"เมียจ๋า... พี่กลับมาทันกินข้าวเย็นที่เธอทำพอดีใช่ไหม?"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ดังขึ้นจากประตูหลังบ้าน พร้อมกับร่างหนาใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นดินและเหงื่อไคลจากการทำงานหนัก ทำให้รินรดาที่กำลังงละมุนอยู่กับการโขลกเครื่องแกงในครกหิน ชะงักมือเล็กน้อย เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะหันไปค้อนใส่สามีตัวโตที่ส่งยิ้มกริ่มจนตาหยีมาให้
"ปากหวานเสียจริงนะคะพี่เข้ม ตัวเหม็นสาบเหงื่อขนาดนี้ ยังมีหน้ามาถามหาข้าวเย็นอีกหรือคะ ไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเสียก่อนเถอะค่ะ สำรับวันนี้รินตั้งใจทำเป็นพิเศษเชียวนะคะ" รินรดาเอ็ดเบาๆ แต่ดวงตากลมโตกลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเอ็นดู พันธกานต์หัวسเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาสلاบเข้ามาใกล้แล้วฉวยหอมแก้มเนียนนุ่มของภรรยาฟอดใหญ่ทันทีโดยไม่เกรงใจหม้อแกงบนเตา
"ต่อให้เหนื่อยล้ามาจากไหน แค่ได้กลิ่นกับข้าวฝีมือเมีย และเห็นหน้าเธอ... แรงของพี่ก็กลับมาเป็นปลิดทิ้งแล้วล่ะค่ะ" พันธกานต์กระซิบเสียงพร่า แววตาสื่อความคลั่งรักออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทำเอารินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มขึ้นมาดื้อๆ นึกอยากจะหยิกแขนล่ำๆ สักที สองสามีภรรยาที่กำลังจะมีความสุขกับช่วงเวลาพักผ่อนยามเย็นร่วมกันนั้น หารู้ไม่ว่า... พายุกำลังตั้งเค้าโหมกระหน่ำเข้าใส่ "ครัวหลังบ้าน" ของพวกเขาอย่างเงียบเชียบและเลือดเย็น
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูด้านหน้าร้านค้าและโรงครัวดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังทลายลงมา พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของฝูงชนที่ส่งเสียงดังเซנק็งราวกับรังแตนแตก รินรดากับพันธกานต์สบตากันทันที รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แววตาของอดีตทหารหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในร่างนักรบ ขณะที่รินรดากวาดตามองออกไปด้านนอกด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง
เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือกลุ่มชาวบ้านจำนวนครึ่งค่อนหมู่บ้าน นำโดย "คุณนายแม่" หรือแม่สามีใจร้ายจอมเจ้าเล่ห์ ที่ยืนเท้าสะเอวหน้าตาถมึงทึง ข้างกายมี "น้าชื่น" สมุนมือขวาถือตะกร้าหวายใบใหญ่ยืนยิ้มเยาะอย่างมีชัย
"เปิดหัวสุนัขออกมารabซิอีสะใภ้ตัวดี! แกทำร้ายชาวบ้านด้วยของกินสกปรกโสมมได้อย่างไร!" เสียงแหลมปรี๊ดของคุณนายแม่แผดลั่นจนคนมุงเงียบกริบ รินรดาก้าวเท้าออกไปยืนเคียงข้างพันธกานต์ แผ่นหลังตั้งตรง ใบหน้างดงามนิ่งสงบแต่แววตากลับเยียบเย็นขึ้นทีละน้อย
"คุณแม่พูดจาให้เกียรติกันด้วยนะคะ! ร้านของรินสะอาดสะอ้าน วัตถุดิบทุกอย่างคัดสรรมาอย่างดี มีใบเสร็จและที่มาที่ไปชัดเจน อยู่ๆ มากล่าวหาว่าใช้ของสกปรก หมายความว่าอย่างไรคะ!" รินรดาสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะนุ่มนวลแต่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"ยังจะมาปากแข็งอีกนะอีตัวดี!" น้าชื่นรีบแทรกขึ้นทันที นางก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับควักห่อใบตองเปื้อนคราบโคลนและหนอนตัวเล็กๆ ยั้วเยี้ยออกมาจากตะกร้า แล้วโยนลงแทบเท้าของรินรดา เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนทันทีเมื่อเห็นสภาพของในห่อใบตองนั้น
"นี่ไงหลักฐาน! ลูกชายฉันกินแกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้ฝีมือแกเมื่อวานซืน วันนี้ท้องเสียถ่ายท้องจนแทบหมดไส้หมดพุง หมอประจำตำบลบอกว่าในอาหารมีสิ่งปฏิกูลและพยาธิปะปนเปื้อน เป็นเพราะวัตถุดิบเน่าเสียที่แกแอบเอามาซุกซ่อนไว้ขายเพื่อลดต้นทุนใช่ไหม อีแม่ค้าไร้คุณธรรม!"
คำกล่าวหานั้นร้ายกาจและมุ่งทำลายชื่อเสียงถึงรากแก้ว รินรดาก้มลงมองห่อใบตองที่พื้น แววตาดำขลับวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง สมองอันฉลาดเฉลียวของเชฟสาวทำงานอย่างรวดเร็ว เธอจดจำวัตถุดิบทุกชิ้นที่ใช้ทำอาหารเมื่อวานซืนได้ขึ้นใจ แกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้ใช้หน่อไม้สดที่เธอเพิ่งขุดมาจากกอไผ่หลังบ้านและลวกจนสุกสะอาด ส่วนเนื้อไก่ก็สดใหม่ไร้กลิ่นคาว ยิ่งไปกว่านั้น... ห่อใบตองที่น้าชื่นถือมา มีกลิ่นอับชื้นของโคลนตมที่ไม่ใช่โคลนจากหลังบ้านของเธอแน่นอน!
นี่คือแผนการสกปรกที่จงใจจัดฉากขึ้นเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ "ครัวคุณยาย" ให้ย่อยยับในชั่วข้ามคืน!
พันธกานต์ขยับตัวก้าวออกไปบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนผู้คนที่ส่งเสียงโวยวายเมื่อครู่ถึงกับถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าทุกคนในที่นั้นด้วยความเยียบเย็น ชายหนุ่มเหยียดยิ้มหยันที่มุมปาก
"ใครบอกว่าเมียผมใช้ของเน่าเสีย... และใครกล้าดียังไงมาเหยียบย่ำชื่อเสียงบ้านหลังนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องกังวาน กดดันจนบรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลงทันตาเห็น คุณนายแม่แอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ด้วยความที่มั่นใจว่ามีพวกพ้องหนุนหลัง นางจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วร้องแว้ดเสียงดังกลบเกลื่อนความกลัว
"ไอ้เข้ม! แกอย่ามาหลงเมียนรกนี่จนหูหนวกตาบอดนะ! ชาวบ้านเขามีพยานหลักฐานคาตา จะปฏิเสธหน้าด้านๆ หรือไง! ถ้าวันนี้พวกแกไม่ปิดร้านชดใช้ค่าเสียหายและกราบขอโทษชาวบ้าน ฉันจะไปฟ้องนายอำเภอให้เนรเทศพวกแกออกจากหมู่บ้านนี้เสีย!"
เสียงสนับสนุนจากชาวบ้านบางคนที่ถูกจ้างวานและเป่าหูมาดังขึ้นสมทบ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับคุณนายแม่อย่างสง่างาม รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นเยียบถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม
"อยากให้รินรับผิดชอบใช่ไหมคะ... ได้ค่ะ งั้นเรามาพิสูจน์ความจริงกันต่อหน้าธารกำนัลตอนนี้เลยดีกว่า ว่าห่อใบตองเน่าๆ นี่มาจากครัวของรินจริง หรือมาจาก 'ที่อื่น' กันแน่!" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ห่อใบตองที่พื้น ชั่วพริบตานั้น จิตใต้สำนึกของเธอก็เชื่อมโยงกับมิติคลังเครื่องเทศและสมุนไพรในจิตวิญญาณ ปลายนิ้วเรียวสวยหยิบเศษดินโคลนที่ติดอยู่กับห่อใบตองขึ้นมาดมเพียงนิดเดียว เธอก็ยิ้มเยาะออกมา
"ดินตรงนี้มีกลิ่นของ 'โคลนจากบึงสาหร่ายเน่า' ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งห่างจากบ้านของดิฉันไปตั้งสามกิโลเมตร และที่สำคัญ..." รินรดาหันขวับไปมองหน้าน้าชื่นที่เริ่มซีดเผือดลงทันที "...ในห่อใบตองนี้มีกลิ่นฉุนของ 'ว่านแมลงสาบ' สมุนไพรหายากที่ขึ้นเฉพาะริมบึงนั้น ซึ่งในครัวของดิฉันไม่เคยมีและไม่เคยใช้แม้แต่ปลายเล็บ!"
ฝูงชนเริ่มฮือฮากันอีกครั้ง สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องที่น้าชื่นและคุณนายแม่สลับกันไปมาด้วยความสงสัย น้าชื่นหน้าถอดสี รีบละล่ำละลักแก้ตัวเสียงสั่น
"มะ... ไม่จริงนะ! อีสะใภ้นี่มันตลบตะแลง โกหกคำโตเพื่อเอาตัวรอด!"
"ฉันโกหก หรือพวกคุณกำลังร้อนตัวกันแนคะ?" รินรดาไม่ปล่อยให้ตั้งหลัก เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว แววตาคมปลาบดุดันไม่แพ้สามี "ในเมื่อกล่าวหาว่าอาหารของร้านเราทำให้ท้องเสีย รินท้าให้ท่านหมอประจำตำบลมาตรวจอาการของคนที่ป่วยจริง ณ ตอนนี้เลยค่ะ! และถ้ารินพิสูจน์ได้ว่าอาการท้องเสียนั้นไม่ได้เกิดจากร้านเรา พวกที่ก섬เรื่องใส่ร้ายป้ายสีจะต้องรับผิดชอบต่อหน้าทุกคนในที่นี้อย่างไรดีล่ะคะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณหน้าบ้านทันที ทุกคนต่างอึ้งงัดกับความเด็ดเดี่ยวและไหวพริบของสะใภ้บ้านนี้ คุณนายแม่หน้าเขียวสลับแดงด้วยความโกรธแค้นจนพูดไม่ออก พันธกานต์ยกยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจในตัวภรรยา เขาตวัดสายตาดุดันมองไปยังกลุ่มคนที่มาประท้วงด้วยความกดดันสูงสุด
ทว่า... ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและตลบหลังคนร้ายสำเร็จ ร่างของชายชราคนหนึ่งในหมู่บ้านที่อ้างว่าป่วยหนัก ก็ล้มฟุบลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้นต่อหน้าต่อตา พร้อมกับมีฟองสีขาวพุ่งทะลักออกจากปากท่ามกลางเสียงกรีดร้องตกใจของทุกคน!
"ตายแล้ว! ตาเฒ่ากินเข้าไปคำเดียว ชักตายคาทีแล้ว!"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างเพรียวชะงักงันเมื่อเห็นความผิดปกติที่พุ่งเข้าเล่นงานอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกรีดร้องระคนหวาดกลัวนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของหัวหน้ามือปราบประจำอำเภอที่ก้าวเข้ามาในวงล้อมด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
"หยุดทั้งหมด! ได้รับแจ้งว่ามีคดีฆาตกรรมโดยการวางยาพิษในอาหาร... ควบคุมตัวเจ้าของร้านทั้งหมดไปสอบสวนเดี๋ยวนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวและลิ้มรสชาติชีวิตไปกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 23
วิกฤตถูกใส่ร้ายป้ายสี
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!