กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด•ตอนที่ 21

ป้อมปราการที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของชาผู่หลيرสกัดเข้มข้นลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นอายแห่งความพินาศที่เริ่มคละคลุ้งไปทั่วรากฐานของตระกูลหลี่ว์ได้เลยแม้แต่น้อย ภายในเรือนรับรองชั้นในที่ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาด้วยภาพวาดพู่กันจีนโบราณและแจกันหยกขาวเนื้อดี หลี่จินเยว่ประทับนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี ทว่าดวงเนตรหงส์คู่นั้นกลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู ปลายนเรียวบางจรดอยู่ริมถ้วยกระเบื้องเคลือบเคลียร์ลวดลายมังกรพ่นไฟ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนระลอกแรกจากข่าวลือที่นางจงใจโปรยเมล็ดพันธุ์ไว้ "คุณหนูเจ้าคะ... ตอนนี้ตลาดค้าผ้าไหมเจ็ดมณฑลและโรงรับจำนำในเครือของตระกูลหลี่ว์เริ่มถูกพ่อค้าคนกลางแห่กันไปถอนทุนคืนแล้วเจ้าค่ะ บรรดาเศรษฐีและขุนนางที่เคยซุกซ่อนทรัพย์สินไว้ใต้ร่มเงาของท่านอัครเสนาบดี ต่างพากันส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญาการค้าทีละฉบับ สภาวะเช่นนี้ เปรียบเสมือนเขื่อนกั้นน้ำที่เริ่มมีรอยร้าวลึก ถึงยามน้ำหลากมา เกรงว่าต่อให้มีกระสอบทรายนับหมื่นก็ไม่อาจยื้อไว้ได้ทันเจ้าค่ะ" เสียงรายงานจากสาวใช้คนสนิทดังขึ้นเบาๆ แฝงไว้ด้วยความสะใจระคนหวาดหวั่นอยู่ในที จินเยว่ไม่ตอบคำใด นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับอาบยาพิษร้ายแรงถึงชีวิต รอยร้าวเหล่านี้หาใช่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มันคือผลงานจากการร้อยเรียงหมากทีละตัวของนาง ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นางใช้ข่าวกรองปลอมและจดหมายลับที่จงใจปล่อยหลุดมือ ชักจูงให้ศัตรูคิดว่าตระกูลหลี่ว์กำลังจะถูกราชสำนักริบทรัพย์ข้อหาทุจริตคอรัปชัน ความโลภและความหวาดกลัวคืออาวุธชั้นดี เมื่อมนุษย์เกิดความหวาดระแวง ย่อมต้องรีบสลัดภาระและตัดหางปล่อยวัดผู้มีพระคุณเก่าทันทีอย่างไร้เยื่อใย "ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนกันไปเถอะค่ะ" น้ำเสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำนิ่งไหลลึกเอ่ยขึ้น "ความพินาศที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มต้นจากการสูญเสียอำนาจในท้องพระโรง... แต่เริ่มต้นจากการที่คนใกล้ตัวที่สุดเริ่มหันปลายดาบเข้าหาต่างหาก" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แฝงด้วยความเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกั้นห้อง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นทองก้าวเข้ามาโดยไม่ต้องมีผู้ประกาศนาม เซียวอี้เฉิน องค์ชายสี่ผู้ลึกลับและเยือกเย็น ปรากฏกายขึ้นพร้อมแววตาที่ฉายประกายความระtheคมเข้ม ทว่ามุมปากกลับหยักยิ้มราวกับกำลังสนุกสนานกับการละเล่นกระดานใหญ่ที่เขากับนางร่วมมือกันวางเดิมพัน "ดูเหมือนว่าหมากตานี้ของเจ้า จะทำให้ตาแก่หลี่ว์ซานถึงกับกระอักเลือดในห้องหนังสือส่วนตัวแล้วล่ะนะ" อี้เฉินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าโต๊ะน้ำชา กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและเย้ายวนแผ่ซ่านออกมารอบกาย เขาทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง มีเพียงความเข้าใจอันเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง—ความสัมพันธ์ที่มิใช่เพียงแค่พันธมิตรทางการเมือง แต่เป็นความผูกพันที่หล่อหลอมด้วยความแค้นและโลหิตจากอดีตชาติที่ถูกฝังกลบ จินเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงเนตรคมปลาบไหวระริกเล็กน้อยก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบ "หม่อมฉันเพียงแต่นำความจริงที่พวกเขาก่อไว้ คืนสนองกลับไปในแบบที่สาสมเท่านั้นเพคะ ข่าวลือเรื่องความเสื่อมถอยนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น... ป้อมปราการที่สร้างขึ้นบนซากศพและความหยิ่งผยอง ย่อมไม่มีวันแข็งแกร่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว" "เจ้าช่างใจกล้าและเด็ดเดี่ยวเสียจริง... จินเยว่" อี้เฉินโน้มตัวลงมาใกล้ กลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาและสนิมเหล็กปะปนอยู่ในลมหายใจของเขา "แต่จงระวังตัวให้ดี หลี่ว์ซานไม่ใช่สุนัขจนตรอกที่จะยอมตายโดยไม่กัดตอบ สุนัขที่จนมุมมักจะเหี้ยมโหดที่สุด ยิ่งตอนนี้อำนาจในมือเริ่มหลุดลอย เขาย่อมต้องหาแพะรับบาป และเป้าหมายต่อไปของเขา อาจไม่ใช่ข้า... แต่อาจเป็นตัวเจ้าเอง" บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบงันลงชั่วขณะ ลมหนาวพัดผ่านระเบียงเรือนเข้ามาหอบเอาความเย็นเยียบเข้าสู่กระดูกดำ ทว่าไม่มีใครสะดุ้งสะเทือนต่อคำเตือนนั้น จินเยว่แย้มยิ้มอีกครั้ง ดวงตาคู่งามทอประกายวับวาวดึงดูดใจราวกับปีศาจสาวพรายน้ำที่รอคอยเหยื่อลงมาติดกับ "หม่อมฉันรอให้เขากัดเข้ามาอยู่พอดีเพคะ... ยิ่งเขาดิ้นรนมากเท่าไหร่ รอยแผลบนตัวก็ยิ่งฉีกกว้างขึ้นเท่านั้น" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดด้วยกลเกมการเมืองอันเชือดเฉือน เสียงเคาะประตูก็จังหวะรัวเร็วและร้อนรนจากองครักษ์เงาด้านนอกก็ดังแทรกขึ้น ทำลายความเงียบงันลงในทันที "ทูลองค์ชาย ทูลคุณหนู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... ทางกองทัพชายแดนส่งม้าเร็วด่วนสี่ร้อยลี้กลับมาแจ้งข่าว ว่าตรายางหยกประจำตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินที่ซ่อนไว้ในห้องลับของตระกูลหลี่ว์... ถูกพบว่าถูกสลับสับเปลี่ยนเป็นของปลอมแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวอี้เฉินหรี่ตาลงคมกริบในทันที ส่วนหลี่จินเยว่พลันชะงักค้าง รอยยิ้มบนริมฝีปากเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อตระหนักได้ว่า... มีผู้เล่นคนที่สามที่ซ่อนตัวอยู่ ในเงามืด กำลังเดินหมากตัดหน้าพวกเขาทั้งคู่อย่างเลือดเย็น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความแค้นอันล้ำลึกนี้มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%