เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ที่คำรามก้องกังวานมาจากท้องฟ้าด้านนอก ดึงบรรยากาศในเซฟเฮาส์หลังโตให้ดิ่งลึกราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สายฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม ปิดตายเส้นทางสุดท้ายที่จะหนีออกไปจากความอึดอัดนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
คีย์ยืนนิ่งอยู่หน้าโซฟาหนังสีเข้ม แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้น มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นดันกรอบแว่นให้เข้าที่เพื่อซ่อนอาการกระตุกเล็กน้อยที่มุมปาก ขณะที่ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งของมาร์คัส เพลย์บอยหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอในชีวิต
"กฎข้อแรก... ห้ามล้ำเส้นเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ซึ่งก็คือห้องนอนใหญ่ชั้นบนและโซนห้องทำงานฝั่งตะวันตก"
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราใบมีดเอ่ยขึ้น พร้อมกับนิ้วเรียวที่ยกขึ้นชูประกอบทีละข้อด้วยท่าทางราวกับผู้พิพากษาประกาศิต
"กฎข้อที่สอง... ห้ามส่งเสียงดัง รบกวนเวลาทำงาน หรือแม้แต่เดินผ่านหน้าห้องฉันอย่างไร้เหตุผลหลังสามทุ่ม และข้อสุดท้าย... ห้ามทำตัวรุ่มร่าม ไร้มารยาท หรือแสดงพฤติกรรมเจ้าชู้ใส่ฉันเด็ดขาด เพราะที่นี่คือเซฟเฮาส์หลบภัย ไม่ใช่คลับส่วนตัวของคุณ!"
คีย์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงเพื่อขับไล่ความหงุดหงิดที่ตีตื้นขึ้นมา อกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออก เขากอดอกแน่นเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากผู้ชายอันตรายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
แต่มาร์คัสกลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ดีไซเนอร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ข้อศอกข้างหนึ่งพนักกับพนักพิง ใบหน้าคมคายเอียงคอมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ราวกับกำลังประเมินงานศิลปะชิ้นเอกที่เพิ่งหลุดเข้ามาในสตูดิโอ
"กฎสามข้อ... ฟังดูน่าสนใจดีนี่ครับคุณนักวิจารณ์" มาร์คัสจงใจเน้นเสียงทุ้มพร่าที่ชวนให้รู้สึกหูอื้อตาลาย "แต่เสียดายจัง... พอดีว่าผมเป็นพวกโรคแพ้กฎเกณฑ์ซะด้วยสิ"
พูดจบ มาร์คัสก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคีย์อย่างรวดเร็วจนคนฟังตั้งตัวไม่ทัน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของคีย์ให้พุ่งพล่าน
"คุณจะทำอะไร ถอยไปนะ!" คีย์ผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางหนังสือริมผนังอย่างจัง ไม่มีทางหนี
มาร์คัสไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับวางมือข้างหนึ่งลงบนชั้นหนังสือ กักขังร่างเพรียวเอาไว้ตรงกลาง วงแขนแข็งแรงล้อมรอบตัวคีย์ไว้ราวกับกรงขาย่อมๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งคมอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงแค่คืบ
"ข้อแรกที่คุณบอกว่าห้ามล้ำเส้น..." มาร์คัสโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของคนตัวเล็ก เสียงทุ้มต่ำพร่าจนขนลุกซู่ "ถ้าผมไม่เดินเข้ามาใกล้... ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าคุณตัวหอมขนาดนี้"
"ไอ้...!" คีย์อ้าปากจะด่าทอด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนตามสไตล์นักวิจารณ์ปากจัด แต่กลับถูกเรียวปากอุ่นจัดของอีกฝ่ายฉวยโอกาสกดทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดไว้ได้อย่างทันท่วงที
สัมผัสอุ่นร้อนที่แนบชิดลงมาทำให้โลกทั้งใบของคีย์หยุดหมุนไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ความโกรธเกรี้ยวที่ควรจะระเบิดออกมากลับถูกแทนที่ด้วยความวูบวาบแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือเรียวที่เคยตั้งท่าจะผลักอกอีกฝ่ายกลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทเนื้อดีของมาร์คัสไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
มาร์คัสไม่ได้รุกล้ำลึกซึ้งเกินเลยไปมากกว่าการกดจูบเน้นย้ำความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากอิ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ผละถอยออกมาช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีพาสเทลแพรวพราวไปด้วยประกายความสนุกสนานและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ร้ายกาจที่สุด
"แหกข้อแรกตั้งแต่วันแรก... แบบนี้ผมคงต้องโดนทำโทษใช่ไหมครับ คุณครู?" มาร์คัสกระซิบเย้าแหย่ ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของคีย์อย่างแผ่วเบา
คีย์หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนความกระดากอายที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ เขายกมือขึ้นผลักอกมาร์คัสสุดแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง ริมฝีปากที่เพิ่งถูกฉวยโอกาสเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
"คุณมัน... สารเลว ไร้ยางอายที่สุด!" คีย์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห มือเรียวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นที่ถูกปลุกเร้า
มาร์คัสเพียงแค่หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หราต่อคำด่าทออันเจ็บแสบนั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังโซฟาตัวเดิม ทิ้งให้คีย์ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ลำพังท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของคีย์และความอึดอัดที่หนาแน่นขึ้นในอากาศ แต่ทว่า... ก่อนที่คีย์จะได้ทันอ้าปากสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้เพลย์บอยตัวแสบได้สำนึก เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ งบประมาณความปลอดภัยที่ถูกตั้งไว้สูงสุดถูกทำลายลงในพริบตา
มาร์คัสหันขวับไปมองประตูหน้าทันที รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าคมคายเลือนหายไปในเสี้ยววินาที แทนที่ด้วยแววตาสחีคมกริบที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
คีย์เองก็หน้าถอดสี หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตระหนก เพราะในยามวิกาลท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองเช่นนี้... ไม่มีทางที่แขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนั้นจะเป็นคนธรรมดาอย่างแน่นอน และบางที... กฎสามข้อที่เพิ่งถูกแหกไปเมื่อครู่ อาจไม่ใช่ปัญหาเดียวที่พวกเขากำลังจะต้องเผชิญในคืนนี้เสียแล้ว
แบล็กเวลเวตเป็นกำลังใจให้รี้ดเดอร์ทุกคนผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปพร้อมกับความฟินระดับพรีเมียมนะคะ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักวิจารณ์ปากจัดกับเพลย์บอยดีไซเนอร์•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ไม่มีใครฟัง
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักวิจารณ์ปากจัดกับเพลย์บอยดีไซเนอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!