"เอกสารกบฏบ้าบออันใด หากพวกท่านตาไม่บอดจนเกินไปนัก ก็น่าจะมองออกว่ากระดาษแผ่นนี้เป็นเพียงใบสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมจากตลาดเมืองใต้!"
เสียงตวาดก้องของรินรดาไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้รอบกายจะถูกรายล้อมด้วยทหารหลวงในชุดเกราะเหล็กกล้าที่เงาวับสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง ปลายหอกนับสิบเล่มจ่อตรงมายังร่างของเธอและพันธกานต์ ทว่าหญิงสาวยังคงยืนหยัดหลังตรง แววตาดุดันและเต็มไปด้วยความท้าทาย เธอปัดซองกระดาษสีน้ำตาลที่ถูกยัดเยียดว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ราวกับมันเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่า
พันธกานต์ขยับกายเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากำด้ามมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังข้อกล่าวหานี้—ใต้เท้าฉี ขุนนางท้องถิ่นผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโลภและรับสินบนจนตัวสั่น
"หึ ปากกล้าดีนี่ นางสะใภ้ตระกูลพันธ" ใต้เท้าฉีหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าอูมบวม "ต่อให้ไม่ใช่เอกสารกบฏ แต่วัตถุดิบและเครื่องเทศล้ำค่าที่พวกเจ้าซุกซ่อนไว้ในห้องครัวหลังบ้าน รวมถึงสูตรอาหารทิพย์ที่ทำให้คนทั้งเมืองแห่แหนกันมาซื้อหา... นั่นแหละคือของหลวงที่พวกเจ้าแอบอ้างครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต! ส่งมอบกุญแจมิติคลังเก็บของและสูตรลับทั้งหมดเสียแต่โดยดี แล้วข้าจะเมตตาไว้ชีวิตให้ไปเป็นทาสรับใช้ในกองทัพ ดีกว่าต้องหัวหลุดจากบ่า!"
ความโลภฉายชัดอยู่ในแววตาของขุนนางเฒ่า เขามองเห็นเม็ดเงินมหาศาลจากการผูกขาด "ครัวหลังบ้าน" ของรินรดา หากเขามีสูตรอาหารที่ปรุงด้วยเครื่องเทศวิเศษจากมิติรินรดา อำนาจและเงินตราคงไหลมาเทมาไม่ขาดสาย
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบจนคนที่ได้ยินต้องขนลุกซู่ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
"ของหลวง? เครื่องเทศเหล่านี้ข้าปลูกด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและจิตวิญญาณของข้าเอง อาหารทุกจานที่ข้าปรุงขึ้นมาด้วยความรักและความใส่ใจ เพื่อมอบให้แก่ผู้คนที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำมาหากิน ไม่ใช่เพื่อสนองความโลภของคนสารเลวที่เอาแต่รีดไถประชาชน!" รินรดาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้จะไม่มีอาวุธอยู่ในมือ แต่รัศมีน่าเกรงขามบางอย่างทำให้ทหารที่ถือหอกถึงกับชะงัก "ท่านอยากได้สูตรอาหารนักใช่ไหม? อยากได้เงินทองนักใช่ไหม? ฟังให้ดีนะ... ต่อให้พวกท่านเอาดาบมาจ่อคอหอยข้า หรือเอาไฟมาเผาเรือนหลังนี้จนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า ข้าก็ไม่มีวันก้มหัวให้คนเห็นแก่ตัวอย่างพวกท่านเด็ดขาด อาหารของข้า... มีค่าเกินกว่าจะเอามาเซ่น
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำของพันธกานต์เอ่ยขึ้นอย่างกังวล มือหนาเอื้อมมาแตะไหล่บางเบาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและปกป้อง แม้เขาจะพร้อมสู้ตายถวายหัวเคียงข้างภรรยา แต่เขาก็ไม่อยากให้รอดำต้องมาเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
"พี่เข้ม ไม่ต้องกลัวค่ะ" รินรดาหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้สามี แววตานุ่มนวลขึ้นในเสี้ยววินาทีเมื่อสบตากับชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และรักเธอสุดหัวใจ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยความเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง "คนพวกนี้ไม่คู่ควรแม้แต่จะได้กลิ่นไอความหอมของเครื่องเทศที่เราบรรจงปลูกหรอกค่ะ"
ใต้เท้าฉีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล ทหารและชาวบ้านแอบมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ต่างส่งเสียงซุบซิบกันระงม ความกลัวเริ่มกัดกินจิตใจชาวบ้านบางส่วน แต่สายตาส่วนใหญ่กลับมองมาที่รินรดาด้วยความชื่นชมและเห็นใจ
"บังอาจนัก! ปากดีนักนะ!" ใต้เท้าฉีตวาดลั่น ชักกระบี่ออกจากฝักชี้หน้าหญิงสาว "จับตัวพวกมันมัดไว้! ใครขัดขวางฟันไม่เลี้ยง! ค้นให้ทั่วเรือน เอาทุกอย่างที่มีค่าและห้องครัวนั้นมาเป็นของข้าให้หมด!"
ทหารกลุ่มใหญ่พรูเข้าไปหมายจะรวบตัวรินรดาและพันธกานต์ บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด พันธกานต์คำรามในลำคอราวกับพญาเสือที่ถูกรังแก เขาตวัดมีดสั้นเตรียมเข้าปะทะเพื่อปกป้องภรรยาสุดรัก แม้จะต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้ายก็ตามที
ทว่า... ในวินาทีที่คมดาบกำลังจะพุ่งเข้าประชิดตัวรินรดานั้นเอง
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน ราวกับพื้นดินกำลังสะเทือนเลื่อนลั่น แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงักและหันไปมองตามเสียง ฝุ่นตลบอบolอบอวลลอยฟุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของกองกำลังทหารม้าจำนวนมากที่ควบตะบึงเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ธงประจำกองทัพหลวงผืนใหญ่สะบัดพริ้วไหวกลางสายลม ตัวอักษรบนธงเด่นชัดจนทำให้ใต้เท้าฉีถึงกับหน้าถอดสี ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น
นั่นไม่ใช่ทหารท้องถิ่น... แต่มันคือหน่วยรบพิเศษหลวงที่ขึ้นตรงต่อแม่ทัพใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้ความปรานีต่อข้าราชการกังฉิน!
ม้าศึกสีดำสนิทตัวใหญ่ทะยานนำหน้า ฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าเรือนหลังบ้านของรินรดาพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะแม่ทัพเต็มยศก้าวลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม ใบหน้าคมคายดุดันและเย็นชาจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดเพียงแวบเดียวก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของรินรดาและพันธกานต์
ใต้เท้าฉีรีบคลานเข้าไปหมอบกราบแทบเท้าด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นงกงัน "ทะ... ท่านแม่ทัพ... ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่... กระผมกำลังจัดการกับพวกกบฏ..."
แม่ทัพใหญ่ไม่ได้ชายตาแลขุนนางชั่วผู้นั้นแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้รินรดา ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอรับชะตากรรม
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอมองชายหนุ่มในชุดแม่ทัพที่กำลังเดินตรงมาหา ใบหน้านั้น... ช่างคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อนในความทรงจำที่ลึกที่สุด
แม่ทัพหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าเธอ ปลดหมวกเกราะออกเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยประสบการณ์ เขาสบตากับเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความดุร้ายอย่างที่คิด กลับฉายแววความอบอุ่นโหยหา และริมฝีปากหยักลึกนั้นก็คลี่ยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง
"เมียจ๋า... พี่กลับมาทันกินข้าวเย็นที่เธอทำพอดีใช่ไหม?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางส่งกำลังใจให้ "ครัวคุณยาย" มาจนถึงบทนี้ด้วยนะคะ
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 22
ปฏิเสธเงินตราเพื่อรักษาจิตวิญญาณ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!