กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 26

คนอดีตทหารคืนฟอร์ม

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าพวกแกยังกล้าก้าวเข้ามาในเขตครัวหลังบ้านของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" เสียงตวาดกร้าวของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามพลบค่ำ กลิ่นหอมฉุนของพริกแกงป่าที่เธอเพิ่งตำเสร็จใหม่ๆ ลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะคว้าจับต้องได้ เงาตะคุ่มสามร่างของอันธพาลประจำถิ่นที่ถูกว่าจ้างมาโดยญาติจอมเจ้าเล่ห์กำลังย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวเธอ มือหนาหยาบกร้านของหัวหน้าแก๊งเอื้อมคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาวหมายจะลากตัวเธอออกไปจากพื้นที่ รินรดาเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ เชฟสาวผู้กุมความลับคลังเครื่องเทศวิเศษในมิติจิตไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ เธอกำลังจะเรียกผงสมุนไพรแสบตาจากมิติออกมาซัดใส่หน้าพวกมัน แต่ทว่า... เร็วยิ่งกว่าความคิด *พลั่ก!* เงาร่างกำยำของชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีเข้มชุ่มเหงพุ่งทะยานออกมาจากความมืดราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่า พันธกานต์พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อของหัวหน้าอันธพาลผู้นั้นด้วยมือข้างเดียวแรงมหาศาล จนอีกฝ่ายสำลักหน้าเขียวด้วยความตกใจ "เมียกู... มึงกล้าดียังไงมาแตะต้อง!" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของอดีตทหารหาญดังคำรามก้อง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยววับวาวด้วยประกายเพลิงแห่งโทสะ ความเกรี้ยวกราดที่เขาเก็บกดไว้ภายใต้มาดนิ่งเงียบมาตลอดระเบิดออกในวินาทีนี้ พันธกานต์ไม่ได้ใช้แค่พละกำลัง แต่เขาใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่เคยผ่านสนามรบจริงมาแล้ว มือหนาบิดข้อมือของมันไขว้หลังด้วยมุมองศาที่ทำเอาเสียงกระดูกลั่นกรอบดังสนั่นท่ามกลางความตกตะลึง "โอ๊ย! ปล่อยกูนะเว้ย! พวกกูแค่มาตักเตือน..." อันธพาลร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด "ตักเตือนพ่อแม่มingสิ!" พันธกานต์ไม่รอให้มันพูดจบ เขากระทุ้งเข่าเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าแก๊งทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในคราวเดียว ลูกน้องอีกสองคนที่เหลือเห็นท่าไม่ดี ชักมีดพกสั้นขึ้นมาหมายจะรุมแทงข้างหลัง รินรดารีบสูดหายใจเข้าลึกๆ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก แต่แววตาของเธอกลับฉายแววเฉียบคม เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวพร้อมกับส่งเสียงเตือนสามี "พี่เข้ม ระวังข้างหลังค่ะ!" ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ สัญชาตญาณทหารหาญทำให้พันธกานต์หมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็วดั่งสายลมพายุ เขาเตะตัดขาไอ้ลูกน้องคนแรกจนลอยละลิ่วตกลงไปกระแทกกับกองฟางข้างเล้าเป็ด ส่วนอีกคนพุ่งเข้ามาหมายแทงเข้าที่สีข้าง อดีตทหารหนุ่มเบี่ยงตัวหลบคมมีดได้อย่างเฉียดฉิวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะคว้าข้อมือของมันแล้วกระชากเข้าหาตัว พร้อมกับใช้ศอกกระแทกเข้าที่ปลายคางเต็มแรงจนมันหงายหลังสลบเหมือดไปคาที่ เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ พื้นดินรอบครัวหลังบ้านก็เต็มไปด้วยเสียงครวญครางของพวกอันธพาลที่นอนกองไม่เป็นท่า พันธกานต์ยืนหอบหายใจเบาๆ อกหนากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่ยังค้างคา เขากวาดสายตาดุร้ายมองพวกมันรอบหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ถ้าไม่อยากพิการกลับบ้านไป ก็ไสหัวออกไปจากไร่ของกูซะ! และจำใส่กะโหลกไว้... ถ้ากล้ากลับมาเหยียบคราวหน้า ศพพวกมึงจะไม่ได้กลับออกไปดีๆ แน่!" สิ้นคำประกาศิตนั้น สองคนที่ยังพอมีแรงพยุงตัวรีบหิ้วปีกหัวหน้าแก๊งและเพื่อนที่สลบวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมและกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ลอยวนอยู่ในอากาศ รินรดารีบวางตะหลิวในมือลงแล้วสาวเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มทันที ดวงตาคู่สวยสำรวจร่องรอยตามเนื้อตัวของสามีด้วยความห่วงใยระคนตระหนก "พี่เข้ม... เจ็บตรงไหนไหมคะ?" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แม้จะรู้ว่าสามีเก่งกาจเพียงใด แต่ภาพที่เขาต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอก็บีบคั้นหัวใจไม่น้อย พันธกานต์หันกลับมามองภรรยา ดวงตาดุดันที่เพิ่งแผดเผาใส่ศัตรูเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกในทันที เขาทอดมองใบหน้าเนียนที่เปื้อนเขม่าควันไฟเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือหนามาโอบเอวบางของเธอเข้าหาตัวแน่น ราวกับจะยืนยันว่าเธอยังคงปลอดภัยอยู่ในอ้อมกอดนี้ "พี่ไม่เป็นไร... คนที่เกือบทำให้พี่อกสั่นขวัญหายมันคือเมียต่างหาก" เขาเอ่ยเสียงพร่า มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายืนใกล้ที่เปลี่ยวคนเดียว ทำไมดื้อแบบนี้ หืม?" "รินไม่ได้ดื้อสักหน่อยค่ะ..." หญิงสาวมุ่ยปากเล็กน้อย แม้จะเถียงแต่ก็ซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาแต่โดยดี ซึมซับความอบอุ่นและไออุ่นจากร่างกายที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดเมื่อครู่ "ใครจะไปคิดว่าพวกมันจะกล้าบุกเข้ามาถึงในบ้านตอนหัวค่ำแบบนี้ล่ะคะ สงสัยป้าสะใภ้คงแค้นใจเรื่องที่เราเอาชนะเรื่องสัญญาที่ดินในตลาดเมื่อวานแน่ๆ" "ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปเถอะ..." พันธกานต์ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอระหงของภรรยา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความคลั่งรักจนแทบจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัว "ต่อให้พวกมันยกมาทั้งหมู่บ้าน พี่ก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายเธอเด็ดขาด" รินรดายิ้มบางๆ ออกมา เธอผละออกจากอ้อมอกอุ่นเล็กน้อยเพื่อเงยหน้าสบตากับสามี ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงกระทะพริกแกงป่าที่ตั้งอยู่บนเตาไฟ "ตายจริง... พริกแกงป่าของรินไหม้หมดแล้วมั้งคะเนี่ย มัวแต่มาจัดการพวกอันธพาลซะก่อน" "ช่างพริกแกงเถอะน่า..." พันธกานต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นเกลี่ยแก้มนวลของเธอเบาๆ "มากินเมียเอ้ย... มากินข้าวเย็นกันดีกว่า พี่ช่วยก่อไฟต้มซุปกระดูกหมูใส่ใบชะอมไว้ให้ตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว ป่านนี้คงเปื่อยนุ่มกำลังดี" หญิงสาวค้อนให้สามีหนุ่มวงใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ "ปากหวานตลอดนะคะ... งั้นเดี๋ยวรินไปตักซุปมาร้อนๆ เลยค่ะ รับรองว่าซดแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่นอน" รินรดากลับไปจัดการตักแกงซุปกระดูกหมูร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งของสมุนไพรพื้นบ้านและใบชะอมขึ้นโต๊ะ กลิ่นหอมเย้ายวนใจของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดเข้าเนื้อ ผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของพริกแกงป่าที่เธอเพิ่งผัดเสร็จเมื่อครู่ ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านหลังน้อย ขับไล่บรรยากาศอันน่ากลัวเมื่อครู่ออกไปจนหมดสิ้น ทั้งสองนั่งลงร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันใต้แสงตะเกียงสลัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและลึกซึ้ง พันธกานต์ตักชิ้นเนื้อหมูเปื่อยนุ่มใส่ถ้วยให้ภรรยาไม่ขาด รินรดาก็ตักน้ำซุปส่งให้สามีด้วยรอยยิ้ม ความรักและความเข้าใจที่ผ่านการพิสูจน์มาหลายต่อหลายครั้งทำให้หัวใจของคนทั้งคู่ผูกพันกันแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารท่ามกลางความสงบสุขนั้นเอง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อพันธกานต์ด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติจากผู้ใหญ่บ้านที่ควรจะนอนหลับไปนานแล้ว "พ่อเข้ม! แม่ริน! เปิดประตูเร็อส! แย่แล้ว... ในหมู่บ้านเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวและลิ้มรสชาติชีวิตไปกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%