"ถ้าคิดว่าข้าจะยอมก้มหัวให้พวกตระกูลจอมปลอมนั่นอีกแม้แต่ก้าวเดียว ก็ลองเอาเท้ามาเหยียบเรือนของข้าดูสิคะ!"
เสียงตักน้ำในโอ่งกระแทกกับขอบไม้ดังโคร้งคราม สะท้อนความหงุดหงิดที่รินรดากำลังเผชิญอยู่ เชฟสาวมือฉมังผู้ข้ามภพมาอยู่ในร่างหญิงสาวอาภัพ ขยับมือเรียวสวยตำพริกแกงในครกหินเสียงดังปั๊กๆ เพื่อระบายอารมณ์ กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้ง ข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูดโขลกละเอียดผสมกันจนส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วครัวหลังบ้าน ควันสีจางจากเตาถ่านพวยพุ่งลอยอ้อยอิ่งตัดกับแสงยามบ่ายที่สาดส่องผ่านร่องฝาไม้ไผ่
ในมิติจิตของเธอนั้น ตอนนี้เมล็ดพันธุ์ขมิ้นชันป่าและพริกไทยดำเกรดพรีเมียมจากโลกยุคปัจจุบันกำลังสุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยว แต่ปัญหาเฉพาะหน้าคือความหิวโหยและความเงียบเหงาของบ้านไม้หลังเก่าที่ผุพังตามกาลเวลาแห่งนี้ ทว่าความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าหนักแน่นที่หยุดชะงักอยู่ตรงรั้วไม้ไผ่เตี้ยๆ หน้าบ้าน
รินรดะชะໍงักมือที่กำลังตวัดทัพพี เธอหันขวับไปมองผู้มาเยือนผ่านหน้าต่างห้องครัว
ที่นั่น... ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบเปื้อนฝุ่นดิน ใบหน้าคมคายดุดันราวกับรูปสลักหิน หน้าผากกว้างมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่เพิ่มความน่าเกรงขาม ดวงตาสคมกริบคู่นั้นกวาดมองมาที่ตัวเธอ นิ่งสนิทและเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งบรรยากาศรอบตัวได้ทันที
พันธกานต์ หรือที่ชาวบ้านแถบนี้เรียกกันลับๆ ว่า "พี่เข้ม" อดีตนายทหารหนุ่มผู้ปลดประจำการมาทำไร่ไถนา เขาไม่ได้เอ่ยทักทาย ร่างกำยำนั้นยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงรั้วราวกับเสาเข็มตอกตรึงพื้นที่ไว้ ทว่าจมูกโด่งเป็นสันนั้นกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อยเมื่อลมพัดโชยเอากลิ่นหอมรัญจวนใจของเครื่องแกงที่เธอเพิ่งตำเสร็จพุ่งเข้าใส่
"เจ้าของบ้าน... ตายหรือยัง?" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินกลิ้งคลุกฝุ่นดังขึ้น ทำลายความเงียบกริบ
รินรดะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ความกลัวในสัญชาตญาณถูกแทนที่ด้วยความท้าทายทันที เธอยืดตัวตรง วางทัพพีลงแล้วเดินนวดย่างเท้าออกไปที่ระเบียงบ้านอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตจ้องมองกลับไปยังนายทหารหน้าตายอย่างไม่ลดละ
"ถ้าฉันตายไปแล้ว ผีตนไหนจะยืนตำพริกแกงหอมฟุ้งจนท่านจมูกกระดิกตามมาถึงรั้วบ้านกันล่ะคะคุณอดีตทหาร?" น้ำเสียงใสแต่เฉียบคมสวนกลับทันควัน
พันธกานต์หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า รินรดะในยามนี้ไม่ได้ดูอ่อนแอหรือน่าสมเพชเหมือนวันที่ถูกขับไล่ให้ออกมาอยู่เรือนหลังเก่าท้ายหมู่บ้านเลยแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่เปื้อนเขม่าควันบางเบา ยิ่งขับให้ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายดื้อรั้นและฉลาดเฉลียวอย่างประหลาด นายทหารหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยเตะจมูกต่างหากที่มันชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนน่าหงุดหงิด
"ข้าได้กลิ่น... แปลกประหลาด" พันธกานต์เอ่ยเสียงห้วน พรางพยักเพยิดไปทางหม้อดินบนเตา "กลิ่นมันฉุนทะลุไปถึงชายทุ่งโน่น นึกว่าบ้านใครไฟไหม้"
"เขาเรียกกลิ่นเครื่องแกงป่าสูตรโบราณค่ะ ไม่ใช่ไฟไหม้... แต่ถ้าท่านยังยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ตรงนั้น ระวังบ้านฉันจะลุกเป็นไฟจริงๆ เพราะความหิวของท่านเองนะ" รินรดะยิ้มเยาะที่มุมปาก เดินกลับเข้าไปในครัวโดยไม่รอฟังคำอนุญาต พร้อมกับตักน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยยุ่ยลงในหม้อตั้งไฟเดือดปุดๆ
หญิงสาวจัดการบรรจงใส่พริกแกงที่โขลกจนเนียนละเอียดลงไป เสียงซู่ซ่าเมื่อเครื่องแกงกระทบกับน้ำซุปเดือดพล่านดังสนั่น ตามด้วยการโรยใบกระเพราป่า กลิ่นหอมของสมุนไพรนานาชนิดพวยพุ่งระเบิดความหอมออกมาราวกับคลื่นพายุหมุน กลิ่นหอมของข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่นกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ยังต้องบินหนีด้วยความตกใจ
พันธกานต์ก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว ดวงตาคมกริบมองดูท่าทีคล่องแคล่วว่องไวของหญิงสาว มือเรียวสวยที่ตักเครื่องปรุงอย่างแม่นยำ สีหน้าจริงจังยามที่เธอชิมรสชาติอาหารช่างมีเสน่ห์สะกดสายตา จนเขาเผลอมองค้างไปโดยไม่รู้ตัว
"ยืนมองขนาดนี้... จะขอส่วนบุญหรือจะขอซื้อกินกันแน่คะ?" รินรดะหันขวับมาเอ่ยแซะพลางหรี่ตามองชายหนุ่มร่างยักษ์ที่ยืนเกะกะทางเดิน
"ข้าไม่ได้ขอ... ข้าจะซื้อ" พันธกานต์ตอบเสียงแข็งกลบเกลื่อนอาการประหม่าแปลกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "เอามาถ้วยหนึ่ง เท่าไหร่ว่ามา"
รินรดะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยเล่ห์กล "เงินทองตอนนี้ฉันไม่รับหรอกค่ะท่านทหาร... แต่ถ้าท่านอยากกินแกงป่าฝีมือฉันล่ะก็ ช่วยเอาฟืนกองโตหลังบ้านไปผ่าให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใช้ได้ถึงสิ้นเดือน แลกกับแกงป่าร้อนๆ รสชาติจัดจ้านชามนี้... ดีลไหมล่ะคะ?"
พันธกานต์นิ่งงัดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากของเธอดูเจ้าเล่ห์แต่ก็น่ามองอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผ่นอกกำยำภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง
"จัดการผ่าฟืนให้เจ้า... มันก็แค่เรื่องเด็กๆ"
พูดจบร่างสูงใหญ่ก็เดินดุ่มๆ ไปหยิบขวานด้ามโตที่พิงไว้มุมห้องครัวทันที ทิ้งให้รินรดะยืนอมยิ้มอยู่หน้าเตาไฟ ขณะที่กลิ่นหอมของแกงป่าสูตรเด็ดกำลังลอยฟุ้งกระจายไปทั่วผืนป่ารอบด้าน ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะยกหม้อลงจากเตหานั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนโวยวายของใครบางคนก็ดังแว่วมาจากปากทางเข้าไร่ พร้อมกับเงาร่างของแม่สามีใจร้ายที่ถือวิสาสะผลักประตูรั้วพังโครมเข้ามาพร้อมกับบริวารอีกหลายคน!
รินรดะหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชา นางจิ้งจอกแก่ตนนั้นมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก และดูท่าทางคงไม่มาดีอย่างแน่นอน
ดวงตาของรินรดะหันกลับไปสบกับพันธกานต์ที่ถือขวานนิ่งค้างอยู่กลางลานบ้าน สายตาดุดันของอดีตทหารหนุ่มหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนน่ากลัว...
--------------------------------------------------------------
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในกลิ่นอายความหอมกรุ่นของเครื่องเทศและวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ด้วยกันนะคะ - ครัวคุณยาย)
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 3
รอยยิ้มของนายทหารหน้าตาย
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!