วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 21

การปะทะด้วยอาวุธและตรรกะ

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
เสียงคำรามต่ำของปืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในมือขวาของเอเลียสไม่ได้สะท้อนก้องในสุญญากาศ แต่แรงสะเทือนนั้นวิ่งผ่านกระดูกข้อต่อและฝ่ามือของเขาโดยตรง ความเงียบสงัดของสถานีวิจัยร้าง 'ไอคารัส-9' ถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีฟ้าสว่างวาบที่พุ่งแหวกความมืดเข้าปะทะกับแผ่นโลหะกั้นทางเดิน เศษสะเก็ดไฟจากการเผาไหม้ของคาร์บอนและไทเทเนียมร่วงหล่นราวกับหยาดฝนเพลิงในไร้แรงโน้มถ่วง “พวกเขามาเร็วกว่าที่การคำนวณความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศบอกไว้สามนาทีสิบสองวินาทีครับ วาเลน” เอเลียสกล่าวลอดไรฟัน ขณะที่ร่างสูงโปร่งของเขาแนบชิดกับเสาโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ถูกระเบิดจนบิดเบี้ยว ดวงตาคมกวาดมองผ่านช่องว่างของหน้ากากกรองอากาศเพื่อประเมินสถานการณ์ หน่วยไล่ล่าจากสภาผู้คุมกฎกำลังเคลื่อนพลเข้ามาด้วยรูปขบวนสามเหลี่ยมแบบกวาดล้าง เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนพื้นเหล็กกริดดัง *กริ๊ก... กริ๊ก...* เป็นจังหวะที่คำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อกดดันประสาทสัมผัส วาเลน ซึ่งหมอบตัวอยู่หลังคอนโซลควบคุมระบบระบายอากาศที่พังเสียหาย เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโฮโลแกรมพกพา แสงสีฟ้าจากตัวอักษรวิ่งสะท้อนบนดวงตาคู่คมที่ไร้ความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ที่อยู่เหนือระเบียบปฏิบัติ “เพราะคุณใช้เวลาคำนวณการหักเหของคลื่นควอนตัมช้าไปเจ็ดวินาทีในห้องเครื่องยนต์ต่างหากล่ะครับ เอเลียส” วาเลนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ปืนพกสั้นพลังงานสูงในมือถูกปลดเซฟด้วยเสียงคลิกเบาๆ ที่คมกริบ “หน่วยลาดตระเวนรุ่นสิบเอ็ดไม่ได้ถูกฝึกมาให้เจรจา พวกเขาถูกโปรแกรมให้ลบข้อมูลทุกชิ้นที่หลงเหลือ รวมถึงเราสองคนด้วย” “น่าประทับใจจริงๆ ที่คุณยังห่วงเรื่องเวลาในสถานการณ์ที่ออกซิเจนสำรองของเราเหลือไม่ถึงสิบหเปอร์เซ็นต์” เอเลียสแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายเปื้อนคราบเขม่าสีดำแต่แววตากลับฉายความเฉียบคมราวกับเพชรที่ถูกเจียระไนด้วยแรงกดดัน “ถ้าเราตายที่นี่ ประวัติศาสตร์ของสภาจะถูกเขียนใหม่ว่าเราเป็นเพียงขยะอวกาศที่ระเบิดตัวเองตายด้วยความประมาทนะครับ” “ถ้าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์เขียนแบบนั้น ก็เลิกบ่นแล้วยิงคุ้มกันให้ผมสี่วินาทีครับ” สิ้นเสียงคำสั่งที่เด็ดขาด วาเลนไม่รอให้เอเลียสตอบรับ ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสำหรับปฏิบัติการพิเศษพุ่งตัวออกจากที่กำบังอย่างรวดเร็วราวกับเงา ปืนพกในมือซัดกระสุนพลาสม่าสองนัดซ้อนทะลุผ่านความมืด แม่นยำจนเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากระยะไกล ตามด้วยเสียงโลหะหนักล้มกระแทกพื้น เอเลียสไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นสูญเปล่า เขายกปืนยาวขึ้นประทับบ่า นิ้วชี้เหนี่ยวไกส่งกระสุน EMP พุ่งแหวกอากาศออกไปเพื่อตัดวงจรกำลังของโดรนสอดแนมที่ลอยลำอยู่เหนือเพดาน แสงวาบสีขาวสว่างจ้าสาดส่องให้เห็นโครงสร้างภายในของสถานีที่ผุพัง สายระโยงระยางห้อยต่องแต่งราวกับเส้นประสาทของสัตว์ประหลาดที่ตายซาก “ทางซ้ายสามคน กำลังอ้อมผ่านท่อส่งความร้อน!” วาเลนตะโกนเตือนพร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาหลบหลังเสาต้นเดียวกับเอเลียส แรงกระแทกทำให้ไหล่ของทั้งสองแนบชิดกัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของฝุ่นอวกาศและอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาผสมผสานกันในบรรยากาศที่ตึงเครียด “ผมเห็นแล้วครับ” เอเลียสพึมพำ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากวาเลนเพียงไม่กี่เซนติเมตร ท่ามกลางความมืดและเสียงเตือนภัยสีแดงที่กะพริบเป็นระยะ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย—มันเป็นการสื่อสารที่ไร้ซึ่งคำพูดของมืออาชีพสองคนที่เคยอยู่คนละฝั่งของกฎหมาย แต่บัดนี้กลับต้องฝากลมหายใจไว้ในมือของกันและกัน “คุณเชื่อใจผมไหม วาเลน?” “ผมไม่เคยเชื่อใจใครทั้งนั้นครับ เอเลียส... โดยเฉพาะคนที่ชอบทำตามอำเภอใจแบบคุณ” วาเลนตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและอันตรายที่สุด “แต่ถ้าเราต้องรอดออกไปจากที่นี่ ผมคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดิมพันกับความบ้าคลั่งของคุณ” “งั้นก็จับตาดูให้ดีครับ ว่าวิศวกรดวงดาวเขาจัดการกับระบบห่วยๆ นี้ยังไง” เอเลียสกดปุ่มบนแผงควบคุมฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นพื้นโลหะ ทันใดนั้น ระบบล็อกอัตโนมัติของท่อส่งความร้อนหลักก็ถูกปลดปล่อยด้วยคำสั่งโอเวอร์ไอรด์ที่เขาเขียนขึ้นสดๆ ไอน้ำร้อนจัดแรงดันสูงพุ่งทะลักออกมาจากผนังราวกับมังกรเพลิง กวาดล้างหน่วยไล่ล่าที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาให้ถอยร่นด้วยความโกลาหล เสียงกรีดร้องและเสียงโลหะกระทบกันดังระเบือนไหวไปทั่วโถงทางเดิน “ฉลาดไม่เบานี่ครับ” วาเลนกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองสถานการณ์รอบตัว “แต่ทางหนีที่เราคำนวณไว้ก่อนหน้านี้ถูกปิดตายแล้ว แรงระเบิดเมื่อครู่ทำให้ประตูห้องควบคุมหลักถล่มลงมา เราติดอยู่ข้างในนี้อย่างสมบูรณ์แบบ” เอเลียสลุกขึ้นตาม เขามองไปที่ประตูนิรภัยบานมหึมาที่บิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าเดิม ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังแผงวงจรควบคุมระบบที่ถูกไฟไหม้เกรียม แสงไฟสีเขียวอ่อนกะพริบช้าๆ จากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดเล็กที่ถูกเสียบคาไว้ในพอร์ตลับ ซึ่งไม่มีอยู่ในแผนผังเดิมของสถานี “นั่นมันอะไรครับ?” วาเลนขมวดคิ้วเดินเข้าไปใกล้ เอเลียสยื่นมือไปดึงชิปข้อมูลนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง เมื่อหน้าจอโฮโลแกรมบนปืนพกของเขาเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ดังกล่าว ข้อมูลบางส่วนก็ปรากฏขึ้นมาบนอากาศ แผนผังโครงสร้างของสถานีไอคารัส-9 ถูกซ้อนทับด้วยรายชื่อรหัสลับของบุคคลระดับสูงในสภาผู้คุมกฎ และข้อความบรรทัดสุดท้ายทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก *“โครงการเนบิวลา: เริ่มต้นกระบวนการล้างบางความทรงจำ 00:00 น.”* ก่อนที่เอเลียสจะทันได้วิเคราะห์รหัสผ่านเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของทางเดินมืดสนิท—ไม่ใช่เสียงของหน่วยไล่ล่ากลุ่มเดิม แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงที่มาพร้อมกับเครื่องแบบของผู้บัญชาการสูงสุดแห่งสภา แสงไฟฉายสาดส่องตัดความมืดตรงมายังพวกเขา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นจากเงามืด “ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของการเดินทางครับ... เอเลียส และท่านผู้คุมกฎวาเลน” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%