มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 5

รสนิยมที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นของสีน้ำมันสูตรพิเศษและคราบกาวเก่าที่ถูกลอกออกด้วยเกรียงเหล็ก คละคลุ้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์หลังเดิมที่เคยอบอวลไปด้วยความสุขจอมปลอม นาราในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเหนือข้อศอก มือข้างหนึ่งถือลูกกลิ้งทาสีที่ชุ่มไปด้วยเฉดสีเทาเข้มดุจเมฆฝนยามพายุตั้งเค้า เธอมองผนังสีขาวสะอาดตาซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของเธอเองเมื่อหลายปีก่อนด้วยสายตาที่ว่างเปล่า รสนิยมที่ศิลาเคยเยาะหยันว่า "จืดชืดไร้ชีวิตชีวา" ในยามนี้กำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นความมืดหม่นที่ทรงพลัง มันคืออนุสรณ์สถานแห่งความเจ็บปวดที่เธอบรรจงสร้างขึ้นด้วยมือของเธอเอง "คุณนาราครับ..." เสียงทุ้มต่ำของศิลาเอ่ยขึ้นจากความเงียบเบื้องหลัง เขา Standing อยู่ที่กรอบประตูด้วยสภาพที่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ชายผู้เคยเย่อหยิ่งและถือครองความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจแถวหน้า บัดนี้เหลือเพียงร่องชายผู้สูญหายทางจิตวิญญาณ เสื้อสูทราคาแพงถูกแทนที่ด้วยเสื้อเชิ้ตยับย่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววความเจ็บปวดระคนเวทนาเมื่อกวาดมองไปรอบห้อง "ทำไมถึงเป็นสีนี้... สีมันมืดมนเกินไปไหมครับ เหมือนคุณกำลังขังตัวเองไว้ในหลุมศพ..." นารายังคงไม่หันกลับไปมอง เธอจุ่มลูกกลิ้งลงในถาดสีช้าๆ เสียงน้ำหนืดๆ ขยับตัวกระทบกับพลาสติกดังสะท้อนก้องในความเงียบ ก่อนที่เธอจะลากมันขึ้นไปทาบบนผนังสีขาวทีละแถบ ทีละแถบ อย่างมั่นคงและไร้ความลังเล "หลุมศพเหรอครับ?" นาราเอ่ยทวนคำ เสียงของเธอเรียบสนทนาราวกับสายน้ำที่นิ่งสงบแต่ลึกซึ้งจนน่ากลัว เธอยังคงก้มหน้าทำงานต่อไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบแล "คุณศิลากำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วนะครับ ที่ผ่านมา... ฉันต่างหากที่เคยอาศัยอยู่ในหลุมศพที่คุณขุดไว้ให้ บ้านหลังนี้ไม่เคยมีตัวตนของฉันอยู่เลยตั้งแต่แรก สีขาวที่คุณบังคับให้ฉันเลือก มันคือความว่างเปล่าที่คุณสาดใส่ความรู้สึกของฉันต่างหาก" ศิลาสะอึกไปชั่วขณะ หัวใจของเขาถูกบีบอัดด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูกดำ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง ทว่าความทรงจำที่แตกสลายกลับทำให้เขานึกไม่ออกเลยว่า ตัวเขาเองเคยทำร้ายผู้หญิงคนนี้ไว้สาหัสเพียงใดในอดีต รู้เพียงแต่ว่า ทุกรอยร้าวบนผนังบ้านหลังนี้ คือภาพสะท้อนของรอยแผลที่เขาเป็นคนฝากไว้ในใจเธอ "ผมจำเรื่องราวในอดีตได้ไม่ทั้งหมด..." ศิลาพูดเสียงสั่นพร่า ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังราวกับคนหมดที่พึ่ง มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อระบายความอัดอั้น "แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นแววตาของคุณในตอนนี้ มันทำให้ผมรู้ว่า... ผมคงทำลายชีวิตของคนที่รักผมที่สุดไปจนย่อยยับ ถ้าการเปลี่ยนบ้านหลังนี้เป็นสีเทาจะช่วยให้คุณลืมความเจ็บปวด... ทำไมคุณถึงไม่ทำลายมันทิ้งไปเลยล่ะครับ" นาราหยุดมือที่กำลังกลิ้งสีทันที เธอนิ่งงัดไปชั่วขณะก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายความเย็นชาจากตัวเธอบดบังรัศมีรอบตัวของอดีตสามีจนหมดสิ้น นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่มีน้ำตา ไม่มีแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว... มีเพียงความเยือกเย็นของนักล่าที่มองเหยื่อในกำมือ "ทำลายมันเหรอครับ?" นาราแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากช่างงดงามแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่เราจะลบเลือนมันได้ด้วยการทุบทำลายทิ้งหรอกนะครับคุณศิลามันคือสิ่งที่เราต้องเก็บไว้เตือนใจ... ว่าครั้งหนึ่ง เราเคยโง่เขลาขนาดไหนที่มอบหัวใจทั้งหมดให้100% กับคนที่มองเห็นค่าเราเป็นเพียงแค่เงาในบ้านหลังนี้" ศิลาจ้องมองใบหน้านั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความเจ็บปวดผสมปนเปกันจนเขาแทบหายใจไม่ออก เขายื่นมือออกไปสัมผัสแก้มเนียนที่เคยอิ่มเอิบแต่บัดนี้กลับตอบลงตามกาลเวลา ทว่านาราไม่ได้ถอยหนี เธอกลับปล่อยให้เขาสัมผัสราวกับเธอกำลังดูการดิ้นรนของแมลงในโหลแก้ว "ผมขอโทษ..." คำพูดเดิมๆ ที่เอ่ยออกมาจากปากของคนที่เคยใจร้ายที่สุดในโลก มันช่างไร้ค่ายิ่งกว่าเศษกระดาษในสายตาของมัณฑนากรสาว "ผมอยากเริ่มต้นใหม่... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาปเถอะนะนารา" "โอกาสเหรอครับ?" นาราเอ่ยทวนซ้ำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูอากาศ "คนที่สูญเสียความทรงจำอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องหาโอกาสหรอกนะครับ สิ่งเดียวที่คุณทำได้ในตอนนี้ คือการยืนมองดูความพินาศของสิ่งที่คุณเคยรัก... แล้วค่อยๆ รู้สึกถึงความเจ็บปวดแบบที่ฉันเคยเผชิญ" บรรยากาศภายในห้องโถงเย็นยะเยือกขึ้นทันที ศิลานิ่งงันไปกับคำพูดที่เฉียบคมดั่งใบมีด เขารู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะพยายามกราบกรานสักแค่ไหน อดีตภรรยาคนนี้ก็ไม่มีวันหวนคืนกลับมาเป็นคนเดิมอีกแล้ว เธอกลายเป็นเหล็กกล้าที่ผ่านไฟนรกมาแล้ว และพร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางทาง ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังจะครอบงำบทสนทนาอันตึงเครียด เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านนอก พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ "คุณแม่ครับ! สีที่ห้องนอนของผมเสร็จหรือยังครับ ผมอยากไปดูการบ้านแล้ว..." ศิลาชะงักกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อหันขวับไปมองตามเสียงนั้น ร่างเล็กของเด็กชายวัยราวๆ หวบขวบเศษในชุดเอี๊ยมยีนส์กำลังวิ่งเข้ามาหาอดีตภรรยาของเขา และเสี้ยววินาทีที่ศิลาได้สบตากับดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจของเขาก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ—ใบหน้าของเด็กชายคนนั้นถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งความแค้นนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%