“ฉันไม่ต้องการคำอธิบายอะไรทั้งนั้น ทัพ... ถ้าคุณจะเดินหันหลังให้กันแบบนี้ ก็เชิญค่ะ!”
เสียงตะโกนของน้ำหวานดังก้องไปทั่วลานกิจกรรมคณะวิศวะที่เงียบสงัดลงทันที ผู้คนรอบข้างที่เคยพลุกพล่านต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ร่างสูงของทัพที่ยืนนิ่งสนิท หันหลังให้เธอโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง
ทัพไม่ได้ตอบโต้ แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวนิดๆ ก่อนที่เขาจะก้าวเดินต่อไป น้ำหวานรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ความโก๊ะที่เคยเป็นเกราะกำบังหัวใจถูกทลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ
*‘บ้าจริง... นี่เราทำอะไรลงไป’* น้ำหวานคิดในใจ มือไม้ที่สั่นเทาเผลอไปปัดโดนกระเป๋าเป้ใบเก่งจนร่วงลงพื้น ของข้างในเทกระจาดออกมา ทั้งสมุดสเก็ตช์ภาพที่เธอวาดรูปเขาทุกอิริยาบถ และสร้อยข้อมือที่เขาเคยลืมไว้ที่ห้องสมุด
เธอรีบทรุดตัวลงเก็บของด้วยความลนลาน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหน้ากระดาษ
“จะเก็บให้หมด หรือจะนั่งร้องไห้ให้คนทั้งคณะดูแทน?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว น้ำหวานชะงักค้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า ทัพยืนอยู่ตรงนั้น... เขาไม่ได้เดินจากไปไกลอย่างที่เธอคิด เขายืนมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เหมือนกำลังโกรธ แต่ก็เจือไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไม่มิด
“ทัพ...” เสียงของเธอสั่นเครือ “ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าคุณไม่สำคัญนะ ที่ฉันไปกับวินวันนั้น เพราะเขาบอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ของคณะคุณต่างหาก ฉันแค่... อยากช่วย”
ทัพถอนหายใจยาว เขานั่งยองๆ ลงตรงหน้าเธอ ไม่สนใจสายตาใครต่อใครที่มองมา เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพขึ้นมา พลิกดูหน้าล่าสุดที่เขายังไม่เคยเห็น... หน้ากระดาษที่น้ำหวานวาดรูปเขากำลังเผลอยิ้มตอนเล่นกับแมวจรจัดในมหาลัย พร้อมข้อความเขียนด้วยลายมือน่ารักๆ ว่า *‘แด่... วิศวะขี้เก๊กของน้ำหวาน’*
“นี่เรียกว่าไม่ได้ตั้งใจเหรอ?” ทัพเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของน้ำหวานเต้นผิดจังหวะ “น้ำหวาน คุณมันซื่อบื้อจนน่าโมโหจริงๆ วินมันจีบคุณออกนอกหน้าขนาดนั้น คุณยังจะไปช่วยมันอีกเหรอ?”
“ก็... ก็คุณไม่ยอมพูดอะไรเลยนี่นา เอาแต่ทำหน้าดุเหมือนยักษ์ขมูขี ใครจะไปกล้าเข้าใกล้!” น้ำหวานเถียงข้างๆ คูๆ ทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ
ทัพยื่นมือมาวางบนศีรษะของเธอเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้น้ำหวานนิ่งงัน “ผมไม่ได้โกรธที่คุณช่วยวินหรอกน้ำหวาน ผมโกรธตัวเองที่แสดงออกไม่เก่ง ผมโกรธที่ปล่อยให้ความซึนของตัวเองมันกลายเป็นกำแพงระหว่างเรา... ผมอยากให้คุณรู้ว่า ต่อให้ผมจะนิ่งเฉยแค่ไหน แต่ทุกย่างก้าวที่เดินในมหาลัยนี้ สายตาผมไม่เคยคลาดไปจากคุณเลย”
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจทำให้บรรยากาศรอบข้างที่เคยตึงเครียดกลับกลายเป็นความหวานล้ำ น้ำหวานรู้สึกเหมือนตาสว่างจากความเข้าใจผิดทั้งหมด เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงชอบเดินตามเธอห่างๆ ทำไมเขาถึงคอยเอาขนมมาวางไว้ให้ที่โต๊ะเรียนโดยไม่บอกชื่อ
“ทัพ... ฉันขอโทษนะที่งี่เง่า” เธอสารภาพเบาๆ
ทัพดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน “ไม่ต้องขอโทษหรอก ต่อจากนี้ไป... เลิกโก๊ะเรื่องความรู้สึกได้แล้วนะ เพราะผมจะเลิกขี้เก๊ก แล้วจะชัดเจนกับคุณให้มากกว่าเดิม”
คำพูดของเขาทำให้น้ำหวานเกือบหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ท่ามกลางเสียงโห่แซวจากบรรดาเพื่อนๆ ของทั้งสองฝ่ายที่แอบลุ้นอยู่ไกลๆ มินนี่โผล่หน้าออกมาจากหลังเสา พร้อมทำท่าดีใจจนออกนอกหน้า ส่วนวินที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ก็เพียงแค่ยักไหล่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างลูกผู้ชาย ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ
ทัพคว้ามือของน้ำหวานมากุมไว้แน่น กระชับจนรู้สึกถึงไออุ่น “เย็นนี้ว่างไหม? ผมจะพาไปที่ที่หนึ่ง... ที่ที่ผมอยากให้คุณเห็นมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เจอ”
น้ำหวานพยักหน้าหงึกหงัก ใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอก เธอรู้ดีว่าเรื่องราวหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นอนาคตที่ต้องเรียนจบหรือชีวิตวัยทำงานที่รออยู่ข้างหน้า ต่อให้ต้องเจออุปสรรคอีกสักกี่ครั้ง แต่ตราบใดที่มือคู่นี้ยังกุมกันไว้แบบนี้... เธอก็พร้อมจะก้าวไปกับ ‘วิศวะขี้เก๊ก’ คนนี้ตลอดไป
เพราะนี่ไม่ใช่แค่จุดจบของนิยาย แต่มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มีกันและกันจริงๆ... ในแบบที่หวานน้อยแต่หอมละมุนไปชั่วกาลนาน
ขอบคุณรี้ดที่รักทุกคนที่เดินทางมากับชาพีชหวานน้อยจนถึงตอนสุดท้ายนี้นะคะ ทุกกำลังใจคือพลังที่ทำให้ตัวละครทุกตัวมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ค่ะ!
วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ•ตอนที่ 30
น้ำหวานตาสว่าง
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายซึน ป่วนหัวใจยัยตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!