“ราคาหุ้น ‘สยามบูรพา’ ทะลุจุดสูงสุดตลอดกาลไปแล้วครับคุณธันวา แรงซื้อโถมเข้ามาเหมือนคลื่นสึนามิ กราฟแท่งเทียนห้านาทีนี้ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้นอย่างสง่างาม... ถ้าคุณจะทำอะไร ต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ครับ”
เสียงของลินินสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นที่เธอรู้ดีว่าชายหนุ่มข้างกายกำลังจะ ‘เล่นกับไฟ’ ในระดับที่คนทั่วไปมองว่าเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์สี่เครื่องตรงหน้า ตัวเลขสีเขียวพุ่งทะยานไม่หยุดยั้ง ราวกับมันจะไม่มีวันตกลงมาอีกตลอดกาล
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังนุ่มมือ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองตัวเลขบนจอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังมองดูฝูงเม่าที่บินเข้ากองไฟด้วยความร่าเริง โดยไม่รู้เลยว่าลมหายใจของตลาดกำลังจะเปลี่ยนทิศในอีกไม่กี่อึดใจ
“ศรุตกำลังปั่นกระแสข่าวเรื่องการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศสินะ” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ผิดกับบรรยากาศในห้องทำงานที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก “เขาใช้เงินกู้ระยะสั้นมาพยุงราคาหุ้นเพื่อล่อแมลงเม่าให้ติดกับดัก... ช่างเป็นเกมที่คลาสสิกแต่ได้ผลเสมอ”
“เราจะโดนลากจนหมดตัวนะครับถ้าเขาลากราคาไปต่ออีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์” ลินินย้ำเตือนด้วยสายตากังวล มือของเธอวางอยู่บนคีย์บอร์ดพร้อมจะส่งคำสั่งถอนตัวได้ทุกเมื่อ
ธันวาขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคือยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่อตัวเป้ง “ลินินครับ... ในโลกของการเงิน ราคาที่สูงที่สุดไม่ใช่จุดที่คนรวยจะซื้อ แต่เป็นจุดที่คนฉลาดจะ ‘เทขาย’ ทิ้งใส่หัวพวกที่โลภที่สุดต่างหาก”
นิ้วมือของเขาขยับไปที่เมาส์อย่างมั่นคง
**‘เปิดคำสั่ง Short Sell: สยามบูรพา (SIAM) ที่ระดับราคา 142.50 บาท - จำนวน 5,000,000 หุ้น’**
คำสั่งนั้นถูกส่งออกไปในเสี้ยววินาที ข้อมูลการซื้อขายที่ดุเดือดเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดงเรื่อๆ ลินินสูดหายใจเข้าลึก “คุณเล่นใหญ่เกินไปแล้ว... ถ้ามันดีดกลับขึ้นไปอีก สภาพคล่องที่เรามีจะมลายหายไปในพริบตานะครับ”
“เขาไม่ได้แค่พยุงราคาหรอกครับลินิน เขา ‘แต่งบัญชี’ ไว้ด้วย” ธันวาพูดพลางหยิบแท็บเล็ตอีกเครื่องขึ้นมา ซึ่งแสดงข้อมูลวงในที่เขาได้มาจากการดักฟังและวิเคราะห์เครือข่ายความสัมพันธ์ในอนาคตที่เขาจำได้แม่น “งบการเงินไตรมาสนี้ที่ศรุตเพิ่งเซ็นชื่อรับรองไปน่ะ มีจุดตายซ่อนอยู่... หนี้เสียที่เขาพยายามซุกไว้ใต้พรม กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกสิบห้านาทีข้างหน้า”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนจากคอมพิวเตอร์ที่ดังหึ่งๆ เหมือนเสียงเตือนภัย ทันใดนั้น หน้าจอหลักก็เกิดความเคลื่อนไหว กราฟที่เคยพุ่งชันราวกับยอดเขาเอเวอเรสต์เริ่มเกิดรอยร้าว แรงเทขายปริมาณมหาศาลเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเหมือนน้ำป่าจากที่ไหนก็ไม่ทราบได้
ราคาหุ้นสยามบูรพาร่วงกราวจาก 142.50 ลงมาที่ 140... 138... 135...
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงโดนเทขายรุนแรงขนาดนี้?” ลินินอุทานพลางรัวนิ้วเช็คกระดานข่าวสาร “ข่าวยังไม่ออกเลยนะครับ!”
“ตลาดหุ้นมีจมูกที่ไวกว่าข่าวเสมอครับ” ธันวาตอบพลางจิบกาแฟเย็นเฉียบด้วยท่าทีสงบนิ่ง “คนที่รู้ก่อนเราเขาก็เริ่มทิ้งของเหมือนกัน คนพวกนี้แหละที่จะทำลายอาณาจักรของศรุตให้พังครืนลงมาด้วยมือของเขาเอง”
ในขณะที่หน้าจอแสดงกราฟสีแดงเถือกที่กำลังดิ่งพสุธา ธันวารู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ศรุตในฐานะผู้บริหารต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อพยุงราคาหุ้นไม่ให้หลุดแนวรับสำคัญ แต่ธันวาก็เตรียม ‘กับดัก’ ชั้นที่สองไว้รอรับเรียบร้อยแล้ว
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้น สายที่โทรเข้ามาไม่มีชื่อผู้ติดต่อ มีเพียงตัวเลขสิบหลักที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาตัดสินใจรับสายแล้วเปิดลำโพง
“แกทำอะไรลงไป... ธันวา?” เสียงของศรุตจากปลายสายดูสั่นเครือและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พยายามสะกดกลั้น “แกคิดว่าแกจะล้มฉันด้วยการเปิด Short แค่รายการเดียวได้งั้นเหรอ? แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่โชคดีเรื่องหุ้นสองสามตัว อย่าคิดว่าแกจะชนะเกมนี้!”
ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาทอประกายเย็นเยียบ “ศรุตครับ... แกน่ะแพ้ตั้งแต่วันที่แกเชื่อว่าการโกหกจะพาแกไปสู่จุดสูงสุดแล้ว ตอนนี้ดูราคาหุ้นของแกสิครับ มันกำลังบอกความจริงกับตลาดอยู่ ว่าแกน่ะ... ไม่มีค่าอะไรเลย”
“แก!”
ก่อนที่ศรุตจะทันได้ด่าทออะไรต่อ ประตูกระจกห้องทำงานของธันวาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลินินสะดุ้งสุดตัวขณะที่ชายชุดดำสามคนเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ท่าทางของพวกเขาดูไม่เหมือนนักลงทุนทั่วไป แต่เหมือนเจ้าหน้าที่หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว
“คุณธันวาครับ... เรามีเรื่องต้องคุยกับคุณเกี่ยวกับรายการซื้อขายที่ผิดปกติในช่วงสิบนาทีที่ผ่านมา” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยขึ้น สายตาของเขาจ้องตรงมาที่ธันวาโดยไม่สนใจลินินที่ยืนตัวแข็งอยู่ข้างๆ
ธันวาวางสายจากศรุตช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตาคนกลุ่มนั้นด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้มาเยือนต้องหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานมือไว้ด้านหลังราวกับรอคอยเวลานี้มานานแล้ว
“ผมรอพวกคุณอยู่พอดีเลยครับ... แต่ผมเกรงว่าเรื่องที่พวกคุณต้องตรวจสอบจริงๆ น่ะ ไม่ใช่ผมหรอกครับ” ธันวาพูดพร้อมกับเลื่อนหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปให้เจ้าหน้าที่ดูหลักฐานบางอย่างที่เขาซ่อนไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย “มันคือสิ่งที่อยู่หลังประตูบริษัทของศรุตต่างหาก... และเชื่อผมเถอะครับ ว่าสิ่งที่พวกคุณกำลังจะได้เห็น จะทำให้ตลาดหุ้นคืนนี้ลุกเป็นไฟ”
รอยยิ้มของธันวาในวินาทีนั้น ไม่ใช่รอยยิ้มของคนที่จะถูกจับ แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ถือหมากรุกตัวสุดท้ายไว้ในมือ และกระดานนี้... กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเดิมพันชีวิตไปพร้อมกับผมนะครับ - เซียนหุ้นย้อนเวลา -
ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น•ตอนที่ 10
สวนกระแสตลาด
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตพลิกวิกฤตการเงิน: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อตลาดหุ้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!