคยย่างกรายมายังจวนอัครเสนาบดีก่อนวันแต่งงาน ถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ในเวลานี้? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกับมนตรากรรมสะท้อนนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%