กลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะและซากอิฐมอญโบราณอายุกว่าเจ็ดร้อยปีคละคลุ้งอยู่ในโพรงอากาศแคบๆ เบื้องล่าง ความมืดสนิทถูกขับไล่ให้ถอยร่นไปทีละคืบด้วยแสงสีนวลจากไฟฉายคาดหัวของศิลา นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางสีขาวกำลังปัดเขม่าดินละเอียดออกจากร่องสลักรูปอัปสรบนแผ่นศิลาทรายอย่างระมัดระวัง ทุกสัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเคารพต่อกาลเวลา ราวกับกำลังสื่อสารกับวิญญาณของผู้สร้างที่สูญหายไปในหน้าประวัติศาสตร์
"คุณกำลังใช้ความประณีตผิดที่ ผิดเวลาไปหน่อยไหมครับ... ด็อกเตอร์ศิลา"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเย็นชาดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ทำลายความเงียบงัดของสุสานร้างใต้ฐานโบราณสถาน รินรดาปรากฏตัวขึ้นในแสงไฟสลัว มือข้างหนึ่งถือกระเป๋าอุปกรณ์เก็บหลักฐาน อีกข้างสวมถุงมือพร้อมทำงาน ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องใต้ดินอับทึบอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับเอ็กซ์เรย์ทุกตารางนิ้วเพื่อหาพิรุธ
ศิลาไม่ได้หันกลับไปทันที เขายังคงใช้แปรงขนอ่อนปัดเศษดินออกจากอักษรโบราณอีกครั้ง จนกระทั่งลวดลายสลักปรากฏเด่นชัดขึ้นมา จึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นช้าๆ ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่นเบาๆ ตามความเหนื่อยล้าจากการทำงานข้ามคืน
"ความประณีตคือสิ่งเดียวที่แยกแยะระหว่าง 'นักโบราณคดี' กับ 'โจรขุดกรุ' นะครับ ผู้กองรินรดา" ศิลาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟฉายวับวาม "และผมคิดว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เขตอำนาจของกองปราบปราม... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ จนกว่าพวกคุณจะพบศพ"
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มเชิงวิเคราะห์ที่เธอมักใช้เวลาต้อนผู้ต้องสงสัยจนมุม
"บางที... คุณอาจจะพูดเร็วไปนิดครับ"
เธอขยับตัวหลีกทางให้แสงไฟจากอุปกรณ์ของเธอส่องเลยผ่านไหล่ของเธอเองไปยังมุมมืดอีกด้านหนึ่งของห้องโถงใต้ดิน ซึ่งถูกบังด้วยเสาศิลาขนาดใหญ่
ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยแวบผ่านดวงตาที่มักจะเยือกเย็น เขาก้าวเท้าเดินเลี่ยงผ่านรินรดาไปช้าๆ กลิ่นบางอย่างลอยมาแตะจมูกก่อนที่สายตาจะทันได้ปรับโฟกัส—กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่คุ้นเคยดีในโลกอาชญากรรม แต่แปลกปลอมยิ่งนักเมื่อมันแทรกตัวเข้ามาในสุสานอายุนับพันปี
ลำแสงจากไฟฉายของศิลาทาบทับลงบนร่างที่นอนขดอยู่บนพื้นศิลาเย็นเฉียบ
ร่างนั้นเป็นของผู้ชายสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้ม ใบหน้าซีดเผือดจนเกือบเป็นสีเทา ดวงตาเบิกโพรงค้างมองเพดานหินด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายยังคงความอุ่นไว้เล็กน้อย บ่งบอกว่าเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของศิลาสะดุดกึก ไม่ใช่สภาพศพ... แต่เป็นรอยแผลฉีกขาดที่ลำคอ และสัญลักษณ์ประหลาดที่ถูกกรีดด้วยของมีคมลงบนผิวหนังบริเวณหน้าอก
มันคืออักษรโบราณตัวเดียวกับที่เขากำลังศึกษาอยู่บนแผ่นศิลาเมื่อครู่... อักษร "ปาปะ" ที่แปลว่าความพินาศ
"เขารู้ว่าคุณกำลังตามหาอะไร และเขาก็รู้ว่าคุณกำลังจะเจออะไร" รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เคียงข้างศิลา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย น้ำเสียงของเธอจริงจังและกดต่ำลง "บอกผมมาตามตรง ด็อกเตอร์... งานวิจัยชิ้นนี้ของคุณ ไปเหยียบ 'เท้า' ใครเข้ากันแน่ ถึงมีคนยอมลงทุนจัดฉากฆาตกรรมกลางสุสาน เพื่อส่งสาส์นเตือนคุณแบบนี้"
ศิลาหันกลับไปสบตารินรดา นัยน์ตาของนักโบราณคดีไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความครุ่นคิดที่ลึกล้ำและเฉียบคม เขากวาดสายตามองศพสลับกับแผ่นศิลาโบราณในมือ สมองกำลังประมวลผลความเชื่อมโยงระหว่างอดีตอันดำมืดกับฆาตกรรมปัจจุบันที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต
"เขาไม่ได้ส่งสาส์นถึงผมหรอกครับ ผู้กอง..." ศิลาเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่ชัดเจนในความเงียบงัน "แต่เขากำลังบอกว่า... ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้แย้งสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ทางเข้าแคบๆ เบื้องบน—เสียงที่ไม่ได้มาจากตำรวจชุดสืบสวนของเธออย่างแน่นอน
รินรดาชักปืนพกออกจากซองข้างเอวด้วยความรวดเร็วตามสัญชาตญาณนักล่า ขณะที่ศิลาพุ่งตัวคว้าแผ่นศิลาโบราณขึ้นมาแนบอก ทันใดนั้น ไฟฉายทุกดวงในอุโมงค์เบื้องบนก็ดับพรึบลงพร้อมกัน เหลือเพียงความมืดมิดและเสียงลมหายใจของใครบางคนที่กำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ ในความมืดมิดนั้นเอง ประโยคกระซิบแหบพร่าก็ดังลอดมาจากมุมอับของผนังสุสาน...
*“ยินดีต้อนรับสู่การขุดค้นครั้งสุดท้ายครับ... ด็อกเตอร์”*
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
นักโบราณคดีไร้เงากับฆาตกรในสุสานร้าง•ตอนที่ 1
รอยร้าวในศิลาพันปี
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักโบราณคดีไร้เงากับฆาตกรในสุสานร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
