แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพง เสียงกระดาษหนาปะทะกับผิวไม้เนื้อแข็งดังทึบ สะท้อนความตึงเครียดที่ปกคลุมห้องทำงานขนาดใหญ่ของประธานบริษัทเอสเค กรุ๊ป จนแทบจะสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว
ศิลาหอบหายใจกระชั้น ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มแห่งชัยชนะ บัดนี้กลับซีดเผือด นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือหนาสั่นเทาขณะเปิดหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า ตัวเลขที่ปรากฏหราอยู่บนกราฟการเงินและสัญญาโครงการพันล้าน ไม่ใช่ความลับของบริษัทอีกต่อไป แต่มันถูกส่งต่อไปยัง "โครนัส ดีเวลลอปเมนต์" คู่แข่งทางการค้าตัวฉกาจที่จ้องจะฮุบส่วนแบ่งตลาดของเขามานานหลายปี
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าสมเพช
"หมายความว่าบริษัทของเรากำลังจะล้มละลายในอีกไม่ถึงสัปดาห์ครับท่านประธาน" เลขานุการส่วนตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ไม่กล้าสบตาผู้เป็นนาย "ข้อมูลลับทั้งหมด ทั้งต้นทุนราคาประมูล โครงสร้างราคา และรายชื่อพันธมิตรทางธุรกิจถูกส่งออกไปหมดแล้วครับ และที่สำคัญ... ทางโครนัสใช้ข้อมูลพวกนี้ตัดราคาเราทุกจุด จนตอนนี้ธนาคารระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมดแล้วครับ"
ศิลาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ราวกับมีใครเอาค้อนหนักนับร้อยกิโลกรัมมาทุบลงกลางศีรษะ สมองของเขามึนตื้อ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่เคยนั่งเงียบๆ อยู่ในมุมห้องทำงานนี้ หญิงสาวผู้ใช้ความอดทนและความสามารถด้านการออกแบบประคับประคองบริษัทนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง หญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มองข้ามความรู้สึก และขับไล่ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย
*นารา...*
ชื่อนั้นผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับความเจ็บปวดแปลบปลาบที่หน้าอกด้านซ้าย นี่ไม่ใช่ความซวยทางธุรกิจ แต่นี่คือ "เกมแก้แค้น" ที่ถูกวางแผนไว้อย่างแยบยล เยือกเย็น และไร้ความปรานี และคนที่ถือหางเสือเกมนี้อยู่ ก็คืออดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอจนไม่มีพิษภัยอะไร
ในเวลาเดียวกัน ที่สำนักงานออกแบบภายใน "เอวิสต้า สตูดิโอ" ของนารา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่ทรงพลัง นารายืนอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ มองทิวทัศน์ของเมืองกรุงเทพฯ เบื้องล่าง แก้วกาแฟอุ่นๆ ในมือไม่ได้ทำให้ความเย็นชาในแววตาของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า รายงานสถานะทางการเงินที่กำลังดิ่งเหวของเอสเค กรุ๊ป แสดงผลแบบเรียลไทม์
ไม่มีความสะใจจนออกนอกหน้า มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มของผู้หญิงที่เคยถูกกระชากวิญญาณออกไปจากร่าง แต่กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ด้วยเศษซากความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนมอบให้
"คุณนาราครับ ทางโครนัสติดต่อมาแล้วครับ พวกเขาต้องการนัดเซ็นสัญญาโครงการรีสอร์ทหรูพรุ่งนี้เช้า และ... ยืนยันว่าให้คุณเป็นหัวหน้าทีมมัณฑนากรหลักของโปรเจกต์นี้ด้วยครับ" เสียงของทีมงานหนุ่มเอ่ยรายงานด้วยความตื่นเต้น
นาราวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ เธอดึงสูทเข้ารูปสีดำสนิทให้เรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมามองลูกน้องด้วยแววตาที่นิ่งสนิท
"บอกพวกเขาว่าฉันว่างต้อนรับเสมอค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "โดยเฉพาะ... แขกที่กำลังจะหมดเนื้อหมดตัว"
ความพินาศของศิลาไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่มันคือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่เธอใช้เวลาแรมปีในการบรรจงสร้างมันขึ้นมาทีละนิด ทีละก้าว อย่างอดทน ทุกหยาดน้ำตาที่เธอเคยเสียให้เขาในอดีต บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นคมมีดที่ย้อนกลับไปเชือดเฉือนเจ้าของเดิมอย่างสาสมและเจ็บปวดที่สุด
ทว่า ในขณะที่เกมการแก้แค้นกำลังดำเนินไปสู่จุดไคลแม็กซ์ที่เธอเป็นผู้ควบคุม บัตรเชิญร่วมงานการกุศลการกุศลปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งแนบมาพร้อมกับซองจดหมายปริศนาจากบุคคลที่ไม่คาดคิด กลับจ่าหน้าถึงเธอโดยตรง ด้านในเป็นภาพถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง... ภาพของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กลางสนามหญ้า เด็กชายผู้มีดวงตากลมโตถอดแบบมาจากศิลาไม่มีผิดเพี้ยน พร้อมกับข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนไว้สั้นๆ แต่ทำให้นารารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
*‘เขากำลังตามหาพ่อ... และเขากำลังจะรู้ความจริงทั้งหมดในอีกไม่ช้า’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้บทนี้เข้มข้นถึงใจเสมอนะครับ
มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 18
รอยร้าวในบริษัท
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!