แสงสีแดงวาบขึ้นจากพื้นเบื้องใต้เท้าของกอร์ดอนพร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนที่ดังลั่นทะลุเพดานตึก—
"เตือนภัย! ตรวจพบการแทรกแซงเขตอาคมระดับสูง! โฮสต์กำลังถูกคุกคามด้วยพลังงานที่ไม่รู้จัก!"
เสียงสังเคราะห์ของระบบดังกระหึ่มจนแก้วหูแทบแตก กอร์ดอน หัวหน้าหน่วยจู่โจมพิเศษของสมาคมฮันเตอร์ชะงักกึก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบว่าวงแหวนเวทสีเลือดไม่ได้กำลังสูบพลังของเร็นอย่างที่มันคาดคิด ทว่ามันกำลังย้อนกลับมาดูดกลืนออร่าและเรี่ยวแรงของมันเองอย่างบ้าคลั่ง
"เป็นไปไม่ได้...!" กอร์ดอนคำรามด้วยความตกใจ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว "แกทำอะไรกับเขตอาคมของฉัน! วิชามารอะไรวะ!"
เร็นยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ไอพลังสีดำทมิฬพวยพุ่งรอบตัวราวกับเปลวเพลิงแห่งความตาย แววตาของชายหนุ่มเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่นั้น เขามองกอร์ดอนที่กำลังคุกเข่าลงทีละน้อยด้วยน้ำหนักกดทับจากพลังที่สะท้อนกลับ ราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองดูหนอนแมลงดิ้นรน
"วิชามารงั้นหรือครับ?" เร็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตใจ "สำหรับพวกคุณที่ใช้ชีวิตอยู่บนความโลภและเหยียบย่ำผู้อื่น พลังที่บริสุทธิ์คงดูเหมือนปีศาจร้ายสินะครับ... แต่สำหรับผม นี่คือบทเรียนราคาแพงที่พวกคุณต้องชดใช้ต่างหาก"
เซร่าที่ยืนคุ้มเชิงอยู่ด้านข้างสะบัดดาบในมือซ้าย คมดาบอาบด้วยประกายออร่าสีเงินยวงตัดผ่านความมืดมิดของโกดังร้างแห่งนี้อย่างไร้สุ้มเสียง เธอมองกอร์ดอนด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ หญิงสาวขยับตัวเข้ามาใกล้เร็นอีกนิด เพื่อแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ต่อให้ศัตรูจะมีกองกำลังนับร้อยล้อมอยู่รอบนอก เธอก็พร้อมจะตัดหัวพวกมันทิ้งทั้งหมดหากพวกมันกล้าขยับเข้าใกล้เร็นแม้แต่ก้าวเดียว
"เร็น..." เสียงของเซร่ากระซิบแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา "อย่าเสียเวลากับเศษสวะพวกนี้เลยครับ ข้างนอกยังมีฝูงไฮยีน่ารออยู่"
"ผมรู้ครับ เซร่า" เร็นตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับหญิงสาวผู้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเดินเคียงข้างเขา ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะกลับมาคมกริบดั่งใบมีดเมื่อหันกลับไปหากอร์ดอน
ย้อนกลับไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว ระหว่างที่กอร์ดอนหัวเราะเยาะด้วยความมั่นใจว่าเร็นได้ตกลงสู่หลุมพราง เร็นกลับใช้ทักษะพิเศษ [เนตรวิเคราะห์สวรรค์] มองทะลุโครงสร้างเวทมนตร์ของเขตอาคมระดับ S นั้นอย่างรวดเร็ว ระบบไม่ได้มอบแค่พละกำลังและความมั่งคั่งให้เขา แต่มันมอบ "ปัญญา" ที่จะมองเห็นจุดอ่อนของทุกสิ่งในจักรวาลนี้ เขาสัมผัสได้ถึงความโลภที่สะสมอยู่ในตัวของกอร์ดอน—ความโลภที่อยากได้พลังและผลงานเพื่อเลื่อนขั้น
เร็นจึงใช้ทักษะ [กระจกเงาสะท้อนบาป] ซึ่งเป็นทักษะลับที่ปลดล็อกจากการสังหารบอสในดันเจี้ยนก่อนหน้า เปลี่ยนทิศทางพลังงานที่ถูกดูดกลืน ให้กลายเป็นตัวกระตุ้นความโลภของกอร์ดอนเอง จนกระทั่งเขตอาคมสะท้อนกลับและกัดกินพลังชีวิตของตัวผู้ใช้เสียเอง
"อ๊ากกก...!" กอร์ดอนกรีดร้องลั่น ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยแตกร้าวราวกับตุ๊กตาเคลือบที่กำลังจะแตกสลาย พลังออร่าระดับ A ของเขาเหือดแห้งลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ความมั่นใจและความหยิ่งยิ่งในฐานะหัวหน้าหน่วยจู่โจมมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายวัยกลางคนที่กำลังนอนแผ่หลา หอบหายใจโรยรินบนพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ
"แก... แกเป็นใครกันแน่... เร็น... แกมันแค่อดีตฮันเตอร์ไร้แต้มไม่ใช่หรือไง..." กอร์ดอนพยายามตะเกียกตะกาย เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อยมุมปาก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน
เร็นก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว รองเท้าหนังสีดำกระทบพื้นปูนเกิดเสียงดังสะท้อนกังวาน เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับกอร์ดอนที่กำลังหมอบราบคาบศิลา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยวเสียอีก
"โลกใบนี้น่ะครับ... ไม่ได้ตัดสินกันที่แต้มเริ่มต้นหรอกนะครับ" เร็นเอ่ยกระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวดาบที่จ่ออยู่บนคอหอย "แต่มันตัดสินกันที่ว่า ใครคือผู้ที่ยืนหยัดอยู่จนถึงวินาทีสุดท้ายต่างหาก... และตอนนี้ คนที่กำลังจะหมดลมหายใจ ก็คือคุณครับ"
"ฆ่า... ฆ่าฉัน สมาคมไม่ปล่อยแกไว้แน่...!" กอร์ดอนยังคงพยายามส่งเสียงขู่ขวัญ แม้ว่าเรี่ยวแรงจะหายไปจนหมดสิ้นแล้วก็ตาม
"สมาคมงั้นหรือครับ?" เร็นหัวנסเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาส่อประกายคมปลาบ "บอกพวกเบื้องบนของสมาคมด้วยนะครับ ว่าผม... เร็น คนนี้ กลับมาทวงทุกอย่างที่พวกมันเคยแย่งชิงไปแล้ว และเตรียมตัวต้อนรับการชำระแค้นครั้งใหญ่ได้เลย"
สิ้นคำพูดของเร็น กอร์ดอนก็หมดสติล้มพับลงไปกับพื้น แรงดันออร่ารอบตัวหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความเงียบงัดที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งโกดังร้าง ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยโทนเสียงที่แตกต่างออกไป—
"เตือนภัยระดับวิกฤต! ตรวจพบวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกำลังพุ่งตรงมายังพิกัดนี้... ไม่ใช่กองกำลังของสมาคม แต่เป็น...!"
เร็นขมวดคิ้วเล็กน้อย เซร่ารีบพุ่งตัวมาขวางหน้าพร้อมชักดาบออกจากฝักในพริบตา แววตาของเธอระแวดระวังขั้นสุดยอด เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ลมพัดกระโชกแรงจนฝุ่นตลบอบولไปทั่วบริเวณ
เฮลิคอปเตอร์รบหุ้มเกราะสีดำสนิทไร้สังกัด สัญลักษณ์ตราประทับรูป "มังกรทมิฬสามเศียร" ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในฐานข้อมูลของสมาคมฮันเตอร์ ค่อยๆ ลดระดับลงจอดอย่างสง่างามกลางลานกว้างเบื้องหน้า ประตูห้องโดยสารเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทสากลเรียบหรู แต่แผ่รังสีอำมหิตระดับ SSS ออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
ชายชรารอยยิ้มมุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองเร็นและเซร่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนจะโค้งคำนับอย่างสุภาพแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานที่ได้ยินชัดเจนท่ามกลางเสียงใบพัด
"ยินดีที่ได้พบครับ... นายท่านน้อยแห่งตระกูลผู้ร่วงหล่น ผมมารับท่านกลับสู่บัลลังก์ที่แท้จริงแล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" เสมอมานะครับ
ฮันเตอร์ไร้แต้มกับภารกิจพลิกบัลลังก์เทพ•ตอนที่ 10
กลยุทธ์พลิกวิกฤต
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้แต้มกับภารกิจพลิกบัลลังก์เทพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!