กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 27

จุดเปลี่ยนของความรู้สึก

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าพี่พูดจาโ쪽ๆ แบบนี้อีกครั้งเดียว รินจะเอาพริกแกงเผ็ดนรกแตกสาดใส่หน้าให้เข็ดนะคะ!" เสียงหวานใสที่เจือความขุ่นเคืองเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางควันโขมงจากเตาถ่านหลังบ้าน รินรดายืนเท้าสะเอว ชุดผ้ากันเปื้อนสีมอๆ มีคราบขมิ้นและรอยแป้งติดอยู่ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความดื้อรั้น เธอเพิ่งจัดการต้อนพวกญาติจอมฉ้อฉลที่หน้าด้านมาขอส่วนแบ่งกำไรจากร้านค้ากลับไปจนหน้าหงายด้วยสารพัดสมุนไพรเด็ดในมือ และตอนนี้ คนที่สมควรจะช่วยเธอล้างครกหิน กลับมายืนกอดอกพิงวงกบประตู ส่งสายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองเหยื่อมาที่เธอเสียได้ พันธกานต์ หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันลับๆ ว่า "อดีตแม่ทัพหน้ายักษ์" หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกกว้าง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นจากงานไร่ เขาไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวจนกลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นดินกลิ่นฝนและกลิ่นเหงื่อจางๆ โชยเข้าปะทะจมูก รินรดารู้สึกได้ทันทีว่าพื้นที่รอบตัวแคบลงถนัดตา "อยากสาดก็ลองดูสิครับ... เอ๊ย! อยากสาดก็ลองดูส้า..." ชายหนุ่มเกือบหลุดปากคำพูดคุ้นชิน แต่พอเห็นคิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปม เขาก็รีบเปลี่ยนสรรพนามในใจแทบไม่ทัน รินรดาย่นจมูกใส่ความกะล่อนที่นานๆ จะได้เห็นทีของสามีปากแข็งคนนี้ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่ผ่านศึกหนักมาด้วยกันไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งการฟื้นฟูไร่รกร้าง การต่อกรกับญาติผู้พี่ที่จ้องจะฮุบที่ดิน และการสร้างแบรนด์ "ครัวคุณยาย" จนโด่งดังไปทั่วอำเภอ รินรดาใช้ความรู้เรื่องสมุนไพรและมิติจิตที่เป็นคลังเครื่องเทศโบราณผลิตสินค้าออกขายจนกำไรพุ่งกระฉูด ส่วนพันธกานต์ก็ใช้กำลังและสติปัญญาปกป้องเธอจากทุกอุปสรรค ราวกับพญาเสือที่คอยพับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่ต่างหลบเลี่ยงมาตลอด... หัวใจของกันและกัน "ถอยไปเลยนะคะ พี่เข้ม รินจะเคี่ยวหัวกะทิทำแกงเขียวหวานเนื้อน่องลายสูตรพิเศษส่งให้ตลาดมืดคืนนี้ เดี๋ยวของจะเสียเวลา" หญิงสาวเอ่ยปากไล่พลางหยิบกระบวยไม้ขึ้นมาเคาะขอบหม้อดินเผาขู่เบาๆ ทว่ามือเรียวที่ถือกระบวยกลับสั่นน้อยๆ อย่างปิดไม่มิด พันธกานต์ไม่ยอมถอย เขากลับยื่นมือใหญ่หยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมมาสัมผัสข้อมือบางที่ถือกระบวยอยู่ แรงบิดเบาๆ แต่เด็ดขาดทำให้รินรดาต้องจำยอมวางกระบวยลง เสียงหัวใจของเธอดังแข่งกับเสียงเดือดปุดๆ ของกะทิในหม้อ "ริน..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ไม่มีเค้าลางความกวนประสาทเมื่อครู่ เหลือเพียงความจริงจังลุ่มลึกที่ทำเอาหญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ชีวิต แต่ทว่าลึกลงไปกลับฉายแววความอบอุ่นและโหยหาอย่างรุนแรง พันธกานต์มองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตทหารอดีตสนามรบมาไว้ที่วินาทีนี้ "พี่ไม่ใช่คนพูดเก่ง รินก็รู้" เขาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ตอนที่พี่เห็นรินลุยเดี่ยวไปเอาคืนพวกมันที่ตลาด... ตอนที่รินเหนื่อยจนล้มพับไปกับกองกระชาย... หัวใจพี่มันกระวนกระวายยิ่งกว่าตอนอยู่ในสนามรบเสียอีก รินเก่ง เก่งจนบางทีพี่ก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า... ถ้าไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ คอยปกป้องเธอ" รินรดานิ่งงัน คำพูดที่ร้อยเรียงออกมาอย่างเรียบง่ายแต่จริงใจจากปากของอดีตทหารผู้แข็งกระด้าง ทำให้ขอบตาของเธ ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความเหนื่อยล้าสะสมจากการต่อสู้ฟันฝ่ามาเนิ่นนานราวกับถูกละลายหายไปด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ "พี่เข้ม..." เสียงของเธอแผ่วเบาลง "พี่รักรินนะ" พันธกานต์เอ่ยออกไปแล้ว สองคำที่เก็บงำไว้ในใจมาเนิ่นนาน มือหนาทั้งสองข้างประคองใบหน้านุ่มของภรรยาอย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือแก้วตาดวงใจที่เปราะบางที่สุดในโลก แม้ผิวสัมผัสจะหยาบกร้าน แต่วินาทีนี้กลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย "รักตั้งแต่แรกเห็นตอนที่เธอตบะแตกด่าตบตีกับพวกคนงานหน้าเลือดที่ไร่แล้ว... รักผู้หญิงปากร้ายแต่ใจดีคนนี้ รักทุกลมหายใจของตัวเองเลย" รินรดากะพริบตาไล่หยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยออกไป เธออมยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบรอบลำคอหนาของสามีไว้แน่น ซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่น "รินก็... รักพี่ค่ะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดผ่านซอกคอของเขา "รักตาขี้เก๊ก ปากแข็งคนนี้มานานแล้วเหมือนกัน... รู้ไหมคะว่าทำไมรินถึงยอมแต่งงานกับพี่ตั้งแต่แรก" พันธกานต์กอดกระชับร่างบางเข้ามาแนบอกแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับสายลม "ทำไมล่ะครับ หืม?" "ก็เพราะกลิ่นแกงป่าไก่บ้านฝีมือพี่ในวันแรกที่รินมาถึง มันหอมจนรินคิดว่า... ผู้ชายทำอาหารอร่อยขนาดนี้ คงเป็นคนจิตใจดีและรักครอบครัวมากแน่ๆ" เธอหัวเราะคิกคักเบาๆ ในลำคอ บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ไอร้อนจากเตาถ่านหลังบ้านไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป หากแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความอบอุ่นของคำว่า 'บ้าน' ที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและหัวใจ ทว่า ในขณะที่ความรักกำลังสุกงอมและทั้งคู่กำลังจะโน้มใบหน้าเข้าหาเพื่อประทับรอยจุมพิตยืนยันความรู้สึกอย่างเป็นทางการนั้นเอง... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนพยายามพังมันเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตกใจกลัวของเพื่อนบ้านดังแว่วมาตามลม "คุณริน! คุณพันธกานต์! แย่แล้วจ้า! ทางการ... ทางการจากอำเภอและกองทหารหลวง กำลังยกพลบุกเข้ามาที่ไร่ พร้อมหมายค้นประกาศจับข้อหาลักลอบค้าของเถื่อนข้ามแดน!" รินรดาสะดุ้งเฮือก ผนקתอารมณ์หวานซึ้งเมื่อครู่ถูกกระชากกลับสู่โลกความเป็นจริงในเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่พันธกานต์หรี่ตาลง รังสีอำมหิตและแววตาดุดันของอดีตแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในทันที มือหนาผลักภรรยาไปไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้ามีดอีโต้ประจำครัวขึ้นมาถือไว้มั่น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ สุขและเศร้า ลิ้มรสชาติชีวิตและอาหารจานเด็ดไปกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%